ขู่ส่งศาลตีความกม.งบฯ โพลเชื่อสุดท้ายผ่านฉลุย


   


    ฝ่ายค้านแยกเขี้ยวขู่ ส่งร่าง พ.ร.บ.งบฯ 63 ให้ศาลรธน.วินิจฉัย อ้างไม่มีจัดทำรายละเอียดการใช้เงิน พท.ตรึงกำลัง 60 ส.ส.รอถล่มกลางสภา โพลชี้ประชาชนเชื่อผ่านฉลุยแม้เสียงปริ่มน้ำ แต่ไม่เห็นด้วยเพิ่มวงเงินพรวดเดียว 2 แสนล้านบาท 
    ก่อนจะถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ของสภาผู้แทนราษฎรในช่วงวันที่ 17-19 ต.ค.
    นายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) เปิดเผยว่า การอภิปรายของฝ่ายค้าน จะใช้รูปแบบเดิม โดยใช้กำลังผสมจากทุกพรรคในการอภิปราย ขึ้นอยู่กับความสนใจของแต่ละคน และจะหารือกันอีกครั้งในวันที่ 15 ต.ค. เพื่อแบ่งกันอภิปราย ซึ่งในส่วนของพรรคเพื่อไทยมีผู้แสดงความจำนงที่จะอภิปรายประมาณ 60 คน ดังนั้นเวลาในการอภิปราย 2 วันน่าจะไม่พอเพียง จึงควรให้อภิปราย 3 วัน ตั้งแต่ 09.30 น. ถึง 24.00 น. หากรวม 3 วัน จะได้ประมาณ 40 ชั่วโมง เพราะช่วงแรกจะมีการพิจารณาพระราชกำหนดก่อน จึงจะขอประธานสภาผู้แทนราษฎรว่าขออภิปรายกันตามความเป็นจริง ซึ่งจะแบ่งกัน 5-6 นาทีเท่านั้น ทั้งนี้ เท่าที่ดูการจัดสรรงบประมาณในครั้งนี้ พบว่ามีหลายส่วนที่จัดไว้โดยไม่มีรายละเอียด ซึ่งตามรัฐธรรมนูญระบุว่าจะต้องมีรายละเอียด ถือว่ามีการกระทำผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และหากไม่ปรับปรุง ก็อาจจะไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ
    “เท่าที่เห็นตอนนี้มีการกระทำผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายจุดทั้งรัฐธรรมนูญ พ.ร.บ.ระเบียบงบประมาณ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง แผนยุทธศาสตร์ชาติ ผมดูแล้วการจัดงบประมาณ ดูหลายจุด ขัดกฎหมาย ขัดรัฐธรรมนูญ ก็ต้องขอคำชี้แจง เพราะรัฐบาลทำอะไรที่ขัดกฎหมายมาแล้วหลายครั้ง มันก็ต้องจบที่ศาลรัฐธรรมนูญอยู่ดี ต้องรอฟังคำชี้แจงก่อน แต่หากไม่เคลียร์ก็ต้องจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ เพราะการจัดสรรงบประมาณต้องทำเป็นบรรทัดฐาน ครั้งนี้เป็นครั้งแรกของรัฐธรรมนูญนี้ ปีหน้าก็ต้องจัด ปีต่อๆ ไปก็ต้องจัดทุกปี แล้วถ้าเราไม่สร้างบรรทัดฐานไว้ ก็จะมีปัญหาในวันข้างหน้า ดังนั้นแม้ว่าเราไม่อยากยื่น ไม่อยากร้อง แต่อันไหนที่ทำผิดกฎหมายชัดเจน เราจะปล่อยไป มันก็ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่”นายสุทินกล่าว
    ประธานวิปฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตว่า การจัดสรรงบประมาณของรัฐบาลเน้นไปที่กระทรวงด้านความมั่นคงมาก ไม่สัมพันธ์กับปัญหาประเทศ เช่น เน้นงบประมาณในกระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย ขณะที่งบประมาณในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจยังน้อย รวมทั้งงบประมาณในการดูแลประชาชนโดยเฉพาะงบในโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคยังน้อย จึงจะเสนอให้ปรับปรุง รวมทั้งเห็นว่าประมาณการรายรับก็ไม่น่าจะทำได้ตามเป้า เพราะตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจลดลง แล้วจะจัดเก็บภาษีให้สูงขึ้นได้อย่างไร รวมถึงการจัดสรรงบประกันรายได้ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มีจำนวนมาก จะเหมือนกรณีของการจำนำข้าวหรือไม่ นอกจากนี้ยังมีการจัดสรรงบกลางไว้จำนวนมากโดยที่ไม่มีรายละเอียดในการใช้งบประมาณ ดังนั้นหากจะใช้เพื่อฉุกเฉินหรือช่วยน้ำท่วม ก็สามารถจัดสรรไปอยู่ในกระทรวงอื่นที่สามารถตรวจสอบได้ และแบ่งอำนาจไปให้ช่วยกันดูแล ดังนั้นทั้งหมดนี้รัฐบาลจะต้องชี้แจงในวันพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ
    สำหรับกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าฝ่ายค้านจะไม่โหวตรับร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ครั้งนี้นั้น ประธานวิปฝ่ายค้านกล่าวว่า สมัยที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้านก็ไม่ได้ลงมติให้ ดังนั้นการที่ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ จะผ่านหรือไม่ ขึ้นอยู่กับประโยชน์ของประเทศ หากจัดสรรมาไม่ดี ก็อยากให้รัฐบาลกลับไปทำใหม่ให้เหมาะสม และลำพังเสียงของรัฐบาลก็พอเพียงอยู่แล้ว หากไม่ผ่านก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาลเอง ซึ่งเท่าที่ติดตามก็เห็นว่ารัฐบาลมีปัญหา
