เขย่าขวัญลิเบอรัล! ดีอี-ปอท.เชือด‘กาณฑ์’พาดพิงเบื้องสูง


   

 ปอท.บุกจับ "กาณฑ์" กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง โพสต์ข้อความหมิ่นเหม่พาดพิงสถาบันฯ หิ้วตัวฝากขังทันที ญาติยื่น 1 แสนขอปล่อยตัวชั่วคราว ศาลให้ประกันตั้งเงื่อนไขห้ามโพสต์ลักษณะนี้อีก "บิ๊กป้อม" ชี้มี 5 คนเอี่ยวโจมตีด้วย "ตร." เผยผู้ต้องหาให้การภาคเสธ "รมว.ดีอี" ยันทำตามหลักฐาน ไม่ได้กลั่นแกล้ง "สุวินัย" ซัดพวกรุ่นพี่-อาจารย์ปลูกฝังความคิดยาพิษ แถมไม่ปรามเด็กที่ทำตัวลิเบอร่าน   

     ความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) จับกุมตัวนายศศิพัฒน์ หรือกาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์ อายุ 25 ปี นักเคลื่อนไหวทางการเมืองกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ชาว อ.หนองม่วง จ.ลพบุรี ผู้ต้องหากระทำผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ช่วงเวลา 2 ทุ่มเศษวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา ที่บ้านพักเลขที่ 321/47 ซอยอารีย์สัมพันธ์ 3 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. และคุมตัวไปสอบปากคำที่ บก.ปอท. ศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ ใช้เวลากว่า 6 ชั่วโมง ก่อนนำตัวไปคุมขังที่ สน.ทุ่งสองห้องนั้น
    เมื่อวันที่ 8 ต.ค. พนักงานสอบสวน กก. 3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี  (กก.3 บก.ปอท.) คุมตัวนายศศิพัฒน์ หรือกาณฑ์ เดินทางไปที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เพื่อยื่นคำร้องฝากขังครั้งแรก เนื่องจากพนักงานสอบสวนจะต้องรอสอบปากคำพยานอีก 4 ปาก รอผลการตรวจพิสูจน์อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รอผลตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือและประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหา จึงขออำนาจศาลฝากขังผู้ต้องหาเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 8-19 ต.ค.นี้
    พนักงานสอบสวนระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 5 ต.ค.2562 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดศ.) โดยผู้รับมอบอำนาจได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวน ปอท. กรณีเมื่อวันที่ 4 ต.ค.2562 เวลาประมาณ 09.00 น. เจ้าหน้าที่ตรวจพบว่ามีผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ "กาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์" โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กเวลา 15.17 น. วันที่  2 ต.ค.2562 ทำนองว่า "อยากจบแบบไหน-เหมือนรัสเซีย-ลี้ภัย เหมือนเยอรมัน-ทำประชามติ เหมือนกรีซ-ยึดอำนาจ ไล่ออกอยู่ประเทศเพื่อนบ้านเหมือนลาว" เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำดังกล่าวนั้น เป็นการสื่อให้ผู้เข้าไปดูโพสต์เข้าใจว่าเป็นการพาดพิงถึงสถาบันฯ เพราะประชาชนที่ดูข่าวเป็นประจำและศึกษาประวัติศาสตร์ ย่อมต้องรู้และเข้าใจการสื่อความหมายเรื่องนี้ดี เชื่อว่าผู้ต้องหามีเจตนาปลุกปั่นกระแสให้ประชาชนที่เห็นโพสต์ดังกล่าวเกิดความตื่นตระหนก เข้าใจผิด และเกิดความแตกแยกในสังคม หรือก่อความไม่สงบภายในประเทศ ซึ่งอาจกระทบต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ
    พนักงานสอบสวน ปอท.จึงขอศาลอาญาอนุมัติหมายจับที่ 1520/2562 ลงวันที่ 7 ต.ค.2562 กระทั่งวันที่ 7 ต.ค.2562 เวลา 20.00 น. จึงสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหานี้ได้ บริเวณหน้าบ้านพักเลขที่ 321/47 ซอยอารีย์สัมพันธ์ 3 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. พร้อมแสดงหมายจับ โดยผู้ต้องหารับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และไม่เคยถูกจับมาก่อน จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน ปอท.ดำเนินคดีข้อหา "นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร” อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (3) แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2562 เหตุเกิดเมื่อเวลา 15.17 น. วันที่ 2 ต.ค.2562 และเกี่ยวเนื่องทั่วราชอาณาจักร ในชั้นจับกุม และชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ
