เลื่อนเซ็นสัญญาไฮสปีดเชื่อม3สนามบิน 25 ต.ค.นี้ จากเดิม15 ต.ค.นี้


   

8 ต.ค.62-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังจากที่ได้มีการหารือร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการคัดเลือกของโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) เชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) ถึงแนวทางการแก้ไขปัญหากรณีเอกสารแนบท้ายสัญญาโครงการดังกล่าว ขัดกับข้อกำหนดเอกสารคัดเลือกเอกชน (Request for Proposal หรือ RFP)ขณะเดียวกันยังได้ขีดเส้นที่จะให้กลุ่มกิจการร่วมค้า กลุ่มซีพี ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทที่ผ่านการพิจารณา ต้องมาเซ็นสัญญาภายในวันที่ 15 ต.ค.หากไม่มาเซ็นสัญญาตามกำหนดจะต้องถูกริบหลักประกันซอง และอาจถูกพิจารณาเป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบของทางราชการ ซึ่งทำให้ต้องถูกแบล็คลิสต์รับงานในอนาคตแล้วนั้น


นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ที่ผ่านมา ตนและนายอนุทิน ได้พยายามแก้ไขมาโดยตลอดกลับมามีปัญหาเกิดขึ้นแล้ว ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่จะทำให้การเซ็นสัญญาในโครงการฯจากเดิมกำหนดว่าจะต้องเซ็นในวันที่ 15 ต.ค.2562 จะต้องเลื่อนออกไป เป็นวันที่ 25 ต.ค.นี้แทนเนื่องจากขณะนี้ทางคณะกรรมการ(บอร์ด) การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)ได้ยื่นหนังสือลาออกทั้งชุดไปเมื่อวันที่1 ต.ค.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้หากมีการลงนามตามกำหนดการเดิมในวันที่ 15 ต.ค.นี้จะส่งผลให้สัญญาดังกล่าวเป็นโมฆะทันที เนื่องจากหากไม่มีบอร์ด รฟท. สัญญาจะไม่มีผลผูกพันธ์กับรถไฟทันที ซึ่งจากกรณีดังกล่าว จึงถือเป็นสิทธิที่ผู้ว่าจ้าง คือ รฟท.สามารถที่จะแจ้งเลื่อนวันเซ็นสัญญาได้ สาเหตุมาจากความจำเป็น

อย่างไรก็ตามขณะนี้ทางกระทรวงคมนาคมได้มีการเสนอรายชื่อบอร์ด รฟท.ชุดใหม่ ไปยังสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(สคร.) แล้ว โดยเป็นการเสนอรายชื่อคู่เทียบไปให้สคร.พิจารณาตรวจสอบคุณสมบัติ ทั้งนี้ผู้เสนอไม่มีอำนาจไปกำหนดว่าจะเลือกใคร อย่างไรก็ตามเมื่อสคร.พิจารณาแล้วเสร็จ จะนำเสนอคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(คนร.) เพื่อเห็นชอบ จากนั้นจะส่งกลับมาให้กระทรวงคมนาคมเพื่อเสนอต่อให้ ครม.พิจารณาอนุมัติต่อไป ซึ่งคาดว่าไม่น่าจะเกินสัปดาห์หน้า

นายศักดิ์สยาม กล่าวว่าแม้ว่าจะมีเวลากระชั้นชิดแต่อย่างไรก็มั่นใจว่าเมื่อได้บอร์ด รฟท.ชุดใหม่แล้วจะยังคงเดินหน้าเซ็นสัญญากับกลุ่มซีพีได้ทันภายในสิ้นเดือน ต.ค.นี้แน่นอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับข้อเสนอของกลุ่ม CPH (ซีพี) พบว่ามีราคา Net Present Value (มูลค่าปัจจุบันสุทธิ) อยู่ที่ 117,227 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าข้อเสนอของทางกลุ่ม BSR ที่เสนอมาในมูลค่า 169,934 ล้านบาท หรือต่ำกว่าราว 52,707 ล้านบาท อีกทั้งยังต่ำกว่ากรอบวงเงินที่ ครม.มีมติอนุมัติให้รัฐร่วมลงทุนในโครงการ ในวงเงินมูลค่าปัจจุบันไม่เกิน 119,425 ล้านบาท


ขยันดีนะ....ฝ่ายค้านชุดนี้ เคาะกะลากันรายวัน จะแก้รัฐธรรมนูญ จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล งานเต็มมือ!    เรื่องหาวิธีชำเรารัฐธรรมนูญพูดกันไปเยอะแล้ว มาที่เรื่องซักฟอกรัฐบาลดูบ้าง 

ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'
อ้อย 'ฤๅจะหวานเท่า' ไทย-จีน