โต้สงครามเย็น! 'ปิยบุตร'อ้างกองทัพก่อวิกฤติเพื่อรักษาอำนาจ


   


     "ปิยบุตร" กางตำราเลกเชอร์ยาวโต้ "บิ๊กแดง" ทุกเม็ด  พูดเรื่องความเป็นชาติได้น่าฟัง ก่อเกิดจากจิตสำนึกร่วมกันของความเสียสละที่ได้ทำกันไปในอดีต และจะทำต่อไปอีกในอนาคต  ลากไปถึงประวัติศาสตร์สกุลกรมพระยาดำรงฯ แต่ชาติปัจจุบันเปลี่ยนไปแล้ว ต้องถอดล้างความเชื่อ ถอดรื้อเอาความศักดิ์สิทธิ์ออกไปจากผู้ทรงอำนาจสูงสุด เหน็บกระบวนทัศน์ ผบ.ทบ.ยังอยู่ในยุคสงครามเย็น ซัดกองทัพรักษาอำนาจตัวเองด้วยการทำให้ประเทศมีวิกฤติตลอดเวลา 
     เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 ตุลาคม ที่สำนักงานใหญ่พรรคอนาคตใหม่ ชั้น 5 อาคารไทยซัมมิท นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวบรรยายพิเศษหัวข้อ “แผ่นดินของเราในมุมมองประชาธิปไตย: บทบาทของประชาชนในการสร้างชาติ” ตอบโต้ชี้แจงกรณี พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวบรรยายพิเศษเมื่อวันที่ 11 ต.ค. ที่ผ่านมา
    นายปิยบุตรเริ่มต้นบรรยายว่า แผ่นดินของเรา หรือชาติ ทั้งหลายทั้งปวงคือสิ่งที่มนุษย์ประดิษฐ์คิดค้น สร้างขึ้นมาเป็นจุดหลอมรวมคนเข้ามาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ก่อเกิดจากจิตสำนึกร่วมกัน ความเสียสละที่เราร่วมกันทำในอดีตและจะทำต่อไปในอนาคต เมื่อพูดถึงชาติ คือคนที่อาศัยอยู่ในชาติ คือคนปัจจุบัน ให้คิดถึงอดีตฝันถึงอนาคต ถ้าหากเราต้องการทำให้คนมีจิตสำนึกร่วมกัน จำเป็นต้องสร้างประชาชน เพื่อให้ประชาชนมาสร้างชาติ คนก็จะเกิดจิตสำนึกร่วมกัน ชาติจึงเท่ากับประชาชน ไม่มีประชาชนก็ไม่มีชาติ ถ้าประชาชนไม่รวมตัวก็ไม่สามารถสร้างชาติได้ ไม่สามารถขาดอย่างใดอย่างหนึ่งได้
    "ชาติเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่หลอมรวมเอาคนทั้งหลายมาไว้ด้วยกัน ก่อเกิดจากจิตสำนึกร่วมกันของความเสียสละที่ได้ทำกันไปในอดีต และจะทำต่อไปอีกในอนาคต ท่านฟังคำนี้ดีนะครับ ชาติมันเกิดขึ้นมาได้ มันต้องสร้างยูนิตี ความเป็นหนึ่งอันเดียวกันอันยิ่งใหญ่ในการพูดถึงความเสียสละ ความเสียสละที่พวกเราทุกคนที่ร่วมกันทำลงไปในอดีต และเราจะทำต่อไปอีกในอนาคต ดังนั้นการพูดเรื่องการสร้างชาติ ต้องผูกโยงกับประวัติศาสตร์อดีตว่าเราผ่านการเสียสละมาร่วมกัน และจะร่วมเสียสละต่อไปในอนาคต"
    แต่ปฏิเสธไม่ได้เมื่อพูดถึงชาติ ต้องพูดถึงคนที่อาศัยในชาติ ซึ่งอยู่กับปัจจุบัน จะทำอย่างไรให้คนที่อยู่ในปัจจุบันคิดถึงอดีตและฝันถึงอนาคตร่วมกัน ดังนั้นจึงต้องมีข้อเท็จจริงอะไรบางอย่างที่มีรูปธรรมชัดเจนอยู่ในปัจจุบันด้วย คุณจะพูดถึงอดีตก็ไกลโพ้นเกินไป พูดถึงอนาคตก็ยังมาไม่ถึง 
    นายปิยบุตรกล่าวว่า การที่ทำให้คนปัจจุบันคิดถึงอดีตและอนาคตร่วมกันได้ ต้องพูดถึงปัจจุบันด้วย รูปธรรมที่ปรากฏในปัจจุบันคืออะไร ยกตัวอย่าง ในประวัติศาสตร์ไทยมันก็มีหลายสกุล สกุลหนึ่งซึ่งครอบงำแวดวงประวัติศาสตร์มาโดยตลอด เราเรียกว่าประวัติศาสตร์สกุลกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ที่คือสกุลที่อยู่ในแบบเรียนหลักของประเทศไทยมาโดยตลอด 
    "สกุลของพระยาดำรงฯ ก็เพิ่งถูกขีดเขียนขึ้นมาไม่นานนี่เอง ทุกท่านก็ทราบว่ากรมพระยาดำรงฯ อยู่ในรัชสมัยรัชกาลที่ 5, 6, 7 ต่อเนื่องกันมา ดังนั้นประวัติศาสตร์สกุลดำรงเพิ่งถูกเขียนมาเท่านั้นเอง แต่มันมีความคิดสกุลประวัติศาสตร์อื่นๆ เกิดขึ้นมาเต็มไปหมด บางที่เน้นไปที่ท้องถิ่น ชุมชนหลากหลาย รวมกันเป็นชาติไทย" 
 ถอดล้างความเชื่อ 
    เขากล่าวว่า ทำอย่างไรให้คนในปัจจุบันเชื่อมั่นอดีตร่วมกัน ฝันถึงอนาคตที่ยังมาไม่ถึงร่วมกัน ดังนั้นต้องสร้างปัจจุบัน เป็นโลกสมัยใหม่ ถอดล้างความเชื่อ ความศักดิ์สิทธิ์ออกจากประธานผู้ทรงอำนาจ ยุคหนึ่งเราผ่านสมบูรณาญาสิทธิราชย์ แล้วบอกว่าอำนาจสูงสุดอยู่ที่พระมหากษัตริย์ ยุคหนึ่งเราบอกว่าไปอยู่กับกองทัพ ผู้นำเผด็จการ มันต่างยุคต่างสมัย แต่ละประเทศผ่านขั้นตอนนี้มา จนเดินทางมาสู่ยุคปัจจุบัน  
