อนค.โบ้ยกอ.รมน. กลบ‘ป๊อก’25หน้า


   

  โฆษกศาลกางระเบียบการตรวจร่างคำพิพากษา ยันต้องควบคุมคุณภาพรักษาแนวบรรทัดฐาน เป็นหลักประกันความเป็นธรรมทุกฝ่าย “ศิริชัย” แนะผู้พิพากษาควรเก็บตัวเหมือนเดิม ให้ห่างไกลผลประโยชน์ "วันนอร์" แนะคนอื่นอย่าเอาไปโหนการเมือง แต่ป้อง "คณากร" ทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ "ปิยบุตร" นำเข้ากมธ.กฎหมาย 9 ต.ค.นี้ เพจ อนค.ฉะ กอ.รมน.ลบเฟซบุ๊กไลฟ์ของคณากร จี้ให้เปิดเผย "หมอวรงค์" ชี้ ก.ต.ตั้งอนุ กก.ตรวจสอบแล้วส้มหวานไม่มีหน้าที่ ซัดได้ข้อมูลลับถือเป็นภัยการปกครอง  

     เมื่อวันอังคาร นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม อธิบายถึงกระบวนการขั้นตอนการออกคำพิพากษาศาลชั้นต้น และการตรวจร่างคำพิพากษาของอธิบดีผู้พิพากษาภาคว่า เรื่องการตรวจร่างคำพิพากษาของภาคไม่ใช่การแทรกแซง อธิบดีผู้พิพากษาภาคมีอำนาจในการตรวจร่างคำพิพากษาและทำความเห็นแย้งได้ตามกฎหมาย มีการแก้ไขในปี 2562 ออกเป็นระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยการรายงานคดีสำคัญในศาลชั้นต้นและศาลชั้นอุทธรณ์ต่อประธานศาลฎีกา และการรายงานคดีและการตรวจสำนวนคดีในสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค พ.ศ.2562 ที่ประธานศาลฎีกาได้ลงนามเมื่อวันที่ 22 ม.ค.2562 จึงเห็นได้ว่าในเรื่องการตรวจร่างนี้ เป็นวิธีการควบคุมคุณภาพคำพิพากษาที่มีระเบียบปฏิบัติรองรับชัดเจน
     โดยมีข้อสรุปที่น่าสนใจดังนี้ กำหนดให้อธิบดีผู้พิพากษาภาคมีอำนาจตรวจสำนวนคดีสำคัญ ได้แก่ คดีเกี่ยวกับความมั่นคง,ความผิดเกี่ยวกับก่อการร้าย, คดีทุกประเภทที่อัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกิน 10 ปี หรือโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิตฯ  ในส่วนสุดท้ายจะเป็นคดีที่มีความสำคัญเกี่ยวด้วยตัวบุคคลหรือบุคคลที่มีชื่อเสียง เช่น คดีที่มีคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือผู้เสียหายเป็นนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ส.ส. ส.ว. นักการเมือง รวมถึงข้าราชการพลเรือนระดับอธิบดีขึ้นไปฯ หรือเป็นคดีที่มีพฤติการณ์แห่งการกระทำเป็นที่น่าสนใจของประชาชน คดีเกี่ยวกับความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นต้น
     โฆษกศาลยุติธรรมระบุว่า การส่งร่างคำพิพากษาควรให้มีระยะเวลาการตรวจไม่น้อยกว่า 15 วันทำการ โดยพิจารณาเหมาะสม อธิบดีผู้พิพากษาภาคอาจจ่ายสำนวนและร่างคำพิพากษาหรือคำสั่งให้รองอธิบดีผู้พิพากษาภาคช่วยตรวจได้ เมื่อตรวจแล้วให้เสนออธิบดีผู้พิพากษาภาคหรือรองอธิบดีผู้ได้รับมอบหมายพิจารณาให้ความเห็น นอกจากตรวจสอบให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในคู่มือปฏิบัติราชการของตุลาการ เช่น รูปแบบคำพิพากษาการใช้ถ้อยคำในตัวบทกฎหมายแล้ว ยังต้องรักษาแนวบรรทัดฐานของคำพิพากษาหรือคำสั่ง และให้การใช้ดุลพินิจของศาลเป็นไปโดยถูกต้องในแนวทางเดียวกัน ในกรณีที่ต่างไปจากแนวบรรทัดฐานควรมีเหตุผลพิเศษ และให้แสดงเหตุผลพิเศษไว้ในร่างคำพิพากษาเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม
