ครม.อนุมัติตั้งซี 11 ศธ.แล้ว "ณัฏฐพล"ลุยตั้งซี10ต่อ


   


7ต.ค.62-นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม.ได้พิจารณาอนุมัติแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัด ศธ. ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 3 ราย ตามที่ รมว.ศธ.เสนอ ดังนี้ 1.นายประเสริฐ บุญเรือง รองปลัด ศธ. สำนักงานปลัด ศธ. ดำรงตำแหน่ง ปลัด ศธ. 2.นายอำนาจ วิชยานุวัติ รองปลัด ศธ. สำนักงานปลัด ศธ. ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) และนายณรงค์ แผ้วพลสง ผู้ตรวจราชการ ศธ. สำนักงานปลัด ศธ. ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป เพื่อทดแทนผู้เกษียณอายุราชการ อย่างไรก็ตาม ตนได้มอบหมายให้ทั้ง 3 ตำแหน่ง ขับเคลื่อนงานตามนโยบายของรัฐบาล และยุทธศาสตร์ของประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญ อีกทั้งส่วนตัวตนยอมรับว่ามีความกังวลในเรื่องอาชีวศึกษา เพราะขณะนี้ประเทศมุ่งที่จะผลิตแรงงานที่มีฝีมือ ตอบโจทย์การลงทุนภายในประเทศ และเรื่องนี้คงต้องมีการวางแผนให้ชัดเจน รอบด้านอย่างพอสมควร ทั้งนี้ในส่วนของข้าราชการระดับ 10 นั้น ใจจริงตนก็ต้องการที่จะเสนอทันที แต่ก็คงต้องดูการทำงาน การตอบรับงานของข้าราชการระดับ 11 ที่มีการรักษาการก่อน ว่า ขาดบุคลากรมาขับเคลื่อนงานในเรื่องใด เพื่อที่จะคัดผู้ที่มีความเหมาะสมเข้ามาทำงาน และตนต้องการให้มีการขับเคลื่อนในทุกบริบท ทั้งการวางแผน การจัดสรรงบประมาณ หรือว่ามีใครไม่สนใจในเรื่องนโยบาย สนใจเพียงแต่ว่าตัวเองทำไมจึงไม่ได้รับการแต่งตั้งหรือไม่ ซึ่งตนหวังว่าคงไม่มี ถึงมีก็ต้องหยุด

นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมได้เห็นชอบคืนอัตราเกษียณอายุราชการตำแหน่งข้าราชการครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จำนวน 525 อัตราให้แก่โรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนต่ำกว่า 120 คน จำนวน 490 แห่งของปีงบประมาณ 2559-2560 ทั้งนี้การคืนอัตรากำลังดังกล่าวให้ ศธ. ซึ่งที่ประชุมต้องการให้การคืนอัตรากำลังดังกล่าวเป็นตำแหน่งพนักงานราชการ แต่ตนได้ชี้แจงว่าจำเป็นต้องคงอัตรากำลังให้เป็นข้าราชการครู เพื่อมุ่งเดินหน้าตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา รวมถึงตนยังได้แจ้งให้ที่ประชุมรับทราบด้วยว่าการแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กยังมีความจำเป็นต้องคงโรงเรียนขนาดเล็ก จำนวน 1,941 แห่งไว้จากโรงเรียนขนาดเล็กทั้งหมดประมาณ 15,000 แห่ง เพราะโรงเรียนเหล่านี้ไม่สามารถยุบหรือควบรวมได้ เนื่องจากโรงเรียนในกลุ่มดังกล่าวเป็นโรงเรียนที่มีความสำคัญต่อผู้เรียนและชุมชน อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางของคนในพื้นที่
             
“นายกรัฐมนตรีได้กำชับว่าเมื่อจะบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูจะต้องเป็นครูที่มีความทันสมัย และมีความรู้ด้านดิจิทัล และมีความสามารถตรงตามทักษะในศตวรรษที่ 21 ด้วย ซึ่งที่สำคัญครูเหล่านี้จะต้องมีความสามารถสอนโรงเรียนขนาดเล็กได้ เช่น ครูจะต้องมีความรู้หลากหลายในการจัดการเรียนการสอยแบบควบชั้นเรียน เป็นต้น ทั้งนี้ในอนาคตอาจมีการคงโรงเรียนขนาดเล็กมากกว่าจำนวน 1,941 แห่ง ซึ่งจะดูบริบทของแต่ละพื้นที่เป็นสำคัญ อย่างไรก็ตามไม่ว่าการแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กจะคงโรงเรียนหรือยุบและควบรวมก็ตามจะต้องยึดหลักการว่าการดำเนินการเหล่านั้นสร้างคุณภาพให้แก่เด็กมากน้อยแค่ไหนด้วย”รมว.ศธ. กล่าว


ดูไว้.....ไม่เสียหลาย การชุมนุมอันยืดเยื้อของ อาตี๋ อาหมวย ฮ่องกง จากค้านร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน มาเป็นให้คนฮ่องกงเลือกผู้นำของตนเอง เพราะคนฮ่องกงไม่ใช่คนจีน 

ธนาธร:ไก่อ่อนเผยอเป็นอินทรี
ความพิเศษของ "บิ๊กแดง"
อย่าลืม...เรามีนัดกัน "๒๑ ตุลา."
อนุทิน 'อย่าห้าวริมปากเหว'
เมื่อ 'อนาคตใหม่' ผิดแผน
อย่าให้เป็น 'วิกฤติตุลาการ'