ชิมช้อปใช้เฟส2 ขยับลงทะเบียน เริ่มช่วงกลางวัน


   

  "คลัง" เคาะมาตรการชิมช้อปใช้ เฟส 2 เดือน ต.ค.นี้ เล็งเปิดให้ ปชช.ใช้สิทธิ์อีก 5 ล้านราย ลุ้นรับแคชแบ็กคืนมากกว่า 15% พร้อมขยับเวลาลงทะเบียนเป็นช่วงกลางวัน ปลื้มยอดเฟสแรก 12 วัน ใช้จ่ายคึกคัก 4.29 พันล้านบาท

    เมื่อวันที่ 9 ต.ค. นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (รมว.การคลัง) กล่าวถึงมาตรการชิมช้อปใช้ เฟส 2 ว่า ได้สั่งการให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และธนาคารกรุงไทยไปพิจารณารายละเอียดการจัดทำมาตรการชิมช้อปใช้ เฟส 2 ก่อนสรุปและเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายในเดือน ต.ค.นี้ เพื่อให้ทันต่อการดำเนินโครงการในเดือน พ.ย.-ธ.ค.2562 ต่อเนื่องจากมาตรการชิมช้อปใช้เฟสแรกที่ดำเนินการอยู่ เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปีให้ขยายตัวได้มากขึ้น
    นายอุตตมกล่าวว่า ในเบื้องต้นจะให้สิทธิ์กับประชาชนมาลงทะเบียนตามมาตรการชิมช้อปใช้เฟส 2 ประมาณ 5 ล้านคน แต่จะไม่ถึง 10 ล้านคนเหมือนกับในเฟสแรก รวมถึงกำลังพิจารณาว่าจะประชาชนที่ได้สิทธิ์ชิมช้อปใช้เฟสแรกจะได้รับสิทธิ์ต่อทันทีในการดำเนินมาตรการระยะที่ 2 หรือต้องลงทะเบียนใหม่พร้อมกันอีกครั้ง
    “ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังพิจารณาในรายละเอียดของมาตรการชิมช้อปใช้ เฟส 2 ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะเพิ่มในส่วนของแคชแบ็กกระเป๋าที่ 2 สูงกว่า 15% ที่กำลังดำเนินการอยู่ เพราะต้องการให้มีการใช้จ่ายในเมืองรองมากขึ้น รวมถึงจะมีการพิจารณาให้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีจากการซื้อสินค้าด้วย โดยรายละเอียดทั้งหมดยังอยู่ระหว่างการพิจารณา” นายอุตตมกล่าว
    รมว.การคลังกล่าวว่า รูปแบบการลงทะเบียนของมาตรการในระยะที่ 2 จะมีการปรับปรุงใหม่ให้มีความเหมาะสมกับทุกกลุ่มวัยมากขึ้น เช่น ปรับเวลาการลงทะเบียนเป็นช่วงกลางวันแทน จากเดิมให้เริ่มลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของทุกวัน เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องมารอลงทะเบียนในช่วงดึกจนเกินไป และเพื่อความเป็นธรรมกับทุกคน ส่วนงบประมาณที่จะใช้ดำเนินการก็ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาด้วยเช่นกัน
    "หลังมาตรการชิมช้อปใช้ เฟส 2 ก็ต้องมาประเมินกันอีกครั้งว่าจะช่วยสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของไทยในปีนี้เท่าไหร่ โดยที่ผ่านมามีการตั้งเป้าหมายจีดีพีในปีนี้ไว้ 3% กระทรวงการคลังได้พยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้การเติบโตใกล้เคียงกับเป้าหมายที่สุด แต่ยอมรับว่ามาตรการนี้คงไม่ใช่ชุดมาตรการเดียวที่จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจ ยังต้องมีชุดมาตรการอื่นๆ มาสนับสนุน" รมว.การคลังกล่าว
     นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนรับสิทธิ์มาตรการชิมช้อปใช้ครบจำนวนทุกวัน โดยตั้งแต่วันที่ 3 ต.ค.2562 เป็นต้นมา ได้เปิดให้มีการลงทะเบียนเก็บตกตามสิทธิ์ที่ยังคงเหลือ ซึ่งล่าสุดมีผู้ได้รับสิทธิ์ใกล้ครบจำนวน 10 ล้านรายแล้ว
    "การใช้จ่าย 12 วันแรก มีผู้ใช้สิทธิ์จำนวน 4,535,561 ราย มีการใช้จ่ายรวม 4,296 ล้านบาท ซึ่งเป็นการใช้จ่าย g-Wallet ช่อง 1 ประมาณ 4,254 ล้านบาท โดยเป็นการใช้จ่ายที่ร้านช้อป ซึ่งเป็นร้านในกลุ่ม OTOP ร้านวิสาหกิจชุมชน รวมทั้งร้านธงฟ้าประชารัฐ 2,416 ล้านบาท ส่วนร้านชิม หรือร้านอาหารและเครื่องดื่ม มียอดใช้จ่าย 583 ล้านบาท ส่วนการใช้จ่าย g-Wallet ช่อง 2 มีผู้ใช้สิทธิ์แล้ว 15,027 ราย มียอดใช้จ่ายประมาณ 42 ล้านบาท หรือเฉลี่ยรายละ 2,782 บาท ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า ภายใน 5 วัน โดยเป็นการใช้จ่ายที่ร้านช้อป 27 ล้านบาท ส่วนร้านชิม มียอดใช้จ่าย 9 ล้านบาท และร้านใช้ มียอดใช้จ่าย 6 ล้านบาท" นายลวรณกล่าว
    โฆษกกระทรวงการคลังกล่าวว่า จากข้อมูลพบมีการใช้จ่ายกระจายครบ 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยจังหวัดที่มีการใช้จ่ายมากที่สุด 10 อันดับแรก ได้แก่ 1.กรุงเทพฯ 536 ล้านบาท 2.ชลบุรี 297 ล้านบาท 3.สมุทรปราการ 184 ล้านบาท 4.ปทุมธานี 135 ล้านบาท 5.พระนครศรีอยุธยา 130 ล้านบาท 6.ระยอง 114 ล้านบาท 7.นครปฐม 108 ล้านบาท 8.ลำพูน 105 ล้านบาท 9. เชียงใหม่ 101 ล้านบาท และ 10.นนทบุรี 101 ล้านบาท
    วันเดียวกัน นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี (ปฏิบัติงานกระทรวงการคลัง) ลงพื้นที่ จ.สมุทรปราการ เข้าตรวจห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาปู่เจ้าสมิงพราย คุมเข้มผู้ประกอบการ ร้านค้า จัดโปรโมชั่น ลดแลกแจกแถม เพื่อดึงดูดประชาชนผู้ได้รับสิทธิ์ 1,000 บาท ให้มาจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้าเพียงแค่จุดใดจุดหนึ่งเท่านั้น
    นายชาญกฤชกล่าวว่า ต้องรณรงค์ให้ผู้ประกอบการ ร้านค้า ทำความเข้าใจตรงกัน หากพบกระทำการฝ่าฝืนกฎเกณฑ์ข้อกำหนด ต้องลงโทษด้วยการตัดสิทธิ์การเข้าร่วมโครงการ พร้อมทั้งขึ้นบัญชีดำไม่ให้มีการเข้าร่วมโครงการต่างๆ ของรัฐในอนาคต.