หลักประกันความเป็นธรรม
     "ขั้นตอนการตรวจร่างตามระเบียบนี้ เป็นกรณีที่กำหนดให้ข้าราชการฝ่ายตุลาการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายเพื่อให้การอำนวยความยุติธรรมเป็นไปโดยรวดเร็ว เป็นธรรม และปราศจากอคติทั้งปวงเพื่อให้กิจการของศาลยุติธรรมดำเนินไปโดยเรียบร้อยและเป็นระเบียบเดียวกัน โดยมีมาตรฐานที่ชัดเจนและเหมาะสม จึงเป็นขั้นตอนตามกฎหมายที่มีเจตนารมณ์ให้ผู้พิพากษาที่มีประสบการณ์มากกว่าได้ช่วยเหลือองค์คณะผู้พิพากษาตรวจทาน กลั่นกรองคำพิพากษาเพื่อให้คำพิพากษาของศาลยุติธรรมเป็นหลักประกันความเป็นธรรมให้แก่ทุกฝ่ายได้อย่างแท้จริง ประกันความเป็นอิสระแก่องค์คณะผู้พิพากษาด้วย หากองค์คณะยืนยันตามความเห็นเดิม อธิบดีผู้พิพากษาภาคก็จะบังคับให้เปลี่ยนแปลงผลไม่ได้ มีสิทธิแค่ทำบันทึกความเห็นแย้งติดสำนวนไว้ เพื่อให้เกิดสิทธิในการอุทธรณ์ฎีกาต่อไปเท่านั้น" นายสุริยันห์กล่าว
    โฆษกศาลยุติธรรมยังชี้แจงกรณีญาติของจำเลยทั้ง 5 คน ในคดีสังหารหมู่ 5 ศพ อ.บันนังสตา ในสำนวนคดีที่นายคณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาล จ.ยะลา ที่มีคำพิพากษายกฟ้องเมื่อวันที่ 4 ต.ค.62 กำลังหารือทนายความขอความช่วยเหลือในการยื่นประกันตัวว่า ตามคำพิพากษา แม้องค์คณะผู้พิพากษาในคดีดังกล่าวจะพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งห้า แต่ก็ได้มีคำสั่งในคำพิพากษาด้วยว่า ให้ขังจำเลยทั้ง 5 คนไว้ระหว่างการอุทธรณ์ ซึ่งหมายความว่าจำเลยทั้ง 5 คนยังต้องถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำก่อน ตามขั้นตอนกฎหมายและสิทธิของจำเลยทั้ง 5 คนตามกฎหมาย ก็สามารถที่จะใช้สิทธิในการยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวได้ หากศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัว ก็จะได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำที่คุมขัง
    เมื่อถามว่า ในการยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้ง 5 คน สามารถที่จะแจ้งความประสงค์ที่จะให้ศาลติดกำไลข้อเท้า EM เพื่อเป็นหลักประกันได้หรือไม่ นายสุริยัณห์กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาล 
