ฮึ่ม!ขึ้นบัญชีดำ ออกคูปอง1พัน ใช้หมดทีเดียว!


   

 "คลัง" ฮึ่ม! ขึ้นบัญชีดำร้านหัวหมอออกคูปองบังคับใช้เงิน 1 พันบาทมาตรการชิมช้อปใช้ทั้งหมดทีเดียว จี้ยุติพฤติกรรมพร้อมขู่ตัดสิทธิ์เข้าร่วมโครงการอื่นของรัฐ เผยยอดใช้จ่ายทะลุ 3 พันล้าน  เร่งสรุปเฟส 2 สัปดาห์นี้ก่อนเสนอ ครม. 

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศเปิดลงทะเบียนร่วมมาตรการชิมช้อปใช้รอบเก็บตก วันที่ 7 ตุลาคม  2562 หรือวันที่ 15 ของมาตรการ เพื่อรับเงิน 1,000 บาทไปใช้ท่องเที่ยวในประเทศ รวมถึงรับสิทธิ์ได้เงินคืน (แคชแบ็ก) 15% พบว่ายังได้รับความสนใจจากประชาชนลงทะเบียนอย่างต่อเนื่อง โดยในการเปิดลงทะเบียนเหลือสิทธิ์ให้เก็บตก 60,410 สิทธิ์ แต่ปรากฏว่าเมื่อเริ่มเปิดลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 00.01  น. พบว่าภายในเวลา 23 นาที หรือ 00.23 น.ก็มีคนลงทะเบียนเต็มตามจำนวนเรียบร้อย
    อย่างไรก็ดี หลังจากนี้กระทรวงการคลังยังเปิดให้ลงทะเบียนต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 15 พ.ย.นี้ หรือจนกว่าจะมีผู้ใช้สิทธิ์ครบ 10 ล้านคน โดยจะพิจารณาให้สิทธิ์ลงทะเบียนเพิ่มแบบวันต่อวัน ซึ่งจะยกยอดมาจากผู้กรอกข้อมูลลงทะเบียนไม่ถูกต้อง รวมถึงผู้ที่ลงทะเบียนผ่านแต่ไม่ใช้เงินภายใน 14 วัน ให้นำกลับมาเปิดลงทะเบียนใหม่ โดยผู้สนใจร่วมชิมช้อปใช้สามารถตรวจสอบจำนวนสิทธิ์ในแต่ละวันได้ที่  www.ชิมช้อปใช้.com ซึ่งคาดจะเหลือไม่เยอะ ส่วนผู้ที่ลงทะเบียนเสร็จเรียบร้อยจะต้องรอการตรวจสอบสิทธิ์อีก 3 วันทำการ จากนั้นจะได้รับแจ้งทางเอสเอ็มเอส พร้อมอีเมลยืนยันสิทธิ์และเริ่มจับจ่ายใช้สอยได้ในวันถัดไปจนถึง 30 พ.ย.นี้
    นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่าถูกห้างสรรพสินค้าและร้านค้าปลีกสมัยใหม่มีพฤติกรรมเอาเปรียบ ด้วยการบังคับให้จ่ายเงิน 1,000 บาทจากมาตรการชิมช้อปใช้ทั้งหมดทีเดียวก่อนเข้าไปเลือกซื้อสินค้า ซึ่งต่อมาแม้ประชาชนจะใช้ซื้อสินค้าไม่ถึง 1,000 บาท แต่ก็ไม่ได้รับเงินส่วนที่เหลือคืน ทำให้ต้องจำใจซื้อของให้ครบทั้งหมด  
    นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (ปฏิบัติงานกระทรวงการคลัง)  กล่าวว่า กระทรวงการคลังขอย้ำเตือนผู้ประกอบการห้างร้านทั้งหลายว่า ห้ามมิให้เอาเปรียบประชาชนที่ได้รับสิทธิ์จากมาตรการชิมช้อปใช้ เช่นออกคูปอง 1,000 บาท หรือเงื่อนไขอื่นใดเพื่อให้ประชาชนซื้อของเฉพาะในห้างหรือร้านของตัวเองเต็มวงเงิน เพราะหากได้รับการร้องเรียนและมีการตรวจพบว่ากระทำการลักษณะดังกล่าวจริง ก็จะจัดการขั้นเด็ดขาดด้วยการยกเลิกสิทธิ์การเข้าร่วมมาตรการทันที รวมถึงขึ้นบัญชีดำสำหรับการเข้าร่วมมาตรการต่างๆ ในอนาคต 
