“อนุทิน” นัดถกรูปแบบสายสีส้มตะวันตก 8 ต.ค.นี้


   

8 ต.ค.62-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ฝั่งตะวันตก ช่วงบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย วงเงิน 1.28 แสนล้านบาทว่า ในวันที่ 8 ต.ค.นี้เวลา 9.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ สำนักบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กรมการขนส่งทางราง (ขร.) มาประชุมร่วมกันถึงโครงการดังกล่าว เพื่อหาข้อสรุปว่าจะดำเนินการในรูปแบบใด หลังจากที่กระทรวงการคลังได้ให้ความเห็นว่า หากรัฐบาลเป็นผู้ดำเนินการในส่วนของงานโยธาเอง จะทำให้มีมูลค่าของโครงการที่ถูกลงไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้าน

ทั้งนี้ ยืนยันว่า หากรัฐบาลเป็นผู้ดำเนินการในส่วนของงานโยธาเองนั้น จะไม่ทำให้โครงการล่าช้า เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้มีการศึกษาไว้แล้ว

นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้ สนข. และ ขร. ไปพิจารณาความแตกต่างระหว่างระบบรถไฟรางหนัก (Heavy Rail) กับรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Monorail) พร้อมทั้งพิจารณาข้อกังวล ทั้งในส่วนเรื่องของค่าโดยสารของประชาชน และเพดานหนี้สาธารณะด้วย ขณะที่ในส่วนของจำนวนผู้โดยสารที่ระบุว่า โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ฝั่งตะวันออก ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี เมื่อรวมกับฝั่งตะวันตก จะมีจำนวนผู้โดยสาร 440,000 คนต่อวันนั้น ตนมองว่าตัวเลขผู้โดยสารยังน้อยไป เนื่องจากเส้นทางดังกล่าว ผ่านใจกลางเมือง จึงสั่งการให้ รฟม. ไปอัพเดทข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน

“หลังจากที่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ฝ่ายเศรษฐกิจแล้ว และได้ให้กลับมาทบทวนโครงการรถไฟสายสีส้มว่า จะใช้รูปแบบไหน ก็ต้องมาดูว่าอันไหนถูกกว่าและดีกว่า ก็จะเสนอข้อเท็จจริง และข้อเปรียบเทียบเสนอให้ ครม.พิจารณา ซึ่งตอนนี้มี 2 รูปแบบ คือ แยกการก่อสร้างออกจากการเดินรถ แต่ปัจจุบันรวมเป็นเอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (PPP) 100% ซึ่งกระทรวงการคลังได้ให้ความเห็นว่า ถ้าแยกก่อสร้างออกมาจะถูกกว่า ซึ่งความเห็นนี้มีเป็นตัวหนังสืออยู่ในรายงานการประชุม” นายศักดิ์สยาม กล่าว

นายศักดิ์สยาม กล่าวต่ออีกว่า สำหรับกรอบในการพิจารณาโครงการนั้น จะต้องเรียงลำดับความสำคัญ เพื่อตอบโจทย์ 3 กลุ่มหลักที่มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder) คือ ลำดับที่ 1 ประชาชนจะต้องได้ประโยชน์สูงสุด และรับภาระน้อยที่สุด โดยเฉพาะในส่วนของอัตราค่าโดยสาร ลำดับที่ 2 รัฐจะต้องมีการลงทุนน้อย และลำดับที่ 3 เอกชนที่มาลงทุนจากรัฐจะต้องได้รับผลตอบแทน

ทั้งนี้ หากการพิจารณาดังกล่าว ที่มีนายอนุทินเป็นประธานนั้น ได้ข้อสรุปออกมาว่า รัฐจะเป็นผู้ดำเนินการในส่วนของงานโยธาเอง จะถอนเรื่องกลับมาเพื่อพิจารณาอีกครั้ง จากนั้นจะส่งเรื่องกลับไปยังคณะกรรมการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (บอร์ด รฟม.) ก่อนที่จะเสนอให้ ครม.ฝ่ายเศรษฐกิจพิจารณา เพื่อส่งไปยัง ครม.ชุดใหญ่ และเข้าสู่กระบวนการ PPP เฉพาะการเดินรถต่อไป ขณะเดียวกัน ถ้าพิจารณาแล้วว่า จะดำเนินการรูปแบบเดิมตามมติ ครม.ชุดก่อนเหมาะสมกว่านั้น ก็สามารถเสนอไปยัง ครม.ชุดใหญ่ได้ทันที อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะสรุปรูปแบบการดำเนินการและเสนอ ครม. ได้ภายใน ต.ค. นี้


โง่แล้วโทษ "กล้วย"! อย่างนี้ต้องให้ "เพื่อไทย-อนาคตใหม่" กินไข่แทนกล้วย เยื่อหุ้มสมองจะได้แข็งแรง คิดอะไรได้มากกว่าเอะอะ "วอล์กเอาต์"

เพื่อไทย 'หลอกแก้ผ้า' น้องใหม่
'ความลับทางทหารที่จำแม่น'
พรรคร่วม 'หลวม' ในแกนนำ
มีอะไรเสนอนอกจาก 'แบน'?
จากสภาสู่ 'พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์'
สภา "ปลาน้ำลึก-ปลาน้ำตื้น"