    "เราเห็นตรงกันแล้วว่าความทันสมัย เรื่องการเมืองการปกครองจะเกิดขึ้นได้ก็คือ ถอดรื้อเอาความศักดิ์สิทธิ์ออกไปจากผู้ทรงอำนาจสูงสุด แล้วสร้างหน่วยใหม่ ให้กลายเป็นผู้ทรงอำนาจสูงสุดในรัฐแต่ละรัฐ นั่นคือประชาชน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องสร้างประชาชน เพื่อให้ประชาชนมาสร้างชาติ ไม่มีประชาชนก็ไม่มีชาติ เป็นสองด้านของเหรียญเดียวกัน"
    ปัจจุบันมีการเคลื่อนไหวของประชากรตลอดเวลา การสร้างชาติจะยึดติดวิธีคิดโยงกับเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรมแต่เพียงอย่างเดียวไม่ได้อีกต่อไป ต้องสร้างคุณค่าพื้นฐานร่วมกันใหม่เพื่อสร้างชาติ ประกอบด้วยศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิเสรีภาพ เสมอภาพ พึ่งพาอาศัยกันฉันมิตร และเคารพความแตกต่างหลากหลายของผู้อื่น ทั้ง 4 ข้อ ถ้าทำให้ประชาชนเชื่อมั่นในคุณค่าพื้นฐานนี้ได้ เราจะสร้างชาติได้ แม้เราจะคิดเห็นแตกต่างกัน ทะเลาะกัน สนับสนุนฝ่ายการเมืองแตกต่างกัน แต่ทุกคนเป็นประชาชนคนไทยอาศัยร่วมกัน 
    "ผมอยากเชิญชวนร่วมกันสร้างแผ่นดินของเราด้วยการเคารพความเป็นคนของผู้อื่น ถ้าทำสำเร็จจะเป็นแผ่นดินของเรา เป็นแผ่นดินของคนไทยทุกคน ความมั่นคงของชาติจึงเท่ากับความมั่นคงของประชาชน คือในทางเศรษฐกิจอยู่ท้อง มีรายได้เพียงพอ มีหลักประกันในชีวิต เกิดมาอยู่รอดอย่างปลอดภัย ไม่กังวลภัยอันตราย มีสิทธิเสรีภาพ สร้างสรรค์ชีวิตของตนเองและสร้างชาติได้ การทำงานได้ ต้องมีการศึกษาที่ดี เปิดโอกาสให้คนในชาติเข้าถึงความรู้ ไปใช้สิทธิเสรีภาพในการดำรงชีวิต ซึ่งรัฐบาลมีหน้าที่รักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ชีวิต การศึกษา"
    นายปิยบุตรกล่าวถึงการแบ่งรูปของรัฐว่า มี 2 เกณฑ์ คือ 1. พิจารณาจากที่มาประมุขของรัฐ เป็นราชอาณาจักรหรือสาธารณรัฐ 2.โครงสร้างการจัดวาง เป็นรัฐเดี่ยวหรือสหพันธรัฐ ซึ่งในโลกแบ่งออกได้ 4 กลุ่ม ประเทศไทยรูปของรัฐ เป็นราชอาณาจักร และเป็นรัฐเดี่ยว ต่อเนื่องกันมาจนถึงปัจจุบัน รัฐธรรมนูญ 2560 เวลาท่าน ผบ.ทบ.พูด อย่าเอาความรู้สึกส่วนตัวมาตัดสิน เพราะมาตรา 255 การแก้ไขเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนรูปแบบของรัฐจะกระทำไม่ได้ ให้ดูรัฐธรรมนูญที่พวกท่านร่างขึ้นมาดู
ใครกันแน่ที่ละเมิดมาตรา 1 
    เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ชี้ว่า เป็นการนำความเห็นนักวิชาการคนหนึ่งขึ้นมาทำลายความชอบธรรมของการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคฝ่ายค้าน เราเห็นกันอยู่แล้วว่าแก้ไม่ได้ เราประกาศหลายครั้งว่าจะตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เว้นไม่แตะต้องรัฐธรรมนูญหมวด 1-2 ผบ.ทบ.จะต้องไม่นำความเชื่อท่านเองมาทำลายขบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย การแก้ตามระบบไม่มีทางเปลี่ยนแปลงระบอบหรือรูปของรัฐได้ มีกรอบอยู่ แก้ไม่ได้หรอกไอ้ที่จินตนาการกันไป ตรงกันข้ามคณะรัฐประหารเข้ามายึดอำนาจฉีกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับจะมีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้ ประชาชน ส.ส. ที่ต่อสู้สร้างพรรคในระบบรัฐธรรมนูญที่ท่านออกแบบขึ้นมา ไม่มีวันเกินกรอบนี้ได้ คนที่มีความคิดกับคนที่มีอาวุธ ใครกันแน่ที่ละเมิดมาตรา 1 ได้
