'แก้วสรร' ออกบทความ : ปัญหาการถือประโยชน์ทับซ้อน ของรองนายกฯอนุทินฯ ในสัญญาคมนาคม


   

11 ต.ค.62 - นายแก้วสรร อติโพธิ เผยแพร่บทความเรื่อง "ปัญหาการถือประโยชน์ทับซ้อนของรองนายกฯอนุทินฯในสัญญาคมนาคม"ผ่านwww.thaipost.net โดยมีเนื้อหาดังนี้                   

   ด้วยเหตุที่เคยเป็น สสร. และ คตส.มาก่อน  จึงมีผู้ถามผมมามาก ว่า   คุณอนุทิน รองนายกรัฐมนตรีผู้กำกับดูแลกระทรวงคมนาคม  เหตุใดจึงยังถือหุ้นบริษัทซีโนไทยอยู่อีก ๔.๖%  ทั้งๆที่ซีโนไทยนี้เป็นยักษ์ใหญ่ก่อสร้างไทยที่กำลังรอเสียบสัญญาคมนาคมหลายสัญญา  ทั้งสัญญาร่วมลงทุนรถไฟความเร็วสูงและสนามบินใน อีอีซี   รวมถึงสัญญาก่อสร้างรถไฟฟ้าที่เหลือในกรุงเทพ     สัญญามูลค่ารวมกว่าสี่แสนล้านบาทเหล่านี้ ถ้าซีโนไทยได้ไปเมื่อใด คุณอนุทินฯไม่ต้องคดีถือประโยชน์ทับซ้อน เหมือนคดีซื้อขายที่ดินรัชฎาของอดีตนายกฯทักษิณ หรือ

ผมเองก็ติดตามมาตลอด จึงขอวิเคราะห์ คำตอบในกฎหมายมาเสนอดังนี้

ถาม   เรื่องถือประโยชน์ทับซ้อนนี้   จะหลุดจากรัฐมนตรี หรือติดคุกกันแน่ครับ

ตอบ  ต้องเข้าใจก่อนครับว่า เมื่อนักธุรกิจเจ้าของกิจการใหญ่โตมาเล่นการเมืองนี้ หุ้นของเขาจะมีกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง อยู่ ๔ เรื่อง คือ

ถาม   ดู ช่องสอง ข้างต้นแล้ว เรื่องถือหุ้นซีโนไทย ๔.๖ % ของคุณอนุทิน ถ้าซีโนไทยได้สัญญาอะไรจากคมนาคม   คุณอนุทินก็ไม่มีทางผิดอาญาตามกฎหมาย ปปช. ได้

ตอบ  กฎหมาย ปปช.เดิม ไม่มีเกณฑ์ ๕ แต่พอออกกฎหมายใหม่ยุค คสช.สภาเรือแป๊ะก็ผ่อนคลาย โดยตั้งเกณฑ์ เกิน ๕% นี้ขึ้นมา  ใครถือไม่ถึง ๕% ก็เล่นการเมืองได้ ไม่ต้องกลัวกฎหมาย ปปช.

 

ถาม   แล้วไม่กลัวกฎหมายอาญา ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่หรือครับ   กฎหมายอาญาไม่มีกรอบถือหุ้น ๕% นะครับ

ตอบ  ความผิดตามกฎหมายอาญา ถ้ารัฐมนตรีดิ้นรนสั่งการโดยมิชอบและโดยทุจริตจนได้สัญญา อย่างนี้ ก็ผิด ๑๕๗ อยู่แล้ว   ไม่ใช่ปัญหาการถือประโยชน์ทับซ้อน  ที่ประมวลกฎหมายอาญาเอาผิดตรงการถือประโยชน์จริงๆนั้น ก็มีมาตรา๑๕๒ ในช่องสาม ที่ใช้กับเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่โดยตรงในการนั้นเช่นการรถไฟ   ระดับกำกับดูแลเช่นรัฐมนตรีและรองนายกฯนั้น มาตรา ๑๕๒ นี้ไปไม่ถึง ต้องไปใช้กฎหมาย ปปช.ในช่องสอง

 

ถาม   ถ้าคุณอนุทินในปัญหาการถือหุ้นซีโนไทยไม่มีทางผิดอาญาฐานถือประโยชน์ทับซ้อน  ได้    แล้วเรื่องขาดคุณสมบัติใน ช่องหนึ่ง ล่ะครับ

