ฟ้องมทภ.4นำร่องบิ๊กตู่จ่อคิว


เพิ่มเพื่อน    

  7 พรรคฝ่ายค้านฟ้องแล้ว “แม่ทัพภาค 4-บุรินทร์” หมิ่นประมาท-แจ้งความเท็จ “วันนอร์” เล็งลามถึง “บิ๊กตู่” ด้วย หลังพิงฝารัฐบาลก็ชงแก้ไขรัฐธรรมนูญการพูดจึงไม่ผิด “ธนาธร” ไปไกลบอกเป็นความฝันของยุคสมัยที่ต้องเดินหน้ารื้อ ไม่อย่างนั้นเผด็จการไม่มีวันหมดไป

    เมื่อวันอาทิตย์ ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) แกนนำ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ซึ่งนำโดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า และ 4 พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้ชำนาญการสำนักงาน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ในความผิดฐานแจ้งความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนทำให้ได้รับความเสียหาย ฐานแจ้งความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาต่อพนักงานสอบสวนเพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษ และฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 172, 174, 326 และ 328 กรณีที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีตามมาตรา 116 นำเสนอข้อมูลในลักษณะมีการบิดเบือนข้อเท็จจริง ให้ประชาชนทั่วไปหลงเชื่อ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนกับ 7 พรรคพรรคฝ่ายค้านและนักวิชาการรวม 12 คน ที่ได้จัดเวทีเสวนา “พลวัตแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สู่นับหนึ่งรัฐธรรมนูญใหม่” ที่บริเวณลานวัฒนธรรม จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 
ทั้งนี้ มีกลุ่มมวลชนประมาณ 50 คน โดยสารมากับรถทัวร์ ได้มอบกุหลาบเพื่อให้กำลังใจพร้อมตะโกน "ฝ่ายค้านสู้ๆ" โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัยไม่ให้เข้าไปภายในอาคาร ก่อนเดินทางกลับทันที
    นายสมพงษ์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ได้มีการสัมมนาเรื่องเกี่ยวกับการรณรงค์การแก้ไขรัฐธรรมนูญและอื่นๆ แต่เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.ภาค 4 ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษ ซึ่งในหัวข้อที่สัมมนาเป็นนโยบายของพรรคร่วมฝ่ายค้านปกติที่ปฏิบัติในฐานะนักการเมืองที่เป็นผู้แทนราษฎร ซึ่งย่อมมีสิทธิพูดจากับประชาชนในทางที่ถูกที่ควร ดังนั้นสิ่งที่ กอ.รมน.ภาค 4 ได้กระทำเป็นสิ่งที่ไม่ควร จึงต้องเข้ามาร้องทุกข์ เพราะเป็นการใส่ความเราโดยที่ไม่มีความผิดใดๆทั้งสิ้น เราจึงต้องแจ้งความกลับว่าสิ่งที่คุณจะทำนั้นไม่ถูกต้อง
    นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวว่า ขอยืนยันว่าสิ่งที่เราไปพบปะประชาชนตลอดเวลา รวมทั้งวันที่ 28 ก.ย. ทำภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญและกฎหมายทุกประการ ไม่ได้ทำการล่วงละเมิดรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายใดๆ เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต และต้องการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เพื่อดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย ซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น เป็นนโยบายของพรรคร่วมฝ่ายค้านทุกพรรค รวมทั้งรัฐบาลด้วย โดยเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลข้อที่ 12 ที่นายกรัฐมนตรีได้แถลงในสภาผู้แทนราษฎรว่าจะให้มีการศึกษาและแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราทำก็อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายและรัฐธรรมนูญ และแนวนโยบายของพรรคการเมือง
    “การที่ผู้แทนของ กอ.รมน.ภาค 4 ที่ได้รับมอบหมายจากแม่ทัพภาคที่ 4 มาตั้งข้อกล่าวหาตามมาตรา 116 เป็นการกล่าวโทษที่ละเมิดต่อสิ่งที่เรากระทำไป ทำให้พวกเราได้รับความเดือดร้อน และอาจทำให้ประชาชนทั่วไปนักวิชาการเกิดความหวั่นวิตกว่า การแสดงความคิดเห็นด้วยความสุจริตภายใต้รัฐธรรมนูญนั้นอาจมีความผิด มันเป็นการปิดปากประชาชน ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะรัฐธรรมนูญเปิดโอกาสให้ประชาชนมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็น ซึ่งการที่ กอ.รมน.ภาค 4 เป็นหน่วยงานของ กอ.รมน. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้บังคับบัญชานั้น ต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย เพราะ กอ.รมน.ภาค 4 จะทำไปโดยฝ่ายเดียวเป็นไปไม่ได้ ซึ่งการร้องทุกข์กล่าวโทษ เราอาจต้องกล่าวโทษตั้งแต่ผู้แจ้งถึงผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องต้องรับผิดชอบด้วย
    นายสมพงษ์กล่าวเช่นกันว่า เราต้องฟ้อง กอ.รมน.ภาค 4 และอาจถึงตัวนายกฯ ด้วย
    ด้าน พ.ต.อ.อิทธิกร จิรัตนานนท์ ผกก.กลุ่มงานสอบสวน บก.ป.กล่าวว่า ได้รับเรื่องแจ้งความจากพรรคฝ่ายค้านไว้ 2 ข้อหา คือหมิ่นประมาทและแจ้งความเท็จ ซึ่งจะนำเรื่องเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป
