ระดม ทุนจัดสร้าง ภาพร.9ทรงงาน


   


    วัดพระราม 9 จัดพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตในหลวงรัชกาลที่ 9 พร้อมเปิดตัวการจัดสร้างภาพจิตรกรรมฝาผนังพระราชกรณียกิจตลอดการทรงงาน 70 ปี หวังเป็นแหล่งเรียนรู้ให้คนรุ่นใหม่
    เช้าวันที่ 13 ตุลาคมนี้ วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก จัดพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยมีพระธรรมบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดพระราม 9 เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมพุทธศาสนิกชนร่วมงานจำนวนมาก 
    ในการนี้ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นประธานแถลงข่าวเปิดตัว ภาพเขียนจิตรกรรมฝาผนัง พระระเบียงวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก เป็นภาพเขียนเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพระราชประวัติ โครงการพระราชดำริ และพระราชกรณียกิจ ตลอดระยะเวลา 70 ปีแห่งการทรงงาน ถ่ายทอดผ่านภาพเขียนเสมือนจริง ขนาด ความสูง 2.2 เมตร ความยาว 50.23 เมตร โดยการเขียนจิตรกรรมฝาผนังครั้งนี้วางแผนมาตั้งแต่ปี 2549 โดยการออกแบบเริ่มต้นจากพลอากาศตรีอาวุธ เงินชูกลิ่น ก่อนมอบหมายต่อให้นายมณเฑียร ชูเสือหึง จิตรกรผู้เชี่ยวชาญงานด้านจิตรกรรมฝาผนัง และคณะร่วมวาดและดำเนินการต่อ คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2564 
    ดร.สุเมธกล่าวว่า การจัดสร้างพระระเบียงด้านข้างของพระอุโบสถ ออกแบบให้เป็นพื้นที่ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่พระราชปณิธานและปรัชญาการทรงงานของในหลวงรัชกาลที่ 9 และมีภาพเขียนจิตรกรรมฝาผนังที่ถ่ายทอดด้วยศิลปะร่วมสมัยด้วยการวาดเสมือนจริง เป็นเรื่องราวของพระราชประวัติ โครงการพระราชดำริ และพระราชกรณียกิจเพื่อการพัฒนาประเทศตลอดระยะของการขึ้นครองราชย์ 70 ปี ซึ่งมีทั้งหมด 65 ตอน หวังให้เป็นแหล่งเรียนรู้ พระราชปณิธาน และปรัชญาการทรงงานของพระองค์ ที่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่พสกนิกรชาวไทยสืบต่อไป
    ปัจจุบันดำเนินการถึงขั้นตอนการออกแบบภาพร่างจิตรกรรมต้นแบบ และเตรียมพร้อมขยายแบบเพื่อขึ้นโครงสร้างติดตั้งวาดและลงสีโดยจิตรกรผู้ชำนาญการ การติดตั้งกรอบกระจก เพื่อป้องกันภาพเขียน รวมถึงการปรับแต่งภูมิทัศน์รอบพระระเบียงและพระอุโบสถ โดยคาดว่าจะเสร็จสิ้นในปีพุทธศักราช 2564 ซึ่งการดำเนินการจะใช้งบประมาณทั้งสิ้น 20 ล้านบาท
    จึงเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรมูลนิธิ และผู้มีจิตศรัทธาร่วมในการจัดสร้างภาพเขียนจิตรกรรมฝาผนัง ที่ถือเป็นมรดกของคนไทย เพื่อการเรียนรู้ และนำไปใช้ประโยชน์แก่การดำเนินชีวิตสืบไป
    สำหรับช่องทางการร่วมทำบุญ ผ่าน 3 ช่องทาง คือ 1.ตู้รับบริจาคโครงการเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนัง ณ วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก 2.โอนเงินบริจาคทางบัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกสิกรฯ ชื่อบัญชีวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก เลขที่บัญชี 059-8-14733-7 3.บริจาคผ่านระบบ E-Donation โดยสแกน QR code ที่ส่งสลิปเพื่อเป็นหลักฐานที่ : Watpraram9donation@gmail.com ระบุ : กิจกรรมภาพเขียนจิตรกรรมฯ
    "วันนี้แม้พระองค์จะไม่ทรงอยู่กับเราแล้ว แต่คิดว่าคำสอนต่างๆ สิ่งที่พระองค์ทรงทำทั้งหลายทั้งปวง ยังคงเป็นแนวที่จะนำมาใช้ในชีวิตของเราได้" ดร.สุเมธกล่าว
    ด้านนายมณเฑียร ชูเสือหึง จิตรกรผู้เชี่ยวชาญ สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร กล่าวว่า โครงการเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังมีการดำเนินการวางแผนมาตั้งแต่ปี 2549 โดยมีการจัดตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน มี พล.อ.ต.อาวุธ เงินชูกลิ่น อธิบดีกรมศิลปากรสมัยนั้น เป็นประธานคณะดำเนินงาน ต่อมาปี 2553 เริ่มรวบรวมข้อมูล รูปแบบ และงบประมาณ จากนั้นปี 2554 ได้ดำเนินการหาข้อมูลเบื้องต้น 2 หมวด ได้แก่ หมวดพระราชประวัติ พระราชพิธี และเหตุการณ์สำคัญในยุคสมัยนั้น และหมวดโครงการพระราชดำริ แต่ยังไม่ทันได้ดำเนินการเขียน ประธานกรรมการฯ ล้มป่วย กระทั่งปี 2556 ตนได้รับมอบหมายต่อให้ดำเนินการจัดสร้างภาพเขียนดังกล่าว โดยใช้รูปแบบและเนื้อหาเดิม เพื่อจัดวางองค์ประกอบและลำดับโครงเรื่องทั้งสองหมวดให้ใกล้เคียงกัน แต่เน้นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเป็นหลักใหญ่ รวบรวมมาได้ทั้งหมด 154 ตอน จากนั้นตนคัดเหลือ 80 ตอน ก่อนส่งให้ประธานคณะกรรมการฯ พิจารณา และคัดเหลือ 70 ตอน
    นายมณเฑียรกล่าวว่า ต่อมาตนได้ลำดับจัดวางและสเกตช์ภาพลายเส้นได้ 64 ตอน กระทั่งปี 2557 ได้ลำดับเนื้อหา เรื่องราว และภาพร่างต้นแบบเสนอ ดร.สุเมธ ประธานคณะกรรมการอำนวยการและพัมนาวัดพระราม 9 พิจารณาในเบื้องต้น ซึ่งมีการเปลี่ยนเนื้อหาเล็กน้อย ลำดับเนื้อหาใหม่ เริ่มตั้นตั้งแต่พระประสูติ พระราชประวัติ พระราชพิธี และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ.


ขยันดีนะ....ฝ่ายค้านชุดนี้ เคาะกะลากันรายวัน จะแก้รัฐธรรมนูญ จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล งานเต็มมือ!    เรื่องหาวิธีชำเรารัฐธรรมนูญพูดกันไปเยอะแล้ว มาที่เรื่องซักฟอกรัฐบาลดูบ้าง 

ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'
อ้อย 'ฤๅจะหวานเท่า' ไทย-จีน