ตอบ  ช่องนี้มุ่งที่คุณสมบัติต้องห้ามจริงๆ ถ้าซีโนไทยได้แค่สัญญารับเหมาก่อสร้างธรรมดาในกิจการคมนาคม เช่นก่อสร้างทางรถไฟฟ้าสายสีส้ม    ดังนี้คุณอนุทินก็ไม่ขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ        เพราะในช่องหนึ่ง นั้นรัฐธรรมนูญมุ่งควบคุมเฉพาะสัมปทานหรือผูกขาดเท่านั้น

ดังนั้นถ้ารถไฟฟ้าสีส้มดำเนินการโดยให้เอกชนทำทั้งหมดทั้งลงทุนและบริหาร  อย่างนี้ก็เป็นสัญญาสัมปทาน  ซีโนไทยได้สัญญานี้เมื่อใดรัฐมนตรีอนุทินจะกลายมาเป็นผู้ดูแลบริษัทตนเองว่าทำหน้าที่สาธารณะในสัมปทานดีหรือไม่    คุณสมบัติแบบนี้ ตรงนี้รัฐธรรมนูญรับไม่ได้ต้องถือว่าขาดคุณสมบัติ จะถือหุ้นกี่ % ก็ขาดคุณสมบัติอยู่ดี 

สรุปแล้วหุ้นซ๊โนไทยนี้มีปัญหากับคุณอนุทินแน่นอน ในกรณ๊สัญญาสัมปทานหรือผูกขาด 

 

ถาม   นี่กระมังครับ  คือเหตุผลที่รัฐมนตรีคมนาคม คุณศักดิ์สยาม ชิดชอบ   เขาพยายามยกเลิกโครงการให้เอกชนร่วมลงทุนในรถไฟฟ้าสีส้ม    คือเปลี่ยนชนิดสัญญามาให้เป็นสัญญาจ้างเอกชนรับเหมาก่อสร้างและขายระบบให้ รฟม.เท่านั้น 

ตอบ  ถ้าทำได้ก็หนีปัญหาจากช่องหนึ่งไปอยู่สบายในช่องสองได้   คือกลับไปเหมือนแบบที่ซีโนไทยเคยรับเหมาทำแอร์พอร์ตลิงค์ ให้การรถไฟเดินรถเอง   ถ้ารัฐมนตรีศักดิ์สยามรื้อให้มาเป็นงานรับเหมาได้สำเร็จ ซีโนไทยก็เข้าประมูลได้  แต่ถ้าเป็น PPP คือเหมาให้สัมปทานไปเลยเหมือนอย่างที่ดำริกันไว้ในรัฐบาลก่อน  อย่างนี้ถ้าซีโนไทยได้สัญญาเมื่อใด   รัฐมนตรีอนุทินมีปัญหาคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญแน่นอน

 

ถาม   แล้วสัญญาร่วมลงทุน PPP ในโครงการอีอีซี ทั้งรถไฟความเร็วสูง และสนามบินอู่ตะเภานั่นล่ะครับ    ซีโนไทยยื่นข้อเสนอเข้าแข่งขันทั้งสองโครงการเลย

ตอบ  แล้วเขาได้งานไหม?

 

ถาม   ในสัญญารถไฟความเร็วสูงนั้น  ราคาซีโนไทยเขาเป็นที่สองครับ  ที่หนึ่งคือกลุ่มซีพีที่กำลังเจรจาสัญญากันอยู่ ถ้าซีพีไม่ผ่านการเจรจา งานก็จะมาตกที่ซีโนไทย

ตอบ  ถ้ามาตกที่ซีโนไทยจริง  เซ็นสัญญาให้ซีโนไทยเมื่อใดรัฐมนตรีอนุทินก็มีปัญหาคุณสมบัติแน่   แม้จะพยายามไม่ลงมายุ่งเลยก็ตามประโยชน์มันก็ทับกับตำแหน่งเขาอยู่ดี

 

ถาม   แล้วสัญญาสนามบินอู่ตะเภาล่ะครับ   ซีพีแพ้ฟาวล์ไปแล้วเพราะส่งซองล่าช้าไป ๙ นาทีตอนนี้ราคาซีโนไทยเป็นที่ ๑ แล้วครับ  ชนะราคาของอีกรายหนึ่ง ส่วนคุณสมบัติทางเทคนิคเปิดซองแล้วผ่านแล้วทั้งคู่