    "ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีประชาชนพากันไปจับจ่ายเงินมาตรการชิมช้อปใช้ผ่านแอปพลิเคชัน เป๋าตังเป็นจำนวนมาก และส่งผลให้ร้านค้าหรือห้างสะดวกซื้อบางแห่งมีการวางระบบบริหารการจัดการเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า ซึ่งอาจทำให้ลูกค้าไม่ได้รับความสะดวกหรือถูกเอาเปรียบ จึงขอให้ยุติพฤติกรรมดังกล่าว" นายชาญกฤชกล่าว
      นอกจากนี้ยังแนะนำประชาชนว่า หลังจากได้รับเอสเอ็มเอสยืนยันสิทธิ์และมีการเปิดใช้ครั้งแรกภายในระยะเวลา 14 วันแล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้ให้หมดภายในครั้งเดียว เพราะเงินส่วนที่เหลือยังนำไปใช้ยังสถานที่อื่นๆ ภายในจังหวัดที่ลงทะเบียนเอาไว้ได้ด้วยจนถึงวันที่ 30 พ.ย.62 โดยสามารถใช้ซื้อสินค้าจำเป็นที่ใช้ในครัวเรือน ซื้ออาหาร หรือใช้เป็นค่าที่พักในการเดินทางไปท่องเที่ยว ไม่จำเป็นต้องใช้จนหมดในครั้งแรกครั้งเดียว ที่สำคัญยังสามารถเติมเงินเข้าไปในกระเป๋าที่ 2 เพื่อนำไปใช้ยังสถานที่ต่างๆ  ได้ทั่วประเทศ โดยจะได้รับเงินคืนสูงสุด 15% หรือ 4,500 บาทต่อคนหลังสิ้นสุดโครงการ 30 พ.ย.62  และเงินดังกล่าวจะได้รับคืนไม่เกิน 1 เดือนหลังสิ้นสุดโครงการ
    นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 27  ก.ย.-6 ต.ค.62 มีผู้ได้สิทธิ์มาตรการชิมช้อปใช้ไปใช้จ่ายซื้อสินค้า 3.2 ล้านคน เป็นยอดเงินใช้จ่ายถึง  3,000 ล้านบาท จากผู้ที่ลงทะเบียนเสร็จสิ้นสำเร็จแล้ว 6 ล้านคน ซึ่งยังมีคนยังไม่ใช้สิทธิ์เนื่องจากมีเวลาการใช้ถึง 14 วัน
    สำหรับผู้ลงทะเบียนอีก 4 ล้านคนอยู่ระหว่างขั้นตอนยืนยันตัวตนโหลดแอปเป๋าตัง ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ได้สิทธิ์เต็ม 10 ล้านคน และใช้วงเงินในกระเป๋าที่ 1 ครบทั้ง 1 หมื่นล้านบาท
    อย่างไรก็ตามยังมีผู้จองสิทธิ์และไม่ผ่านอยู่ต่อเนื่อง ซึ่งกระทรวงการคลังก็จะให้มีการลงทะเบียนจองสิทธิ์ทุกวันจนถึงวันที่ 15 พ.ย.62 หรือว่าเต็ม 10 ล้านคน โดยในวันที่ 8 ต.ค.62 ประมาณ 3 หมื่นคน
    นายลวรณกล่าวว่า ในวันที่ 8 ต.ค.62 จะเสนอมาตรการชิมช้อปใช้เฟส 2 ให้นายอุตตมเห็นชอบ  เพื่อสรุปและเสนอให้ ครม.เห็นชอบ โดยจะมีการเปิดให้ลงทะเบียนเพิ่มจาก 10 ล้านคนเดิม ซึ่งจะเน้นให้มีการใช้เงินในกระเป๋า 2 คือนำเงินของตัวเองโอนเข้ากระเป๋า 2 เพื่อซื้อสินค้าไม่เกิน 3 หมื่นบาท และได้เงินคืนจากรัฐบาลไม่เกิน 4,500 บาท ส่วนจะให้กระเป๋าแรกด้วยหรือไม่ขึ้นอยู่กับฝ่ายนโยบายตัดสินใจ.


ผม "หายไป" ด้วยท้องไส้ไม่สบายซะหลายวันแต่วันนี้ ๒๑ ตุลาไม่หายก็ต้องหาย เพราะเป็นวันครบรอบอีกขวบของไทยโพสต์ ยังไงๆ ก็ต้องเอาหน้ามาเจอกัน ที่สำคัญ........

'ทอน' ไม่รู้! แล้วจะรอดหรือ
ธาตุแท้อนาคตใหม่
งบฯ ผ่าน ไม่ยุบ ไม่ออก
'ความเมือง' ในไทยยุคที่ ๓
อย่าให้ฝ่ายแค้นแหกตา
ธนาธร:ไก่อ่อนเผยอเป็นอินทรี