    ที่โรงแรมแลงคาสเตอร์ นายศิริชัย วัฒนโยธิน อดีตประธานศาลอุทธรณ์ แถลงกรณีนายคณากรยิงตัวเองว่า ผู้พิพากษาเป็นอิสระไม่ 100 เปอร์เซ็นต์ มีเหตุต้องเข้ามาดูแลควบคุมบ้างในชั้นศาล สิ่งที่ควรจะตรวจไม่ใช่คดีใหญ่ ต้องเป็นคดีเล็ก เพราะหากศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ห้ามอุทธรณ์ข้อเท็จจริงจะกระทบกระเทือนสิทธิแก้ไขไม่ได้ ในศาลแขวงควรเอาผู้พิพากษาอาวุโสไปอยู่ดีกว่าผู้พิพากษาใหม่ ระบบต้องเปลี่ยน คือทำให้ผู้พิพากษาใหม่มีประสบการณ์โดยผ่านการอบรม 2 ปี และฝึกงานในศาลสูง จะได้เห็นคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่มีการอุทธรณ์ ฎีกามาว่ามีอะไรผิดพลาดบ้าง ต้องกลับหัวกลับหาง 
     "ผู้พิพากษาสมัยก่อนจะเก็บตัว แต่มียุคหนึ่งบอกให้เปิดตัว ทำให้คนมาคบหาผลประโยชน์วุ่นวายไปหมด ผู้พิพากษาไม่ควรรู้จักคนกว้าง เพราะรู้จักแล้วคนก็เข้ามาขอ อยากให้ทุกคนกลับมามองศาลเป็นที่พึ่งสุดท้ายได้ การเมืองทำให้ภาพลักษณ์เสียหาย ควรเก็บตัวเหมือนเดิมให้ห่างไกลกับกลุ่มผลประโยชน์ ความนิยมในพรรคการเมืองใดต้องเก็บไว้แยกออกจากหน้าที่การงาน" นายศิริชัยกล่าว 
    นายศิริชัยกล่าวด้วยว่า อธิบดีต้องเป็นคนใจเย็น ฟังความคิดเห็น รู้จักประนีประนอมมากกว่าการใช้อำนาจรุนแรง ลดอำนาจของสายบังคับบัญชาให้อยู่ศาลใครศาลมัน กรณีที่ยะลาอยู่ในระเบียบใช้กันมานาน ยังไม่ปรากฏว่าอธิบดีไปรับคำสั่งใครมาให้ลงโทษจำเลย ผู้พิพากษาต้องใช้เหตุผล ไม่ใช้อำนาจ บางทีถ้าผู้พิพากษาไม่เข้าใจบทบาท ผู้บริหารมีความเห็นว่าไม่ถูกต้องก็รายงานความประพฤติไปได้ 
"วิษณุ"แนะรอฟังกต.สอบ
    นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า ตนไม่รู้เรื่องจริงๆ ว่าเป็นอย่างไร ขณะนี้กำลังสอบสวนอยู่ ตนเห็นจากข่าวว่าสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรม (ก.ต.) จะต้องสอบสวนภายใน 15 วัน ก็ขอให้รอฟังเขาสอบ เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน อย่าไปพูดเลย เราไม่รู้จริง ผู้พิพากษาก็นอนเจ็บอยู่ แล้วท่านก็เป็นคนรู้จริง ต้องให้ตัวท่านเองเป็นคนบอก และไม่รู้ผิดข้อหาอะไร ข้อหาพยายามฆ่าตัวตายหรือ ให้คนที่เขารู้เรื่อง มาทำความกระจ่างออกมา
    เมื่อถามถึงกรณีมีการเสนอให้ตรวจคำพิพากษาของผู้พิพากษาเนื่องจากเคยมีการแก้กฎหมายมาแล้วมีการแก้กฎหมายกลับ นายวิษณุกล่าวว่า ปล่อยให้เป็นข้อเสนอของสำนักงานศาลยุติธรรมเขาเสนอมาก็แล้วกัน แต่ศาลยุติธรรมก็สามารถตรวจได้ คนตรวจก็คือผู้บังคับบัญชา ซึ่งสามารถตรวจได้ แต่ไม่ใช่การแทรกแซง เป็นหลักที่มีอยู่ทั่วโลก ที่ผู้บังคับบัญชาสามารถเข้าไปลงนามหรือไปดูสำนวนเพื่อร่วมลงนามด้วยได้ เพื่อใช้ดุลยพินิจว่าควรจะลงนามหรือไม่ แต่ไม่ใช่เข้าไปแทรกแซง ซึ่งเรื่องแบบนี้ถือเป็นเรื่องธรรมดาที่มีมานานแล้ว
    นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ กล่าวว่า ไม่อยากให้ข่าวออกไป ตามที่บางคนบอกว่าเรื่องนี้เป็นการจัดฉากหรือใช้กระสุนจริงหรือไม่ หรือบอกว่าผู้พิพากษาท่านนี้เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองบางพรรค ไม่อยากให้ประชาชนเข้าใจผิด เพราะได้ไปเยี่ยมคุณคณากรแล้ว และพบว่าท่านเป็นคนตรงไปตรงมา และต้องการกระบวนการยุติธรรมเกิดความโปร่งใส ไม่ต้องการให้มีการแทรกแซงเกิดขึ้น 
    “อยากให้การเสี่ยงอันตรายชีวิตของผู้พิพากษาให้เป็นประโยชน์ของกระบวนการยุติธรรม อย่าเอาเรื่องการเมืองมาใส่หรือบางฝ่ายจะเอากระแสนี้ไปโหนการเมือง ผมจะไม่โหนกระแสนี้ เพราะท่านผู้พิพากษาท่านนี้ท่านทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ ควรได้รับการสนับสนุนและยกย่อง ผมรู้ว่ากระบวนการยุติธรรมนั้นมีคนดีมากมาย แต่คนที่ไปแทรกแซง ที่จะทำให้กระบวนการยุติธรรมขาดความน่าเชื่อถือนั้นก็มี หวังว่าประธานศาลฎีกาจะแก้ไขเรื่องนี้ เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมได้ทำหน้าที่อย่างโปร่งใสและเป็นที่ยอมรับ” นายวันมูหะมัดนอร์กล่าว 
    ขณะที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล  ส.ส.บัญชีรายชื่อและ เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ในฐานประธานคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า ในวันพุธที่ 9 ต.ค. ตนจะนำเอกสารและข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับกรณีคุณคณากรไปหารือกับที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯ เพื่อพิจารณาต่อไป โดยเบื้องต้นเห็นว่าข้อร้องเรียนของผู้พิพากษานั้นมีมูลและอาจเป็นปัญหาจริง นอกจากนี้ยังได้รับข้อร้องเรียนในลักษณะคล้ายกันจากผู้ที่เกี่ยวข้องในหลายกรณีทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ที่อยู่ภายใต้การบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงและกฎหมายหมายพิเศษ 
จี้เปิดเหตุการณ์ยิงตัว
    "นี่ไม่ใช่การแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม แต่เป็นอำนาจหน้าที่ของ กมธ.อยู่แล้ว การดำเนินงานในเรื่องนี้เป็นความพยายามเพื่อปรับปรุงและรักษาความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรม และที่สำคัญที่สุด อยากย้ำว่าโปรดอย่าหลงประเด็นที่บางฝ่ายพยายามโหมบิดเบือนว่าผู้พิพากษาคณากรจัดฉากสร้างเรื่อง ฝักใฝ่การเมือง ทำผิดกฎหมาย และกฎระเบียบต่างๆ มากมาย จนทำให้ข้อเรียกร้องข้อเท็จจริง และความตั้งใจของคุณคณากรสูญหายไปกับกระแสข่าว    หน้าที่ที่สำคัญที่สุดของทุกคนใน กมธ. คือการพิจารณาข้อร้องเรียนของคุณคณากรอย่างละเอียด และหาหนทางว่าเราจะสามารถร่วมมือกันแก้ไข พัฒนา และทำให้กระบวนการยุติธรรมและองค์กรตุลาการไทยเป็นที่พึ่งพิงของประชาชนได้อย่างแท้จริงได้อย่างไรบ้าง" นายปิยบุตรกล่าว 