    วันเดียวกันนี้ สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต จึงได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,034 คน ระหว่างวันที่ 9-12 ตุลาคม 2562 ในหัวข้อเรื่องการอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ปี 2563 สรุปผลได้ ดังนี้ 
    เมื่อถามว่า สนใจต่อการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ที่กำลังจะมีขึ้นหรือไม่ พบว่า อันดับ 1 ค่อนข้างสนใจ 35.02% เพราะเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ น่าติดตาม ประชาชนได้รู้ข้อมูลข้อเท็จจริงมากขึ้น เป็นการพิจารณาเรื่องงบประมาณของทุกหน่วยงานในประเทศ ฯลฯ, อันดับ 2  ไม่ค่อยสนใจ 26.75% เพราะ  ให้ความสนใจในเรื่องการแก้ปัญหาเกี่ยวกับคุณภาพชีวิต ปากท้องของประชาชนมากกว่า เป็นเรื่องปกติทางการเมืองที่จะต้องมีการอภิปราย ฯลฯ, อันดับ 3 สนใจมาก 21.69% เพราะอยากรู้เหตุผลในการนำงบประมาณไปใช้ เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของประชาชน เป็นกฎหมายสำคัญ ที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศ อยากรู้ว่ารัฐบาลที่มีเสียงปริ่มน้ำจะสอบผ่านหรือไม่ ฯลฯ, อันดับ 4 ไม่สนใจ 16.54% เพราะรู้สึกเบื่อหน่าย ไม่เชื่อถือนักการเมือง มีแต่การทะเลาะเบาะแว้ง เสียเวลาในการอภิปราย ฯลฯ
    สำหรับการติดตามการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ของประชาชน อันดับ 1 ติดตามจากโซเชียลมีเดีย 43.63%, อันดับ 2    ติดตามข่าวจากสื่อโทรทัศน์ วิทยุ และหนังสือพิมพ์ 34.99%, อันดับ 3 ติดตามการถ่ายทอดสด 21.38%
    ส่วนที่รัฐบาลเสนองบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2563 ซึ่งมีวงเงินอยู่ที่ 3.2 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2562 จำนวน 2 แสนล้านบาท ประชาชนคิดว่าเป็นจำนวนเงินที่เหมาะสมหรือไม่?อันดับ 1 ไม่เหมาะสม 58.69% เพราะวงเงินงบประมาณมากเกินไป อาจมีการทุจริตคอร์รัปชัน ไม่สอดคล้องกับแผนการทำงาน ทำให้ประเทศเป็นหนี้เพิ่มขึ้น เศรษฐกิจไม่ดี ประชาชนต้องแบกรับภาระ ฯลฯ, อันดับ 2 เหมาะสม 41.31% เพราะต้องใช้เงินงบประมาณจำนวนมากในการพัฒนาประเทศ กระตุ้นเศรษฐกิจ ช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน ฯลฯ 
    ขณะที่ความเห็นต่อข้อถามที่ว่า ประชาชนอยากให้รัฐบาลนำงบประมาณไปใช้ในเรื่องใด? อันดับ 1 กระตุ้นเศรษฐกิจ พัฒนาประเทศ 53.15%, อันดับ 2 พัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน 32.38%, อันดับ 3 ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน เช่น คนจน เกษตรกร อุทกภัย ภัยแล้ง 28.73%,อันดับ 4 พัฒนาการศึกษาและเทคโนโลยี 25.86%, อันดับ 5 จัดสวัสดิการ รักษาพยาบาลให้กับประชาชน จัดซื้อเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ 21.22%
    เมื่อถามว่า ประชาชนคิดว่าการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ จะผ่านการพิจารณาหรือไม่? อันดับ 1 ผ่าน 70.38%เพราะรัฐบาลมีเสียงข้างมาก ทุกครั้งก็สามารถโหวตผ่านได้ น่าจะมีการเตรียมตัว เตรียมข้อมูลมาอย่างดี ฯลฯ, อันดับ 2 ไม่ผ่าน    29.62% เพราะที่มาของงบประมาณไม่ชัดเจน แผนการดำเนินงานไม่เหมาะสมกับงบจำนวนมหาศาล มีเสียงปริ่มน้ำ ไม่แน่นอน ฯลฯ 
    ส่วนสิ่งที่ประชาชนอยากฝากบอกรัฐบาล กรณีการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี 2563 คือ อันดับ 1 รัฐบาลจะต้องใช้เงินอย่างคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ และทำได้จริง 46.04%, อันดับ 2 ควรคำนึงถึงประโยชน์ที่ประเทศชาติและประชาชนจะได้รับเป็นสำคัญ    31.68%, อันดับ 3 กระจายงบประมาณให้ทั่วถึงทุกพื้นที่ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น 16.24%, อันดับ 4 การจัดสรรงบประมาณต้องเหมาะสม เป็นธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้    12.21%, อันดับ 5 ประชาชนจะต้องแบกรับภาระ เป็นหนี้เพิ่มมากขึ้น 11.41%.


ขยันดีนะ....ฝ่ายค้านชุดนี้ เคาะกะลากันรายวัน จะแก้รัฐธรรมนูญ จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล งานเต็มมือ!    เรื่องหาวิธีชำเรารัฐธรรมนูญพูดกันไปเยอะแล้ว มาที่เรื่องซักฟอกรัฐบาลดูบ้าง 

ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'
อ้อย 'ฤๅจะหวานเท่า' ไทย-จีน