ตอบ  ถ้าเดินหน้าเจรจากับซีโนไทยจนลงตัวเป็นสัญญาได้เมื่อใดแล้ว  คุณอนุทินก็มีปัญหาคุณสมบัติอีกแน่นอน เช่นกัน 

 

ถาม   ทำไมคุณอนุทินถึงไม่ขายหุ้นซีโนไทยทิ้ง ก่อนเล่นการเมืองครับ

ตอบ  ผมก็ไม่เข้าใจ  ทำไมเขาถึงดูแต่กฎหมาย ปปช. จนเบาใจว่าตนไม่มีปัญหาอะไร เนื่องจากถือหุ้นซีโนไทยแค่ ๔.๖ % เท่านั้น   แต่ถ้าดูรัฐธรรมนูญด้วย เขาก็จะเห็นปัญหาคุณสมบัติในทันที   ว่าซีโนไทยยุ่งกับสัมปทาน หรือ PPP ของ อีอีซี ไม่ได้เลย

 

ถาม   ซีโนไทย ยื่นข้อเสนอ PPP ของ อีอีซีไปแล้ว   ถ้าทิ้งข้อเสนอก็ถูกปรับ ทางออกของคุณอนุทินอยู่ที่ตรงไหน

ตอบ  มีทางเดียวครับ คือรีบขายหุ้นซีโนไทยทิ้งในตลาดชัดๆเลย   แต่อย่าขายให้ลูกหรือน้องแบบคุณทักษิณก็แล้วกัน  เดี๋ยวจะมีปัญหาซุกหุ้นอีก

 

ถาม   เขาจะยอมหรือ

ตอบ  ก็ประกาศชัดเจนเมื่อวานซืนแล้วว่า  ได้ทิ้งประโยชน์ส่วนตัว เพื่อเข้ามาทำประโยชน์ส่วนรวมทั้งชีวิตแล้ว ” มิใช่หรือ

 

ถาม   ถ้าจะทิ้งหุ้น..ก็คงต้องรอดูให้ชัดก่อนกระมังครับว่า  ซิโนไทยกำลังจะได้สัญญา ๓ แสนล้านบาท แล้วจริงๆ

ตอบ  ก็เป็นไปได้...คอยถึงตอนนั้นค่อยขายหุ้นซีโนไทยทิ้งก่อนวันลงนาม ๑ วันเลย  ก็ยิ่งจะได้ทั้งราคาหุ้นและความเท่ห์

 

ถาม   ทำไมการเมืองและการพัฒนาของเราถึงต้องมายุ่งกับเรื่องธุรกิจใหญ่เล่นการเมืองแบบนี้ครับ  คราวคุณทักษิณ ก็ยุ่งกันเป็นสิบปีเลย

ตอบ  จะหันไปเอาอย่างเมืองจีนก็ได้นะคุณ   ระบบของเขาแยกวิถีชีวิตพ่อค้ากับเจ้าหน้าที่รัฐขาดกันออกไปเลย ใครจะมาทางราชการงานเมืองก็เติบโตไปทางหนึ่ง  ใครจะทำธุรกิจการค้าก็ไปอีกทางหนึ่ง  เขาห้ามพ่อค้าโดดมายุ่งกับการเมืองการปกครองเลย    บ้านเราถ้าจะเอาอย่างเขาก็ต้องห้ามพนักงานของรัฐทุกตำแหน่งทุกระดับถือหุ้นทุกชนิดเลย   เมื่อเราไม่ห้าม...ก็ต้องมีกฎหมายมาควบคุมการถือประโยชน์ทับซ้อนแบบนี้แหละครับ 

ผมว่าผมพอดีกว่านะ ...ไม่พูดแล้ว...เจ็บลิ้นไก่

                                 ....................................

 

 


ที่ว่า "หนัก" เพราะอะไร? เพราะเราแบกมันไว้ จึงหนัก แบกไว้บนบ่าบ้าง แบกไว้ในใจบ้าง สุมไว้บนหัวบ้าง ถ้ารู้จักวางมันลงซะบ้าง ที่ว่าหนัก....... ก็เบา!

"ทำบุญไว้เถิด" จะเกิดผล
นึกว่าดี 'อยากลองดี' ก็เชิญ!
คู่มือฉบับ 'คุกและยุบพรรค"
รำพึง-รำพัน 'วันโลกเปลี่ยนยุค'
ไม่อยากอยู่จึงอยู่ไม่เป็น
แล้ว 'ทอน' จะรู้ว่าผิดอะไร