    นายปิยบุตรกล่าวประเด็นกระบวนการทำให้รัฐกลายเป็นรัฐทหารว่า ทหารทำหน้าที่รักษาความมั่นคง เขาจะไม่เข้ามาเล่นการเมือง หลายประเทศเขาไม่ให้เอากองทัพมายุ่งการเมือง แต่เราทำต่อเนื่องมาเรื่อยๆ อย่างแนบเนียน แยบคาย การคงอำนาจกองทัพได้ต้องมีวิกฤติมีปัญหา เมื่ออยากให้กองทัพมีบทบาทการเมืองตลอดไป จำเป็นต้องทำให้ประเทศมีวิกฤติตลอดเวลา จะได้ครองอำนาจไปตลอดเพื่อแก้ไข การใช้อำนาจพิเศษของทหารเข้ามาแก้ไขปัญหาทางการเมือง ทำเรื่องยกเว้นให้เป็นเรื่องปกติ สถานะพิเศษกลายเป็นสถานะถาวร 
    "ปรากฏชัดที่สุดคือมาตรา 44 และที่ด่านักการเมืองเลว สร้างความแตกแยก ชักศึกเข้าบ้าน และล่าสุดคือล้างสมองคนรุ่นใหม่ เป็นการประดิษฐ์วาทกรรมให้เกิดวิกฤติ ให้กองทัพมีอำนาจตลอดเวลา อยู่เหนืออำนาจพลเรือน เรามักได้ยินคำว่าวงจรอุบาทว์การเมืองไทย มีเลือกตั้ง มีปัญหาวิกฤติคอร์รัปชัน ขัดแย้ง รัฐประหาร ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ แต่จริงๆ มันคือวงจรรัฐประหารที่หยุดยั้งประชาธิปไตย การพัฒนาประชาธิปไตยต้องพัฒนาคน จะไม่มีวันพัฒนาได้ถ้ารัฐประหารตัดตอนตลอดเวลา พอชนชั้นนำรู้สึกคุมไม่อยู่ก็รัฐประหารเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ เมื่อใดที่ประชาชนตระหนักรู้และรุดหน้า เมื่อนั้นก็เกิดรัฐประหาร"
    นายปิยบุตรกล่าวตอบโต้เรื่อง Hybrid Warfare ว่า นานาประเทศมองไทยเป็น Hybrid Regime ระบอบลูกผสม มี 8 ข้อ คือ 1.เผด็จการที่มีการเลือกตั้ง 2.อุดมการณ์บังหน้าเพื่อผลประโยชน์ 3.โครงการช่วยคนจนแต่เอื้อทุนใหญ่ 4.สัมปทานรัฐที่ไม่ได้ทำเพื่อรัฐ 5.ล่าอาณานิคมภายใน 6.ประวัติศาสตร์ที่ไร้ประชาชน 7.ถอยกลับกรมกองแต่ตบเท้าเป็นระยะ 8.ศัพท์ใหม่แต่วิธีคิดแบบเก่า 
    การบรรยายของ ผบ.ทบ. มีคำใหม่ๆ เต็มไปหมด แต่สิ่งที่ท่านพูดกระบวนทัศน์ยังอยู่ในยุคสงครามเย็น มองความคิดแตกต่างคือสิ่งที่ผิด ฝ่ายความมั่นคงต้องไปจัดการ สร้างความหวาดกลัว แบ่งแยกแล้วปกครอง ขณะที่ความมั่นคงสมัยใหม่พูดถึงเทคโนโลยี การแก้ไขปัญหาใหญ่ๆ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ร่วมกัน 
ใช้สื่อปั่นข่าวยุบแน่ทุกวัน
    "ปัจจุบันจาก Warfare เปลี่ยนเป็น Lawfare แล้ว เช่นกรณีสหรัฐอเมริกาแทรกแซงลาตินอเมริกา ก่อรัฐประหารล้มรัฐบาลสังคมนิยมออกไป ปัจจุบันการยึดอำนาจโดยใช้อาวุธโลกไม่ยอมรับ จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนเป็นใช้กฎหมายเข้าจัดการ ใช้กลไกเอาเรื่องการเมืองไปอยู่ในมือของศาล ให้ศาลเข้ามาตรวจสอบผ่านการยุบพรรค ตัดสินคดีคอร์รัปชัน และอาศัยสื่อปั่น เช่นเรื่องไม่ถึงไหนก็เขียนผิดแน่ยุบแน่ทุกวัน เรื่องนิดเดียวเขียนพาดหัวข่าว 200 ข่าว ปั้นทุกวันให้สังคมคิดร่วมกันพรรคไม่รอด นักการเมืองไม่รอด สุกงอมเพียงพอศาลก็ตัดสิน อย่างที่ลาตินอเมริกา ศาลปลดประธานาธิบดีที่ประชาชนนิยมออกไปแล้วหลายคน พอได้ผู้นำขวาจัดเข้ามาก็ลดสิทธิอำนาจของประชาชน"
    เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่กล่าวว่า ประเทศไทยติดหล่มขัดแย้งมา 13 ปี หนุ่มสาวไม่เห็นอนาคต คนวัยทำงานไม่ขยับชนชั้น คนสูงอายุไม่แน่ใจจะส่งมอบสังคมแบบไหน เผชิญปัญหากับดักรายได้ปานกลาง ความเหลื่อมล้ำ ไม่มีสวัสดิการที่ดีเพียงพอ ความแตกแยก ซึ่งใหญ่และยากเกินกว่าจะฝากไว้กับ 3 กลุ่ม คือ 1.กองทัพที่ไม่สอดคล้องกับประชาธิปไตย พร้อมแทรกแซงการเมืองพร้อมรัฐประหาร ติดหล่มสงครามเย็น 2.สื่อยุยงปลุกปั่น ดาวสยาม 4.0 และ 3.รัฐบาลสืบทอดอำนาจ ที่ตอนอำนาจล้นมือยังแก้ปัญหาไม่ได้เลย จะปล่อยให้เข้ามาแก้ไขปัญหา 
    "ผมคิดว่าไม่มีทาง จึงอยากเชิญชวนให้มาร่วมพูดคุย อย่ามองคนเห็นต่างเป็นศัตรู ต้องเลิกสร้างศัตรูในใจ เพราะสร้างแล้วก็ต้องการแต่ทำลายศัตรู โดยไม่คิดว่าจะอยู่ร่วมกันได้"