1 แสนประกันตัว 'กาณฑ์'
    ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหา เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง เกรงว่าจะหลบหนีและไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน 
    ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังญาติได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดจำนวน 1 แสนบาท ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างฝากขัง โดยศาลพิจารณาคำร้องและหลักทรัพย์แล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัว โดยตีราคาประกัน 1 แสนบาท พร้อมกำชับห้ามมิให้ผู้ต้องหาโพสต์ข้อความลักษณะเช่นนี้อีก
    พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า ขณะนี้กำลังดำเนินการสืบสวนอยู่ ซึ่งเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้รายงานถึงสาเหตุ เพียงแต่บอกว่ามีการจับกุมตัว โดยเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่การปราม แต่เป็นการจับจริง 
    "เบื้องต้นทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ประสานมาว่ามีบุคคลที่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ประมาณ 5 คน ส่วนจะมีความเชื่อมโยงกันแค่ไหนอย่างไรนั้น ผมยังไม่ทราบ เพราะต้องรอผลการสืบสวนก่อน แต่ถ้ามีความเกี่ยวโยงมากก็ต้องดำเนินคดี เนื่องจากถือเป็นการกระทำผิดด้วยการโจมตีสถาบันฯ" พล.อ.ประวิตรกล่าว
    ที่ บก.ปอท. นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อม พล.ต.ต.ไพบูลย์ น้อยหุ่น ผบก.ปอท. และ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. ในฐานะโฆษก บก.ปอท. ร่วมแถลงผล “ปฏิบัติการปราบปรามเนื้อหาไม่เหมาะสม” สืบสวนปราบปรามผู้ที่เผยแพร่สื่อในเนื้อหาไม่เหมาะสม รวมถึงผู้ร่วมขบวนการบนสื่อออนไลน์และเว็บไซต์ที่มีความเกี่ยวข้อง โดยสามารถจับกุมนายศศิพัฒน์ หรือกาณฑ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาที่ 1520/2562 ลงวันที่ 7 ต.ค.2562 ข้อหาตามมาตรา 14 (3) พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ฐาน “นำเข้าสู่ระบบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรฯ” ได้ที่บ้านพักในซอยอารีย์สัมพันธ์ 3 
    พ.ต.อ.ศิริวัฒน์กล่าวว่า ปลายสัปดาห์ที่แล้วมีผู้ไม่หวังดีได้ก่อกระแสข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ โดยการติดแฮชแท็กและโพสต์ข้อความเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมผ่านเฟซบุ๊ก อันจะสร้างความเกลียดชัง จนมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นร่วมหลักร้อยราย และแชร์โพสต์ต่อกว่า 50 ครั้ง ดังนั้น รมว.ดีอีจึงสั่งการให้ บก.ปอท.สืบสวนติดตามจนสามารถยื่นคำร้องขอศาลอาญาอนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาในข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุด จำคุก 5 ปี ปรับ 100,000 บาท 
    "จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การภาคเสธ ยอมรับว่าเป็นผู้โพสต์ แต่ไม่มีเจตนากระทำผิด ซึ่งเมื่อตรวจสอบประวัติแล้วพบว่านายกาณฑ์เคยโพสต์ในลักษณะที่เกี่ยวกับความมั่นคงมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งก็นับเป็นเรื่องต่างกรรมต่างวาระ ซึ่งประเทศไทยมีเสรีภาพในการโพสต์ การแชร์หรือคอมเมนต์ แต่ต้องมีวิจารณญาณว่าเรื่องที่โพสต์ไปเป็นความจริงหรือไม่ และหากโพสต์ไปจะมีใครเสียหายหรือไม่" พ.ต.อ.ศิริวัฒน์กล่าว 