    วันเดียวกัน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณี กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แจ้งความกับแกนนำ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านจะกระทบการดำเนินการในสภาหรือไม่ ว่า 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านเดินสายพบประชาชนมาทั้ง 4 ภาค และพูดกับสื่อมวลชนชัดเจนว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะไม่แตะต้องหมวด 1 และหมวด 2 แต่เรารณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญบนหลักการคืนอำนาจกลับไปให้ประชาชน เพื่อให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากประชาชนขึ้นมา ซึ่งการแจ้งความดำเนินคดีที่เกิดขึ้นก็เป็นสิทธิตามกระบวนการยุติธรรม ก็ว่าไป และจะไม่กระทบกับการทำงานในสภา โดยฝ่ายค้านจะเดินหน้ารณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญที่อยู่บนหลักการที่ถูกต้องต่อไป 
      นายชุมสาย ศรียาภัย รองโฆษกพรรค พท. กล่าวว่า การฟ้องแกนนำฝ่ายค้านและนักวิชาการ 12 คน เป็นการกระทำที่น่าจะเกินไปกว่าอำนาจและกฎหมาย เพราะตามข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ผู้ร่วมเสวนาที่เป็นนักวิชาการที่ได้แสดงความเห็นถือเป็นเสรีภาพทางวิชาการ ที่รัฐธรรมนูญในหมวด 3 ว่าด้วยสิทธิเสรีภาพฯ บัญญัติรับรองคุ้มครองให้กระทำได้ ประกอบกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวด 15 ก็เป็นอำนาจและเป็นสิทธิของประชาชนหรือนักการเมืองที่สามารถกระทำได้เช่นกัน จึงถือว่าเป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ และแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ไม่มีเจตนาพิเศษ ในการกระทำความผิด ตามมาตรา 116 แต่อย่างใด 
“การที่กองทัพภาคที่ 4 ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อนักวิชาการและนักการเมืองดังกล่าว อาจเป็นการบังคับใช้กฎหมายเกินไปกว่าอำนาจและกฎหมาย และน่าเชื่อว่าหวังผลในการกลั่นแกล้งกันในทางการเมืองเพื่อต้องการหยุดกระแสการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และต้องการอยู่ในอำนาจของรัฐบาลเผด็จการซ่อนรูปต่อไป” นายชุมสายกล่าว
ด้านนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ให้สัมภาษณ์ก่อนกิจกรรม “มาสิครับผมจะเล่าให้ฟัง” เนื่องในวันที่เปิดรับสมาชิกพรรคครบรอบ 1 ปี ว่าการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคฝ่ายค้านไม่ช้าก็เร็วจะเดินไปถึงวันนั้นอยู่แล้ว ซึ่งเสียงของรัฐบาลไม่อาจทัดทานเสียงของประชาชนได้ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 นี้มีปัญหามาก ตั้งแต่ที่มาเนื้อหา และกระบวนการ นี่เป็นเรื่องของความฝันของยุคสมัย เป็นเรื่องของประชาชน จึงเรียนว่า หากแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้ประเทศก็ไม่สามารถเดินต่อไปข้างหน้าได้ โดยพรรคร่วมฝ่ายค้านเราเห็นตรงกันว่าจะไม่แตะในหมวด 1 และหมวด 2 ส่วนการปรับรูปแบบการเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ ก็คงต้องพูดคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านว่าจะจัดแบบใด ไม่ว่าจะเป็นแบบเวทีเสวนาหรือการปราศรัย ซึ่งไม่คิดว่าจะเป็นปัญหาอะไร เพราะเรามีเสรีภาพในการแสดงออก เราไม่มองเป็นมาตรา แต่มองว่าต้องยกเลิกรัฐธรรมนูญ และร่างใหม่โดยประชาชนทั้งฉบับ
    นายธนาธรยังกล่าวถึงกรณีที่ตัวแทน 7 พรรคฝ่ายค้านและนักวิชาการถูกแจ้งข้อหาประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ว่าข้อหามาตรา 116 ฐานยุยงปลุกปั่นสร้างความแตกแยก เป็นข้อหาที่ร้ายแรง ซึ่งในต่างประเทศไม่มีใครใช้ในการดำเนินคดีกับเวทีเสวนา เราเพียงจัดเสวนาให้ประชาชนเห็นถึงความไม่เป็นประชาธิปไตยที่มีอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เป็นเพียงการรณรงค์อย่างสันติ เราเชื่อว่าไม่ผิด และความจริงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นองค์กรที่หายไปแล้วหลังการเลือกตั้ง แต่วันนี้ยังแฝงตัวอยู่ในรัฐบาลชุดนี้ บางส่วนแฝงอยู่ กอ.รมน. รูปแบบใหม่ที่มีอำนาจเพิ่มขึ้น ดังนั้นเราจะเดินหน้าต่อไป พร้อมกับการปฏิรูป กอ.รมน.ด้วย เพราะการใช้กรอบคิดที่มองประชาชนเป็นศัตรู ไม่สามารถทำให้ประเทศปรองดองได้ ซึ่งรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์มีปัญหากับวิธีคิดแบบนี้มาก ที่มองผู้เห็นต่างทางความคิด เป็นคู่ขัดแย้ง
    “ผมไม่คิดว่าเมื่อเข้าไปถึงยุติธรรมแล้วก็คงเหมือนคดีอื่นๆ ที่เราโดนกันมา เป็นคดีที่มีแรงจูงใจทางการเมือง มากกว่าจะมีความผิดตามตัวบทกฎหมายจริง เป็นมูลเหตุที่เราทำผิดกับความถูกใจของผู้มีอำนาจ จึงทำให้พวกเขาฟ้องพวกเรา เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฐานอำนาจของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ หากไม่แก้ก็ไม่สามารถล้มเผด็จการได้” นายธนาธรกล่าว.


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.