    นายปิยบุตรกล่าวว่า ปรากฏการณ์ของพรรคอนาคตใหม่เป็นการเกิดขึ้นจริง อย่าไปหลอกลวงในใจว่าเป็นการปลุกปั่นล้างสมอง มีคนจำนวนมากตื่นรู้แล้ว ถ้ามองถูกปลุกปั่นแก้ไม่ตรงจุด ท่านก็คิดตลอดมีผู้ไม่หวังดี มีมาสเตอร์มายด์อยู่เบื้องหลัง ก็แก้ไม่ได้ จะจับขัง ปรับทัศนคติ หลายครั้งหลายหนก็แก้ไม่ได้ ถ้าแก้ได้คงไม่เกิดนโยบาย 66/2523 ที่สุดท้ายนำคนหนีเข้าป่าต้องกลับมาร่วมกัน 
    เขากล่าวว่า อย่ากังวลใจกับตน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พรรคอนาคตใหม่ และคนที่สนับสนุน ท่านอาจคิดว่าตนเป็นพวกซ้ายจัดดัดจริตชอบปฏิวัติ ที่ตนศึกษาเรื่องการปฏิวัติเพื่อเป็นบทเรียน และคิดว่าจะทำอย่างไรให้ประเทศไทยไม่เจอสถานการณ์แบบนี้ ตนศึกษาการปฏิวัติ แต่สนับสนุนการปฏิรูปให้คนในชาติอาศัยร่วมกัน
    นายปิยบุตรกล่าวช่วงท้ายว่า ยอมรับว่าทั้ง ผบ.ทบ.และตนเคยเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง แต่เราพร้อมที่จะปฏิรูปประเทศไปด้วยกันกับท่าน การที่ท่านบรรยายนั้นไม่เป็นผลดี มีแต่ตอกลิ่มสร้างความแตกแยกแล้วปกครอง เหมือนสมัยสงครามเย็นโจมตีคนว่าเป็นคอมมิวนิสต์ คอมมิวนิสต์เป็นศัตรูของชาติ กำจัดได้ 
ฟังแล้วก็น้ำตาซึม
    "ผมเห็นใจวีรกรรมของบิดาท่าน ฟังแล้วก็น้ำตาซึม แต่คนธรรมดาก็บาดเจ็บล้มตายจากสงครามในประเทศเหมือนกัน แทนที่จะยอมรับความเป็นจริงว่ามีคนต้องการแบ่งสันปันส่วนอำนาจ แต่ท่านแปะป้ายเป็นคนถูกยุยงปลุกปั่น จำลองให้เกิดสงครามเย็นในประเทศขึ้นมาอีก ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกต้อง และทำให้เกิด Clash of Generation (แตกแยกทางรุ่น)"
     เลขาธิกาพรรคอนาคตใหม่ยืนยันว่า ตนกับนายธนาธรไม่เคยมีความคิดแบ่งแยกรุ่น คนทุกรุ่นต่างใฝ่ฝันถึงอนาคตร่วมกัน อยากให้ท่านทำความเข้าใจคุยกับคนหนุ่มสาวคิดอย่างไร อย่าเอาบทเรียนไปยัด การบรรยายของ ผบ.ทบ. เป็นจุดเน้นย้ำชัดเจนว่าประเทศไทยจำเป็นต้องปฏิรูปกองทัพให้สอดคล้องกับประชาธิปไตย และสถาปนาหลักการรัฐบาลพลเรือนอยู่เหนือกองทัพ
    “การบรรยายของผมในวันนี้จะไม่มีทางเกิดขึ้นเลยถ้าไม่มีการบรรยายเมื่อวานนี้ แล้วสาเหตุที่ผมจำเป็นต้องออกมาบรรยายในหัวข้อนี้อย่างชัดเจน ก็เพราะว่าผมกังวลใจว่าการบรรยายของท่าน ผบ.ทบ. มันจะสร้างปัญหาลุกลามบานปลายไปมากกว่าเดิม มันจะสร้างความแตกแยกให้กับคนในชาติมากกว่าเดิม ผมบรรยายมาในวันนี้ สื่อสารไปยังพี่น้องประชาชน พี่น้องสื่อมวลชน และต้องการสื่อสารไปยัง ผบ.ทบ. ท่านยอมรับความเป็นจริง เดินหน้าปฏิรูปประเทศร่วมกันพร้อมกับทุกพรรคการเมือง พร้อมกับนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง พร้อมกับคนทุกรุ่นทุกวัย คนในชาติ สร้างชาติแห่งนี้ขึ้นมาด้วยประชาชน ยึดมั่นในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิและเสรีภาพ พึ่งพาอาศัยกันฉันมิตร เคารพความแตกต่างหลากหลายของคนภายในชาติ มีแต่หนทางนี้เท่านั้นที่จะนำพาประเทศไทยออกจากวิกฤติได้” นายปิยบุตรกล่าว
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการบรรยายของนายปิยบุตร มีชายคนหนึ่งที่เดินทางมาร่วมฟังพยายามกล่าวแทรกตอบโต้เล็กน้อยบางครั้งในช่วงการบรรยาย จนครั้งที่ 3 ได้มีการปะทะคารมกับผู้ฟังคนอื่นและพยายามเชิญตัวออกไปนอกห้องแถลงข่าว แต่นายปิยบุตรเรียกร้องขอไม่ให้มีการเชิญตัวออก จึงมีการให้ชายคนดังกล่าวกลับมานั่งฟังแถวหน้า และมีการเจรจาขอให้คุยกันในช่วงถามตอบแทน 
    หลังเสร็จสิ้นการบรรยาย ชายคนดังกล่าวได้บอกว่า เดินทางมาจากบ้านตั้งแต่ตีสี่เพื่อฟังนายปิยบุตรพูดในวันนี้ ในแนวคิดและการจัดตั้งของพรรคอนาคตใหม่ เมื่อเห็นชื่อพรรค ครั้งแรกตนยอมรับว่าตนชอบ แม้แต่หลานของตนก็ยังเลือกพรรคนี้ ในช่วงตอนต้นตนรู้สึกเสียดายที่มาฟังไม่ทัน ที่นายปิยบุตรพูดเรื่องความเป็นชาติ ที่กล่าวว่าหากไม่มีชาติ ไม่มีประชาชน ถ้าไม่มีประชาชนไม่มีชาติ อันนี้ตนคิดว่าใช่ แต่ตนขอถามย้อนนายปิยบุตรว่า ถ้าไม่มีชาติ แล้วจะมีประชาชนได้หรือไม่ ยกตัวอย่างประเทศซีเรีย ทุกวันนี้เขามีชาติ แล้วประชาชนทุกวันนี้เขาอยู่อย่างไร เขามีชาติหรือไม่