    โฆษก บก.ปอท.กล่าวว่า สำหรับผู้ที่แชร์และคอมเมนต์ในโพสต์ดังกล่าวร่วมหลักร้อยนั้น จากนี้ก็จะพิจารณาว่าต้องเรียกเข้ามาสอบปากคำหรือไม่ต่อไป และขอฝากเตือนว่าสำหรับประชาชนผู้ใดที่แชร์หรือส่งต่อข้อความลักษณะดังกล่าวจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (5) ต้องระวางโทษเท่ากับผู้โพสต์หรือผู้นำเข้าสู่ระบบเช่นกัน
    ส่วนนายพุทธิพงษ์ยืนยันว่าการจับกุมทุกครั้งต้องดำเนินการภายใต้ข้อมูลและข้อเท็จจริง ไม่ได้ตั้งเป้าใครเป็นศัตรูหรือใช้ความรู้สึกส่วนตัวมาตัดสิน การที่จะดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิดนั้น ต้องทำตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน หากไม่มีหลักฐานก็จะดำเนินคดีไม่ได้
เตือนทำตัวลิเบอร่าน
    "สำหรับศูนย์เฟกนิวส์นั้น เป็นเพียงหน่วยคัดกรองข่าวที่มีเนื้อหาไม่เป็นความจริง และอาจจะกระทบต่อสังคมเป็นวงกว้าง ซึ่งปกติทางดีอีและ ปอท.ทำหน้าที่ตรวจสอบอยู่แล้ว โดยศูนย์เฟกนิวส์นั้น เมื่อได้รับแจ้งเบาะแสข่าวปลอมมา จะตรวจสอบภายใน 2 ชั่วโมง ก่อนประชาสัมพันธ์เผยแพร่ให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบข้อเท็จจริงต่อไป" รมว.ดีอีกล่าว
    วันเดียวกัน นายสุวินัย ภรณวลัย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก Suvinai Pornavalai ระบุ "ถึงน้องกาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์ ในฐานะที่ผมเคยเป็นอาจารย์ธรรมศาสตร์มาก่อน ผมอยากให้กำลังใจคุณนะ สิ่งที่คุณได้ทำลงไปสาหัสกว่าเคสของน้อง ***mind ที่ผมโพสต์เมื่อคืนมาก แต่ผมก็อยากเตือนสติคุณอยู่ดี ด้วยตรรกะเดียวกับที่ผมเตือนน้อง ***mind ไปแล้ว ยุคโซเชียลเป็นใหญ่สมัยนี้น่ากลัวนะครับ อยู่ดีๆ ฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ แบบล้มทั้งยืนได้ง่ายๆ จะโพสต์อะไรที่ออกแนวขบถ ควรมีสติคิดให้รอบคอบก่อนโพสต์ทุกครั้ง
    สังคมในโลกจริง มีคนคิดต่างจากเรามากมาย เรามิได้เป็นศูนย์กลางของจักรวาล สิ่งที่เราคิดเราเชื่อเพราะอาจารย์เราปลูกฝังความคิดมา ไม่แน่ว่าจะจริงเสมอไปหรือสังคมส่วนใหญ่จะคล้อยตามความคิดขบถแบบนั้น ผมอยากให้คุณเอาเหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนครั้งใหญ่ในชีวิต เพื่อเข้าใจโลก มองโลกตามความเป็นจริงด้วยมุมมองที่หลากหลายแบบพหุนิยม อย่ามองโลกด้วยสายตาที่ชังชาติ ชังสถาบันแบบที่คุณเคยโพสต์อีกเลย มองหาความดี ความงามในชีวิตนี้ให้เจอ เพื่อจะได้เห็นความจริงที่จริงแท้ยิ่งกว่าเดิม หมั่นถามตัวเอง ตรึกตรองตัวเองให้ดีว่า ตัวเองมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร คุณยังอายุไม่มาก อนาคตอันสดใสยังรอคุณอยู่ อย่าดันทุรัง ถลำลึกจนกู่ไม่กลับมากไปกว่านี้เป็นอันขาด ตั้งต้นใหม่ เริ่มสร้างตัวตนใหม่ ตอนนี้ยังทันอยู่ ขอให้คุณโชคดี
    พวกรุ่นพี่รวมทั้งอาจารย์ในธรรมศาสตร์ที่ปลูกฝัง "ความคิดยาพิษ" ให้กับเด็กๆ ที่เป็นรุ่นน้องหรือเป็นลูกศิษย์ รู้มั้ยว่าพวกคุณกำลังทำลายชีวิตเด็กพวกนี้ด้วยมิจฉาทิฐิและความเกลียดชังพยาบาทในใจคุณที่พยายามส่งต่อความพยาบาทนี้ไปสู่เด็กรุ่นหลัง มโนกรรมของคุณเป็นบาปที่หนักมาก … ถ้าพวกคุณยังเชื่อเรื่องบาปกรรมอยู่นะสอนเด็กให้รู้จักและเป็นลิเบอรัลไม่มีปัญหา แต่ไม่ออกมาปรามเด็กที่ทำตัวเป็น "ลิเบอร่าน" ถือว่าผิดจริยธรรมของผู้เป็นครูหรือรุ่นพี่". 
 


อุ่นหนาฝาคั่ง...แน่นซอย ไทยโพสต์ ครบรอบ ๒๓ ปี ย่างเข้าปีที่ ๒๔ ยังได้รับความรัก จากกัลยาณมิตรมากมาย เหมือนเช่นเคย ขอบคุณกันไม่หมด ทั้งจากภาคธุรกิจ ราชการ ฝ่ายการเมือง

'๒๑ ตุลา' สำนึกย้อน 'สำนึกไทย'
'ทอน' ไม่รู้! แล้วจะรอดหรือ
ธาตุแท้อนาคตใหม่
งบฯ ผ่าน ไม่ยุบ ไม่ออก
'ความเมือง' ในไทยยุคที่ ๓
อย่าให้ฝ่ายแค้นแหกตา