รมว.เกษตรฯ บูรณาการร่วมมหาดไทย และหน่วยงานในสังกัดเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้


   

รัฐมนตรีเกษตรฯ จับมือ ก.มหาดไทย พร้อมสั่งการหน่วยงานในสังกัดเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยภาคใต้ในช่วงฤดูฝน เฝ้าระวังพื้นที่น้ำท่วมเดิม พร้อมปล่อยคาราวานเครื่องจักรเครื่องสูบน้ำ และเครื่องมือต่างๆ ไปประจำพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม หวังรับมือได้ไม่ซ้ำรอยภาคเหนือและอีสาน

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา คาดว่าในระยะนี้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนลดลงและเริ่มมีอากาศหนาวเย็นในตอนเช้าโดยเฉพาะตอนบนของภาค สำหรับภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกชุกหนาแน่น ประกอบกับมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และหนักมากในบางแห่ง ตนมีความห่วงใยพี่น้องเกษตรกรและประชาชนทุกพื้นที่ โดยเฉพาะขณะนี้ทางภาคใต้ของประเทศไทยที่กำลังจะเข้าสู่ฤดูฝนในช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคมปีนี้ จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระทรวงเกษตรฯ บูรณาการกับหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ภาคใต้ 14 จังหวัด รวมทั้งจังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ เตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้ตลอดช่วงฤดูฝนนี้

โดยในวันศุกร์ที่ 11 ตุลาคม 2562 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เป็นประธานการประชุมเตรียมรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ปี 2562 เพื่อลดความเสี่ยง เฝ้าระวังภัย และเตรียมรับมือ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม พร้อมกันนี้ได้ร่วมกิจกรรมปล่อยคาราวานเครื่องจักรเครื่องมือรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ปี 2562 ณ สำนักงานชลประทานที่ 14 อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

ด้านนางดาเรศร์ กิตติโยภาส รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ในส่วนของกรมส่งเสริมการเกษตรภายใต้การกำกับดูแลของ นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรได้เตรียมพร้อมแนวทางการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านพืชทั้งก่อนเกิดภัย ขณะเกิดภัย และหลังประสบภัยไว้ ดังนี้

 

กรณีก่อนเกิดภัย ได้สั่งการให้สำนักงานจังหวัดติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมแจ้งเตือนเกษตรกร เตรียมรับสถานการณ์ พร้อมเร่งรัดให้เกษตรกรขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรให้พร้อม

ขณะเกิดภัย ให้ประเมินสถานการณ์เบื้องต้น รายงานพื้นที่ประสบภัยและบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น โดยจัดชุดเฉพาะกิจลงพื้นที่ ให้การสนับสนุนการทำงานของสำนักงานเกษตรอำเภอ สำนักงานเกษตรจังหวัด การออกเยี่ยมเยียนเกษตรกรและให้คำแนะนำในการดูแลรักษาพืช พร้อมเร่งรัดติดตามการช่วยเหลือ

หลังเกิดภัย ให้สำรวจ ประเมินความเสียหายและให้การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ และให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรออกให้คำแนะนำเกษตรกรในการดูแลพืชหลังประสบภัย โดยจัดเตรียมสารชีวภัณฑ์ เช่น เชื้อไตรโคเดอร์มา เพื่อแจกจ่ายช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนไม้ผลฟื้นฟูหลังน้ำลด ตลอดจนสนับสนุนพันธุ์พืชผัก ไม้ผล/ไม้ยืนต้น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และในกรณีที่เกษตรกรซื้อประกันภัยจะได้รับสินไหมทดแทนด้วย เช่น ข้าวนาปี เบี้ยประกัน 85 บาท/ไร่ ได้รับสินไหมทดแทน 1,260 บาท/ไร่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เบื้ยประกัน 59 บาท/ไร่ ได้รับสินไหมทดแทน 1,500 บาท/ไร่

 

สำหรับหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือ เกษตรกรต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการกษตรก่อนเกิดภัย โดยช่วยเหลือตามพื้นที่เสียจริงไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่ แบ่งเป็น ข้าว 1,113 บาท/ไร่ พืชไร่ 1,148 บาท/ไร่ พืชสวนและอื่นๆ 1,690 บาท/ไร่ ทั้งนี้ หากเกษตรกรมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่

 


ยิ่งกว่าวันนั้นของเดือน........... "เอ๋-ปารีณา" เธอพูดถึง คุณเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส น่ะ ก็นะ.... ไม่เคยเห็นมาก่อนว่า กรรมาธิการสภาผู้แทนฯ จะแบ่งข้างแยกขั้วซัดกันเละขนาดนี้ เน้นสนองตัณหาตัวเอง ไม่สนใจว่าประชาชนจะได้อะไร

"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา
คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?