"ธนาธร"อ้างจีนไม่ระบุชื่อ
     "ความเป็นเจเนอเรชั่น ผมไม่อยากให้มองคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่แตกต่างกัน ผมเห็นด้วย ถ้าไม่มีคนรุ่นเก่าก็คงไม่มีคนรุ่นหลานนี้ มีเชื้อชาติ มีตระกูล มีพ่อมีแม่ มีปลูกฝัง ที่ต่อสู้กับอดีตกาลมา จนกระทั่งทำให้ลูกหลานมีความสุขสบายมาทุกวันนี้ ความคิดของคุณนั้นผมชอบ สร้างสรรค์ดี ที่ว่าคนไทยเราขัดแย้งกันมา 13 ปีนั้นผมเห็นด้วย อยากจะฝากให้พรรคอนาคตใหม่คิดบวก รัฐบาลชุดนี้ถ้าทำดีก็ส่งเสริมเขาไป ถ้าเขาทำไม่ดี ไม่ดีตรงไหน เอาตรงนั้นมาพูดในรัฐสภา ไม่อยากให้เอาปัญหาไปพูดตามภาคต่างๆ สร้างความเครียดให้ประชาชน ผมก็ยอมรับว่าผมเครียด อยากเห็นคนไทยรักกัน อย่ามีสี"
    ด้านนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวระหว่างลงพื้นที่หาเสียงช่วยผู้สมัครของพรรคในการเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 5 จังหวัดนครปฐม ถึงกรณีแถลงการณ์จากสถานทูตประเทศจีนว่า ทางสถานทูตไม่ได้ระบุตัวบุคคล และสำหรับผู้ที่กล่าวหาตนเอง ทั้งสื่อมวลชนหรือ ผบ.ทบ. ล้วนแต่ไม่มีหลักฐาน นอกจากรูปถ่ายใบเดียว จึงเชื่อว่ามีผู้ที่พยายามทำลายความน่าเชื่อถือของตนเองอย่างเป็นระบบ
    ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า เป็นสิทธิและหน้าที่ของจีนที่ต้องทำอย่างนั้น เพราะเราเองก็เคยทำอย่างเดียวกันในบางกรณีเมื่อมีชาวต่างประเทศได้ทำอะไรบางอย่างที่เรารู้สึกว่าจะกระทบหรือทำให้เราไม่สบายใจ เราก็เคยประท้วงอย่างเดียวกัน ซึ่งบางครั้งก็ประท้วงกับรัฐบาลนั่นเอง หรือบางครั้งก็ประท้วงกับประชาชน หรือบางครั้งก็ออกข่าวเป็นกลาง ดังนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกในวงการทูตที่เขาจะทำอย่างนั้น ส่วนทำไมถึงทำ ทำแล้วได้อะไรขึ้นมา ก็ต้องไปถามทางสถานทูตเอง แต่ประเทศไทยไม่ได้ไปเกี่ยวข้องอะไรในเรื่องนี้ ดังนั้นอย่าไปวิจารณ์เขา
    "นักการเมืองไทยก็แล้วแต่จะคิด หรือแล้วแต่คนที่ได้รับผลกระทบ ยิ่งเป็นนักการเมืองจะต้องรู้ว่าไม่ควรทำอะไรให้คนอื่นไม่สบายใจ เพราะนักการเมืองอ่อนไหวต่อเรื่องการแคร์ต่อความรู้สึกอยู่แล้ว แต่เมื่อรู้สึกแล้วจะไปถึงขนาดไหน อันนี้ก็แล้วแต่"
    เมื่อถามว่า มองว่าจะเป็นแรงกระเพื่อมหรือไม่ เนื่องจากสถานการณ์การเมืองขณะนี้อ่อนไหว นายวิษณุตอบว่า คงต้องไปถาม ผบ.ทบ. ถามตนไม่ได้ ไม่สามารถที่จะรู้ได้ ส่วนกรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตรา 1 นั้น ขอไม่ตอบ
    เมื่อถามย้ำว่า เรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะเป็นประเด็นที่พูดถึงกันไปอีกนาน นายวิษณุกล่าวว่า ก็คงจะต้องมีกันไปอีกนาน เมื่อถามว่าควรจะมีใครที่จะต้องพูดให้ชัดเจนในเรื่องนี้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องมีใคร เป็นการแสดงความรู้สึกของผู้ที่พูดทุกคน ผู้ที่ตอบโต้ก็แสดงความรู้สึกหรือความเห็นของตัว ซึ่งทั้งหมดก็ลอยไปในอากาศให้ประชาชนทั้งประเทศได้ฟังว่าตัวผู้พูดนั้นคิดอย่างไร คงไม่ต้องให้บุคคลที่สาม ที่สี่ ที่ห้า มาวิจารณ์ซ้อนวิจารณ์ ไม่เช่นนั้นเรื่องเล็กจะกลายเป็นเรื่องใหญ่เสียเปล่าๆ และถ้ายิ่งพูดกันมากก็ยิ่งสับสน 
    ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้ภาคการเมืองในบ้านเราจะขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ควรแตะมาตรา 1 หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ขอไม่ตอบเรื่องนี้
"เสี่ยหนู"ไม่ตามใคร
    นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ภูมิใจไทยไม่จำเป็นต้องเป็นไปในตามทิศทางเดียวกับใคร แต่สมาชิกพรรคภูมิใจไทยก็เป็นคนไทย เติบโตมาจนป่านนี้ มีชีวิตที่ดีจนมารับใช้ประชาชน ก็ถือเป็นการตอบแทนบุญคุณพระมหากษัตริย์ที่ชุบเลี้ยงให้อยู่ร่มเย็นเป็นสุขตลอดมา มาตราใดที่เกี่ยวข้องกับสถาบันที่คนไทยเคารพ เราไม่มีวันยอม 
    สำหรับนักการเมืองที่ถูก ผบ.ทบ.พาดพิงต่างใช้โซเชียลฯ ตอบโต้กันอย่างกว้างขวาง โดยนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก วันมูหะมัดนอร์ มะทา ว่า การแสดงออกถึงการรักชาติด้วยการแสดงการกดให้ผู้อื่นรักชาติน้อยกว่าตนนั้น เป็นจุดเริ่มต้นของการแบ่งแยกโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ หลายครั้งหลายหนในประวัติศาสตร์คนที่แสดงออกถึงความรักชาติแบบนี้ กี่มากน้อยแล้วที่ตายเพราะปาก กี่มากแล้วที่กลายเป็นตัวจุดประเด็นเสียเอง
    "ชาติที่มั่นคง ไม่เคยอยู่ภายใต้บรรยากาศของการแบ่งเขา แบ่งเรา หากยังคงแนวความคิดถึงการวัด ความรักชาติ ของผู้อื่นผู้ใดด้วยอคติของตนเองนั้นไม่ใช่รักชาติที่ถูกต้อง เพราะแค่เริ่มต้นก็แบ่งประชาชนเป็นสูงต่ำเสียแล้ว แล้วชาติที่ประชาชนเสมอกัน มันจะเกิดขึ้นได้อย่างไร" นายวันนอร์ระบุ
    ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เผยว่า เรื่องแบบนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นในประเทศประชาธิปไตยที่พัฒนาแล้ว แม้แต่ในประเทศคอมมิวนิสต์ก็ไม่มี ในยุคเผด็จการ คสช. ผู้นำกองทัพ 3 คนที่ทำหน้าที่ต่อจาก พล.อ.ประยุทธ์ก็ยังไม่เคยปฏิบัติเช่นนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้มีข้อวิเคราะห์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง กระทบกับความเชื่อมั่นอย่างรุนแรง และแก้ไขไม่ได้ง่ายๆ ผบ.ทบ.มีสิทธิ์คิด พูด หรือแสดงออกถึงความรักชาติบ้านเมือง แต่ด้วยเนื้อหาแบบที่บรรยายมา ผมเห็นว่าท่านควรใช้สถานะ ส.ว.ลากตั้ง ลุกขึ้นพูดในสภาให้มีการอภิปรายกันโดยรอบด้าน
    "แม้การบรรยายจะคาดหวังอารมณ์ร่วมของผู้ฟัง แต่เสียงเพลงประกอบไม่จำเป็นต้องเปิดดังตลอดเวลา เห็นข่าวกระทรวงดีอีเอสจะเปิดศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (เฟกนิวส์) ในเดือนพฤศจิกายน น่าเสียดาย ควรเปิดทำการตั้งแต่เดือนนี้" แกนนำ นปช.ผู้นี้ระบุ
    นายจาตุรนต์ ฉายแสง พี่เลี้ยงพรรคอนาคตใหม่ ระบุว่า การพูดได้ทำให้ พล.อ.อภิรัชต์กลายเป็นผู้ที่สร้างความเสียหายร้ายแรงให้กับประเทศชาติอย่างสม่ำเสมอไปเสียแล้ว ผบ.ทบ.ในเกือบทุกประเทศทั่วโลกไม่แสดงความเห็นทางการเมือง และในปัจจุบันคงไม่มี ผบ.ทบ.คนใดในโลกที่พูดแล้วสร้างความเสียหายให้แก่ประเทศชาติของตนเองได้เท่า พล.อ.อภิรัชต์อีกแล้ว
กล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน
    เขาระบุว่า พล.อ.อภิรัชต์กล่าวหานักการเมืองและคนอีกหลายกลุ่มหลายฝ่ายด้วยข้อหาร้ายแรง เช่น ล้มล้างการปกครอง ล้มล้างสถาบัน การสนับสนุนการก่อความไม่สงบ และการใช้เรื่องศาสนาและการแบ่งแยกดินแดนมาเป็นเครื่องมือการสมคบกับคนเผาบ้านเผาเมือง สมคบกับชาวต่างชาติ ชักศึกเข้าบ้าน และการล้างสมองคนรุ่นใหม่เพื่อให้ล้มล้างชาติและสถาบัน 
    ทั้งหมดนี้เป็นการกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐานและไม่มีข้อเท็จจริงรองรับการที่ ผบ.ทบ. ซึ่งมีกองทัพอยู่ในมือพูดแบบนี้โดยไม่ได้แสดงว่าจะอาศัยระบบและกลไกตามปรกติในการแก้ปัญหาแต่อย่างใด ก็ยิ่งทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องน่ากลัว แต่การพูดเช่นนี้เท่ากับแสดงว่า ผบ.ทบ.เห็นเพื่อนร่วมชาติที่เห็นต่างเป็นศัตรูเต็มไปหมด ถึงขนาดเป็นศัตรูในสงคราม การพูดเช่นนี้จะสร้างความขัดแย้งบาดหมางให้รุนแรงยิ่งขึ้น ทำให้เกิดความหวาดกลัว หวาดระแวง และสร้างความเกลียดชัง เกิดการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายในสังคมรุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก
    "ที่พล.อ.อภิรัชต์พูดครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าตนเองไม่มีความรู้ ความเข้าใจในหลายๆ เรื่องที่พูดออกมา แต่ พล.อ.อภิรัชต์ควรจะรู้ว่าที่พูดครั้งนี้กำลังสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างมหาศาล ก็ ผบ.ทบ.พูดขนาดนี้ ใครจะเชื่อว่าประเทศไทยจะสงบสุข แล้วใครจะกล้ามาลงทุนในประเทศไทย" นายจาตุรนต์ระบุ
     ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง หรือหมวดเจี๊ยบ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ระบุว่า คำพูดของ พล.อ.อภิรัชต์ สะท้อนให้เห็นว่าในจิตใจของท่านเต็มไปด้วยความเกลียดชังพรรคการเมืองฝ่ายค้านและไม่ทราบว่าท่านว่างงานมากหรือไง ถึงได้ลงทุนจัดเวทีโดยอ้างประเด็นความมั่นคงบังหน้า แต่กลับใช้สถานที่ราชการเป็นเวทีปราศรัยโจมตีทางการเมือง แล้วเรียกสื่อมวลชน ดารานักร้อง และ ส.ว.สรรหา ที่ชอบทำตัวเป็นกระบอกเสียงของรัฐบาล มานั่งจดประเด็นเพื่อให้รับลูกเอาไปขยายผลต่อ โดยการโพสต์ข้อความลงในโซเชียลมีเดีย หรือจัดรายการโจมตีพรรคฝ่ายค้าน
    สงสัยท่านกลัวสังคมจะไม่รู้หรือไงว่าท่านเป็นพวกเดียวกัน และเคลื่อนไหวทางการเมืองร่วมกันอย่างเป็นขบวนการมาตลอด ที่สำคัญ การปราศรัยถล่มพรรคฝ่ายค้านมันไม่ใช่หน้าที่ของ ผบ.ทบ. ถือเป็นการวางตัวที่ไม่เหมาะสม และเป็นการแทรกแซงทางการเมืองอย่างชัดเจน
    นอกจากนี้ ท่านไม่ควรโจมตีนักการเมืองและนักวิชาการว่าหนักแผ่นดิน เพียงเพราะพวกเขาเรียกร้องให้ตัดงบซื้ออาวุธและเสนอให้ยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหาร เพราะนั่นคือความต้องการของประชาชน พรรคการเมืองแค่ทำหน้าที่สะท้อนความต้องการของสังคมให้รัฐบาลฟังเท่านั้น
    ซึ่งอันที่จริง ผบ.ทบ.และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะที่เป็นทั้งนายกฯ และ รมว.กห. ควรรับฟังเสียงสะท้อนเหล่านี้ ไม่ใช่โจมตีว่าหนักแผ่นดิน แต่ควรเอาเวลาไปปรับปรุงวิธีจัดสรรงบประมาณอย่างเหมาะสมและใช้เงินภาษีชาวบ้านอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ
บ้ายึดอำนาจซินโดรม
    ส่วนที่ พล.อ.อภิรัชต์บอกให้ชาวบ้านเลือกว่าจะให้ใครแก้ปัญหาความมั่นคงนั้น อันที่จริงคนส่วนใหญ่ของประเทศได้ลงคะแนนเลือกพรรคฝ่ายค้านไปแล้วในการเลือกตั้งเมื่อเดือน มี.ค 62 โดยหวังให้เข้าไปปฏิรูปประเทศและกองทัพเป็นหลัก
    แต่เหตุที่ พล.อ.ประยุทธ์ได้เป็นนายกฯ และพรรค พปชร.แย่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ ก็เพราะ พล.อ.อภิรัชต์และเพื่อน ส.ว.สรรหา 250 คน ที่เป็นพวกของท่านไม่ใช่หรือ ที่โหวตเลือกนายกฯ สวนกระแสความต้องการของคนไทยส่วนใหญ่ของประเทศ จน พล.อ.ประยุทธ์ได้กลับมาเป็นนายกฯ บริหารประเทศ ทั้งๆ ที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่ต้องการ
    ทั้งนี้ กลุ่มคนที่มีพฤติกรรมหนักแผ่นดินตัวจริงคือพวก “บ้ายึดอำนาจซินโดรม” คนพวกนี้ต่างหากที่สมควรถูกประณาม เพราะฉุดประเทศให้ล้าหลัง และเป็นตัวถ่วงความเจริญของประเทศของจริง
    นายจรัล ดิษฐาอภิชัย อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ร่วมเคลื่อนไหวกับแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ปัจจบันลี้ภัยอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส ระบุว่า "จากเนื้อหาคำบรรยาย​ของอภิ​รัชต์​และบรรดาผู้​เข้าฟัง​ พวกเขากำลังตั้งขบวนการขวาจัด​ นวพล​ กระทิงแดง​ ลูกเสือชาวบ้าน​ เป็นกลุ่มกึ่งทหาร(para-military)
    นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กมีเนื้อหาว่า อยู่ที่ทางจีนจะคิดอย่างไร?? เมื่อนักการเมืองคนนั้นโดนตอบโต้จากทางการจีน แม้จะชี้แจงอย่างไร อยู่ที่ว่าทางการจีนจะคิดอย่างไร?