    ขณะเดียวกัน เพจพรรคอนาคตใหม่ - Future Forward Party โพสต์ไทม์ไลน์การยิงตัวเองของนายคณากร โดยลำดับเหตุการณ์ ขณะเกิดเหตุ และหลังจากนายคณากรเอาปืนพกยิงใต้ราวนมซ้าย ขณะยิงยังไลฟ์อยู่แล้วประคองตัวเองนั่งบนเก้าอี้ผู้พิพากษา เจ้าหน้าที่ กอ.รมน. วิ่งขึ้นไปเอาโทรศัพท์ทั้งสองเครื่อง (ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่ามีการกระทำบางอย่างกับโทรศัพท์ของคณากร ซึ่งเมื่อเขาออกมาจากห้องพิจารณามาเปิดเฟซบุ๊กพบว่าไลฟ์ของคณากรได้หายไปแล้ว)
    "เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.เข้าไปยุ่มย่ามกับโทรศัพท์มือถือของคณากรและลบเฟซบุ๊กไลฟ์ รวมทั้งโพสต์ต่างๆ อีกอย่างน้อย 2 โพสต์ที่เกี่ยวกับปัญหาข้อเรียกร้องเรื่องการแทรกแซงกระบวนการพิจารณาคดีจริงหรือไม่? มีเหตุผลจำเป็นอะไร? และมีอำนาจตามกฎหมายหรือไม่? อนาคตใหม่เรียกร้องให้เปิดเผยเทปบันทึกกล้องวงจรปิดและเฟซบุ๊กไลฟ์ของคณากรว่าภายในห้องพิจารณาเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง" เพจพรรคอนาคตใหม่ระบุ
      นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า หลังจากเกิดคดีผู้พิพากษายิงตัวเองจะพบว่าคนที่ออกตัวแรงมากที่สุดคือนายปิยบุตร ว่าได้รับข้อมูลจากผู้พิพากษาและจำเลยตั้งแต่เดือนกันยายน ย้ำให้เห็นถึงการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมและจะเปิดเผยเรื่องดังกล่าวต่อสาธารณะ แต่เมื่อเรื่องดังกล่าวถูกตีแผ่ นายปิยบุตรต้องติดเบรกตัวโก่ง เสียงอ่อยลง เพียงกล่าวว่า มีผู้หวังดีส่งเอกสาร 25 หน้าพร้อมเอกสารประกอบหลายชิ้นมาให้พรรคอนาคตใหม่ แต่เรายังไม่ทราบว่าที่มาที่ไปอย่างไร
    "สิ่งที่นายปิยบุตรต้องเรียนรู้คือ นักการเมืองที่ทำผิดแล้วไม่ยอมรับผิด คอยที่จ้องทำลายความน่าเชื่อถือของศาลเคยเกิดขึ้นมาแล้ว ในอดีตเขาจะโจมตีว่าศาลสองมาตรฐาน แต่จุดจบของคนเหล่านี้ก็คืออยู่ในคุก หรือหนีไปอยู่ต่างประเทศ วันนี้ก็เช่นกัน นักการเมืองที่ทำผิดก็เปลี่ยนวิธีโจมตีศาลว่าศาลถูกแทรกแซง เพื่อลดความน่าเชื่อถือ คิดว่าจุดจบของคนเหล่านี้ก็ไม่น่าต่างไปจากเดิมคืออยู่ในคุกหรือหนีไปต่างประเทศ"
ภัยการปกครอง
    นพ.วรงค์โพสต์อีกครั้งว่า อนาคตใหม่พลาดอีกแล้ว หลังจากที่โดนโซเชียลถล่มหนัก และเงียบไป พรรคอนาคตใหม่ก็กำลังเข้าไปแทรกแซงคณะกรรมการตุลาการ ที่แต่งตั้งอนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมวิสามัญ 3 ท่าน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีผู้พิพากษายิงตัวเอง และเสนอต่อ ก.ต.ชุดใหญ่ภายใน 15 วัน การกระทำของพรรคอนาคตใหม่จึงไม่มีหน้าที่ดังกล่าว พรรคการเมืองมีอำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.ป.พรรคการเมืองเท่านั้น 
