1ธันวาฝังเด็ดขาด3สารพิษ มนัญญาลั่นรับผิดชอบเอง


   

 กมธ.ควบคุมสารเคมีหนุนแบนเด็ดขาด 3 สารพิษ จี้ รมต.เกษตรฯ สังกัด ปชป.ชง ครม.ออกพระราชกำหนดเลิกใช้ถาวร "มนัญญา" เดินหน้าชนขอรับผิดชอบเอง 1 ธ.ค.62 ต้องจบก่อนคนไทยเที่ยวปีใหม่ ฉะวิธีการจำกัดการใช้สาร 3 ชนิดล้มเหลว ปฏิบัติจริงไม่ได้ "อนุทิน" ลั่นสารทดแทนต้องไม่มีผลเสียต่อร่างกายเกษตรกร

    ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช เลขานุการกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ว่า จากการประชุมคณะทำงาน 4 ฝ่าย เพื่อสรุปผลกระทบการใช้ 3 สารเคมีอันตราย ได้แก่ พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส โดยให้ยกระดับสารทั้ง 3 ชนิดนี้ ถือเป็นวัตถุอันตรายประเภทที่ 4 และให้ยกเลิกใช้สารดังกล่าว โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.62 เป็นต้นไป 
    ที่ผลโหวตมีมติเป็นเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับประชาชนไทยที่จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่เรายังคงต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง เพราะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องจะต้องมีการนำเสนอเรื่องนี้ให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายพิจารณาต่อไป ที่ผ่านมาผลการพิจารณาของคณะกรรมการชุดนี้ค่อนข้างล่าช้า ใช้เวลาการตัดสินใจเป็นเวลานาน ซึ่งผลของการประชุมล่าสุดให้ดำเนินมาตรการจำกัดการใช้ จึงหมายความว่ายังสามารถใช้สารเคมีเหล่านี้ได้ เพียงแต่มีข้อจำกัดเท่านั้น 
    "ขอเป็นกำลังใจและสนับสนุน น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ต่อสู้กับเรื่องนี้มาโดยตลอด ซึ่งในวันที่ 27 ตุลาคม จะมีการโหวตเพื่อลงคะแนนของคณะกรรมการวัตถุอันตราย โดยขอให้เป็นแบบเปิดเผย ถ้าหากผลของการพิจารณาโดยคณะกรรมการวัตถุอันตรายใช้เวลานานมากไป อยากจะวอนขอให้นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำเรื่องนี้เสนอต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อออกเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เพื่อยกเลิกการใช้ 3 สารเคมี โดยเร็วที่สุด" ร.ต.อ.วัฒนรักษ์กล่าว
    เลขานุการกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคอุตสาหกรรม กล่าวด้วยว่า หากมีการยกเลิกสารเคมี 3 ชนิดจริง เราควรมีการจัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร และไม่ผลักภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นให้กับเกษตรกร โดยส่งเสริมให้ทำเกษตรแบบอินทรีย์ พัฒนาพืช ผัก และผลไม้ไทยให้ปลอดสารพิษ พัฒนาพืชผลทางการเกษตรให้เป็นออร์แกนิกตามมาตรฐานสากล ซึ่งจะทำให้สินค้าเหล่านี้สามารถส่งออกไปขายเพิ่มมูลค่าและก่อให้เกิดรายได้ที่เพิ่มขึ้นของเกษตรกร คนไทยก็จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และไม่ต้องได้รับผลกระทบจากสารเคมีอันตรายอีกต่อไป
    ด้าน น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า วันนี้ตนมีอาการปวดหัวหนักมาก เหมือนเส้นเลือดจะแตก คงจะเครียดมากไปจากการดำเนินการเรื่องแบนสารเคมี 3 ชนิด ได้ไปฉีดยาที่โรงพยาบาลสมิติเวช ทั้งนี้ หลังคณะกรรมการ 4 ฝ่าย เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่มีฝ่ายรัฐ ผู้นำเข้า เกษตรกร ผู้บริโภค ได้ลงมติเป็นเอกฉันท์ 9-0 เสียง ให้แบน 3 สารทันที มีผลวันที่ 1 ธ.ค.62 ซึ่งทั้งหมดจะเร่งนำเสนอนายกรัฐมนตรี และเสนอ รมว.เกษตรฯ รมว.สาธารณสุข และ รมว.อุตสาหกรรม ลงนามเห็นชอบการแบน และเสนอเข้าคณะกรรมการวัถตุอันตรายภายในสัปดาห์นี้ เพื่อให้คณะกรรรมการสามารถเรียกประชุมแบน 3 สารได้ทันที จากกำหนดเดิมที่จะประชุมวันที่ 27 ต.ค.นี้
        “คณะทำงาน 4 ฝ่ายเซ็นรับรองมติแบน 3 สาร คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต เป็นวัถตุอันตรายประเภท 4 ห้ามครอบครอง ห้ามจำหน่าย ห้ามนำเข้า ห้ามผลิต ให้มีผลวันที่ 1 ธ.ค.นี้ และพี่จะรวบรวมเอกสารทำให้เสร็จวันนี้ ทีมงานกำลังตรวจอีกที ส่งให้ท่านนายกฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากนั้นยื่นให้ คกก.วัตถุอันตราย ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ยื่นเร็ว จะได้เรียกประชุมได้เร็ว โดยในที่ประชุมคณะทำงาน 4 ฝ่ายเมื่อวานนี้ใช้เวลานาน เพราะพูดคุยกันเยอะมากถกหลายปัญหา พี่จึงตัดสินใจบอกว่าพี่ขอรับผิดชอบทุกอย่างไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พี่รับผิดชอบ ถ้าไม่อย่างนั้นไม่จบ"
    รมช.เกษตรฯ กล่าวว่า ส่วนตัวแทนฝ่ายคุ้มครองผู้บริโภคยังหยิบขวดพาราควอต คลอร์ไพริฟอส ไกลโฟเซต ขึ้นมาตั้งบนโต๊ะในที่ประชุม ยืนยันว่ามาตรการจำกัดการใช้สาร ที่ชอบยกขึ้นมาพูดเสนอเป็นแผนปฏิบัติการอบรมเกษตรกร ผู้รับจ้างพ่นสาร ทำไม่เคยได้ ใครไปซื้อสารต้องมีใบอนุญาตการใช้จากหน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯ จึงซื้อได้จากร้านค้า ซึ่งภาคผู้บริโภคยืนยันว่าทำไมคนทั่วไปเดินไปชื้อได้เลย พ่อค้ายังถามว่าทำไมไม่ชื้อไว้เพิ่ม เป็นการยืนยันว่ามาตรการที่หน่วยงานทำมาใช้ไม่ได้ ต้องล้มตรงนี้ มันจบไปแล้ว ไม่มีแล้ว ถือว่าล้มเหลวทั้งหมด วิธีการจำกัดการใช้สาร 3 ชนิด
    "ที่พี่ดิ้นมาถึงจุดนี้ได้ต้องยกความดีให้พรรคภูมิใจไทย ให้เกียรติตนทุกอย่าง ทำได้เต็มที่ วันนี้มีกำลังใจดีจากประชาชนทั่วสารทิศส่งมาให้กำลังใจตนเป็นจำนวนมาก หลายคนบอกว่าไม่คิดว่าในชีวิตจะได้อยู่เห็นเรื่องการแบนสารพิษหมดจากประเทศไทย ทำได้จริง ซึ่งตนมีความเป็นแม่ มีคุณธรรม จริยธรรม ในประเทศไทยคนเก่งๆ มีเยอะ หากมีความดี มีคุณธรรม จริยธรรมด้วย จะช่วยพัฒนาประเทศได้ดีมากยิ่งขึ้น พี่พยายามทำเรื่องแบน 3 สารให้จบโดยเร็ว โดยไม่ยอมให้ยืดไปอีกถึงวันที่ 1 ม.ค.63 ต้องให้แบนวันที่ 1 ธ.ค.62 ก่อนคนไทยไปเที่ยวปีใหม่ ไปสูดอากาศทางเหนือ จะได้สูดอากาศบริสุทธิ์ กินพืชพรรณธัญญาหารปลอดสารพิษ" รมช.เกษตรฯ กล่าว
    ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงการยกเลิกการใช้สารเคมีอันตรายทางการเกษตร 3 ชนิด ว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ พูดชัดเจนในเรื่องนี้หมดแล้ว แต่ตนพูดก่อน ส่วนที่นายเฉลิมชัยอยากให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องแถลงข่าวร่วมกันนั้นเป็นเรื่องดี แต่ตอนนี้ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขขึ้นป้ายหมดแล้วทั่วประเทศทุกโรงพยาบาล 
    "ส่วนเรื่องสารทดแทนที่จะมาใช้แทนสารเคมี 3 ชนิด ต้องไปถามกระทรวงเกษตรฯ ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขมีหน้าที่ดูแลสุขภาพประชาชน และจะให้คนป่วยจากสารพิษไม่ได้ หากมีสารอะไรที่ทำให้ประชาชนป่วยเข้ามาอีก เราให้มีไม่ได้ และสารพวกนี้ไม่ได้ผ่านองค์การอาหารและยา (อย.) หากผ่าน อย. ผมจะตัดตั้งแต่ต้นตอไม่ให้เกิด" นายอนุทินกล่าว
    ผู้สื่อข่าวถามว่า สารทดแทนต้องไม่ใช่สารเคมีใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ต้องเป็นอะไรที่ไม่มีผลเสียต่อร่างกาย และ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรฯ บอกว่ามีสารทดแทน แต่ไม่ได้บอกรายละเอียด ไม่ต้องห่วงข้าราชการไทยทุกคนเขามีวิธีการช่วยชาวไร่ชาวนา ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีนายทุนได้ประโยชน์จากสารตัวใหม่นี้ ตนไม่รู้ พอดีพรรคภูมิใจไทยไม่ต้องใช้นายทุน ไม่มีนายทุนคนไหนมีอิทธิพล.


 


ผม "หายไป" ด้วยท้องไส้ไม่สบายซะหลายวันแต่วันนี้ ๒๑ ตุลาไม่หายก็ต้องหาย เพราะเป็นวันครบรอบอีกขวบของไทยโพสต์ ยังไงๆ ก็ต้องเอาหน้ามาเจอกัน ที่สำคัญ........

'ทอน' ไม่รู้! แล้วจะรอดหรือ
ธาตุแท้อนาคตใหม่
งบฯ ผ่าน ไม่ยุบ ไม่ออก
'ความเมือง' ในไทยยุคที่ ๓
อย่าให้ฝ่ายแค้นแหกตา
ธนาธร:ไก่อ่อนเผยอเป็นอินทรี