    สิ่งที่เขาต้องเรียนรู้คือ เรื่องระหว่างประเทศ จะมาพูดเอามัน เอาเท่ เพื่อสร้างกระแสสาวกไม่ได้ ปัญหานั้นใหญ่กว่าที่คิด........เมื่อมีปัญหา ก็ต้องรับผิดชอบ #หยุดชังชาติหยุดชักศึกเข้าบ้าน
    นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นการบรรยายที่เพิ่มดีกรีทำให้บรรยากาศทางการเมืองร้อนแรงขึ้น เพราะจะเกิดการเผชิญหน้ากันระหว่างกลุ่มอำนาจใหม่ในปัจจุบัน กับกลุ่มอำนาจเก่าในอดีต เป็นการเปิดหน้าชนเต็มๆ ของ ผบ.ทบ. กับกลุ่มระบอบทักษิณ กลุ่มนักวิชาการบางส่วน และกลุ่มการเมืองพรรคอนาคตใหม่ อาจจะต่อสู้ทางด้านความคิด และแย่งชิงมวลชนครั้งใหม่ 
    "ทำให้ย้อนรอยไปถึงการเมืองช่วงเดือนตุลาคม ปี 2519 เพียงแต่บริบทในการต่อสู้แตกต่างกันไปตามยุคตามสมัยนั้น ทำให้หลายฝ่ายเป็นห่วงว่าจะมีการขยายความขัดแย้งลุกลามออกไปมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดทั้งสิ้น เพราะที่ผ่านมาบ้านเมืองของเราบอบช้ำกับความขัดแย้งทางการเมืองมามากพอแล้ว จึงไม่อยากให้มีการสร้างเงื่อนไขความขัดแย้งใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง"
"หมอเหรียญทอง"ออกโรง
    นายเทพไทกล่าวว่า การประกาศไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 1 ของ ผบ.ทบ.นั้น ตนเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก แต่การห้ามแก้มาตรา 1 เพียงมาตราเดียวยังไม่เพียงพอ ต้องไม่แก้ในหมวด 1 ว่าด้วยบททั่วไป และหมวด 2 ว่าด้วยหมวดพระมหากษัตริย์ด้วย จึงจะทำให้สังคมหมดสิ้นความสงสัย หมดความหวาดระแวงไปด้วย เป็นการปิดโอกาสของกลุ่มคนบางฝ่ายที่จะหยิบยกเรื่องเหล่านี้มาปลุกระดม ต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้นมาได้ 
    "ผมขอย้ำในจุดยืนเดิมของพรรคประชาธิปัตย์ คือแก้เพียงมาตราเดียวเท่านั้น คือมาตรา 256 จะเป็นเรื่องง่ายสำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ จะเป็นการขจัดความขัดแย้งในสังคมหมดไปในทันที" นายเทพไทกล่าว
    พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ และผู้ก่อตั้งองค์กรเก็บขยะแผ่นดิน ระบุว่า กองทัพไทยต้องเลือกข้างอยู่กับความมั่นคงของสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กองทัพจะเลือกข้างอยู่กับประชาชนที่เอาแต่บ้าคลั่งประชาธิปไตยอย่างเดียว ไม่ใส่ใจไยดีสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยถือตนเสมอกันอย่างไร้มารยาท ไม่รู้ความสมควรได้อย่างไร 
    ดังนั้นกองทัพจึงต้องเป็นกองทัพของประชาชนที่จงรักภักดีต่อระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั่นแหละถูกต้องแล้ว กองทัพไทยจึงต้องไม่เป็นกลาง ไม่นิ่งเฉย ดังเช่นการแสดงออกของ พ.อ.อภิรัชต์ 
         "ไอ้อีทั้งหลายที่ออกมาตอบโต้ผู้บัญชาการทหารบกต่างๆ นานา พวกคุณเป็นพวกบ้าคลั่งประชาธิปไตยเพียงอย่างเดียว หรือซ่อนเร้นความต้องการเปลี่ยนแปลงระบอบให้มีผลต่อสถาบันพระมหากษัตริย์กันแน่ อย่าดัดจริตโลกสวยอ้างความคิดต่างเลย ผมขอถุยครับ!"
         พล.ต.นพ.เหรียญทองยังหวังอย่างยิ่งว่าผู้มีอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินทั้งหลาย ทั้งนักการเมือง ข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร ทุกระดับ ทุกนาย จะมีจิตสำนึกและชัดเจนดั่งเช่น พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ และขอถือโอกาสนี้แสดงความเคารพอย่างสูงยิ่งต่อ พล.อ.อภิรัชต์
    นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า แต่ละถ้อยคำของ ผบ.ทบ.ที่พรั่งพรูออกมานั้น ชี้ให้เห็นถึงลักษณะความไม่เป็นกลางทางการเมือง สะท้อนให้เห็นว่ามีทัศนคติทางการเมืองแบบเลือกข้าง ซึ่งขัดต่อธรรมเนียมปฏิบัติและมารยาททางการเมือง ที่ผู้นำเหล่าทัพที่ไหนๆในโลกเขาไม่นิยมทำกัน 
     การแสดงโวหารต่อสาธารณะของ พล.อ.อภิรัชต์ คงอาจลืมไปว่าการกระทำดังกล่าวอาจเป็นการฝ่าฝืน “ระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยประมวลจริยธรรม 2551” และ “พ.ร.บ.ว่าด้วยวินัยทหาร 2476” หรืออาจจะรู้แต่ประสงค์ที่จะท้าทายกฎระเบียบดังกล่าว ซึ่งอาจจะมีไว้บังคับใช้แต่ทหารชั้นผู้น้อยที่ไม่มีสถานะที่ใหญ่โตเท่าตนได้ นอกจากนั้นในฐานะที่เป็นสมาชิกวุฒิสภา ยังอาจเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมฯ 2561 อีกด้วย
         ด้วยเหตุดังกล่าวสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะนำความไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ดำเนินการไต่สวน สอบสวน ว่าคำพูดและการกระทำดังกล่าวของ พล.อ.อภิรัชต์ ว่าจงใจที่จะฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมฯ และกฎหมายหรือไม่ เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อนายทหารอื่นๆ ที่ยังเคารพในเกียรติยศ ศักดิ์ศรี ของการเป็นทหารอาชีพ ไม่ฝักใฝ่ทางการเมือง และมีความเป็นกลางต่อไป โดยสมาคมจะเดินทางไปยื่นคำร้องในวันอังคารที่ 15 ต.ค.  ณ สำนักงาน ป.ป.ช. ถนนสนามบินน้ำ นนทบุรี. 


ขยันดีนะ....ฝ่ายค้านชุดนี้ เคาะกะลากันรายวัน จะแก้รัฐธรรมนูญ จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล งานเต็มมือ!    เรื่องหาวิธีชำเรารัฐธรรมนูญพูดกันไปเยอะแล้ว มาที่เรื่องซักฟอกรัฐบาลดูบ้าง 

ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'
อ้อย 'ฤๅจะหวานเท่า' ไทย-จีน