ต้องหยุดแทรกแซงการทำหน้าที่ของอนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมวิสามัญ ที่รับมอบอำนาจจาก ก.ต. เพื่อสอบข้อเท็จจริง หยุดเบี่ยงเบนประเด็นที่กล่าวหาเจ้าหน้าที่ กอ.รมน. และพรรคอนาคตใหม่ไม่มีอำนาจหน้าที่ไปเรียกร้องใดๆ ทั้งสิ้น ต้องชี้แจงที่มาที่ไป รวมทั้งความเหมาะสมถึงการที่นายคณากรรวมทั้งจำเลยส่งเอกสาร 25 แผ่นไปให้พรรคอนาคตใหม่ 4.การแถลงในนามพรรคการเมืองของพรรคอนาคตใหม่ จึงส่อถึงการเป็นภัยต่อระบอบการปกครองของประเทศไทยอย่างชัดเจน 
    นายเสริมสุข กษิติประดิษฐ์ หรือ “เป๊ปซี่” ผู้สื่อข่าวอาวุโส โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ไอ้หวัง งานนี้ได้ตายสมหวังแน่ หลังกล่าวหามีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมในคดีความที่เป็นเจ้าของคดี เปิดเอกสารข้อสังเกตของนายเพิ่มศักดิ์ สายสีทอง อธิบดีผู้พิพากษาภาค 9 ที่มีถึงรองอธิบดีและผู้พิพากษา คณากร เพียรชนะ เจ้าของคดี กรณีการลอบทำร้ายเอาชีวิตชาวบ้านมุสลิมใน อ.บังนังสตา จ.ยะลา เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.61 มีผู้เสียชีวิต 5 คน โดย จนท.ทหารจากกรมทหารพราน 41 สามารถจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 8คน ในจำนวนนี้ จนท.ได้กันเป็นพยานสามคน ซึ่งได้ให้ข้อมูลนำไปสู่การฟ้องร้องดำเนินคดีในชั้นศาล คดีนี้ไม่ใช่คดีความมั่นคง 
    "ในเอกสารดังกล่าวเป็นการให้ความเห็นข้อสังเกตของอธิบดีในคดี หลังรับทราบแนวทางการตัดสินของ ผพษ.คณากร โดยอธิบดีมีข้อสังเกตเพิ่มเติมในคดี ในเอกสารที่ทำถึงรองอธิบดี ไม่มีข้อความท่อนไหนที่บอกถึงการสั่งการแทรกแซงคดีให้ตัดสินเอาผิดผตห.ทั้งห้าคนอย่างที่มีการกล่าวหา โดย ผพษ.คณากรได้ตัดสินยกฟ้องจำเลยทั้งห้าคน อ้างหลักฐานไม่เพียงพอ มีการนำเอกสารดังกล่าวเผยแพร่ ให้เห็นข้อเท็จจริงอีกด้าน หลังอธิบดีศาลถูกกล่าวหาพยายามแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม"
    นายเสริมสุขระบุอีกว่า เอาเนื้อหาในสามย่อหน้ามาให้ดูชมประกอบความเข้าใจในเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด เป็นการแสดงความเห็นเพิ่มเติมต่อคำให้การของพยาน ให้ ผพษ.คณากรใช้ประกอบพิจารณาสั่งคดี เห็นชัดเจนถึงความพยายามทำลายความน่าเชื่อถือของสถาบันตุลาการ ก่อนศาล รธน.จะมีคำพิพากษาในคดีอนค.ล้มล้างการปกครอง ที่คาดว่าจะมีขึ้นช่วงปลายเดือนนี้.
 
 


ผมผิดอะไร?...........ฟัง "ทอน" แถลงข่าวก็ได้ข้อสรุปไม่ใช่เรื่อง "อยู่เป็น" หรือ "อยู่ไม่เป็น" แล้วล่ะ        อยู่ไปก็ไลฟ์บอยซะมากกว่า 

"ทอน-บุตร" ประเทศกูมี
"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา
คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว