จากจีน...ถึงอเมริกา


   


    บังเอิญช่วงนี้ชีพจรลงเท้าสุดๆ ขนาดเท้าบวม เข่าเดี้ยงกันไปเลย เพราะเพิ่งกลับจากปักกิ่งสัปดาห์เดียวก็มีภารกิจต้องเดินทางต่อไปยังสหรัฐอเมริกา ทั้งสองประเทศล้วนเป็นมหาอำนาจ คนละซีกคนละฝั่ง และกำลังฟาดฟันเปิดสงครามทางการค้ากันด้วย
    ในฐานะ “คนกลาง” ที่ไม่มีใครแต่งตั้ง หรือเรียกว่า “กินเผือก” ก็ได้ ต้องยอมรับว่าทั้ง 2 มหาอำนาจนั้นมีความแตกต่างกันด้านวัฒนธรรมโดยสิ้นเชิง แต่เรื่องชาตินิยมหมือนจะไม่มีใครยอมแพ้ใคร เรียกว่าคนที่เห็นด้วยกับประธานาธิบดีทรัมป์กับการกีดกันทางการค้ากับจีนนั้นก็มีอยู่ไม่น้อยเลย โดยเฉพาะพวกที่เชียร์รีพับลิคกันแบบสุดลิ่มทิ่มประตู ไม่สนใจข้อมูลข่าวสารด้านอื่นๆ เพื่อถ่วงดุลหรือเช็กบาลานซ์ เขาจะรู้สึกว่าจีนเอาเปรียบสหรัฐอเมริกาแบบไร้ยางอาย ถึงขั้นตั้งข้อกล่าวหาว่าจีนไร้จริยธรรม อาหารการกินก็ยังปลอม ใช้พลาสติกมาแทนเนื้อสัตว์
    ในขณะที่คนพร้อมยืนเคียงข้างผู้นำอย่างสี จิ้นผิง ก็มีเต็มประเทศจีน ถึงขนาดที่เรียกว่าประธานาธิบดีของพวกเขายังไม่ทันกดปุ่มเปิดสงครามอย่างจริงจังกับมหาอำนาจฝ่ายตะวันตก ก็ปรากฏว่าประชาชนคนรุ่นใหม่ในปักกิ่งและมณฑลต่างๆ ก็บอยคอตสินค้าตระกูลไอ....กันแล้ว ไม่ว่าจะไอโฟน ไอแพด ไอวอตช์ ทั้งหลาย โดยคนที่มีไอโฟนใช้อยู่แล้ว พวกเขาจะรีบเก็บใส่กระเป๋าทันทีหากต้องออกไปในที่สาธารณะ เพราะเขาบอกว่ารู้สึกสำนึกละอายใจที่ถือสินค้าของประเทศที่ไม่หวังดีกับจีนให้คนอื่นๆ เห็น หรือออกสื่อ ดังนั้นถ้าจำเป็นที่จะใช้ไอโฟนเขาก็จะแอบๆ ใช้ให้คนเห็นน้อยที่สุด เพราะซื้อไอโฟนมาใช้นานแล้วก่อนที่จะเกิดทะเลาะเบาะแว้งระหว่าง 2 ยักษ์ใหญ่ จู่ๆ จะให้ปาทิ้งก็กระไรอยู่
    จะเรียกว่าเป็นความรักชาติหรือความหลงชาติ ก็แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน สำหรับคนกินเผือกอย่างป้า ได้แต่กังวลว่า ช้างสารชนกันเมื่อไหร่ หญ้าแพรกอย่างพวกเรา คงได้รับผลกระทบไม่มากก็น้อย เพราะพี่จีนน้องไทย พี่ไทยน้องจีน ทุกวันนี้บ้านเราแยกกันไม่ออกแล้ว ในขณะที่ตำรวจโลกอย่างพญาอินทรีก็เก่งนักเรื่องโฆษณาชวนเชื่อ และที่มองข้ามไม่ได้เลยคือ คนไทยในสหรัฐอเมริกามีไม่น้อยเลย แต่แอลเอเราก็บอกว่าเป็นจังหวัดที่ 78 ของประเทศไทยแล้ว
    อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เห็นและสัมผัสสองวัฒนธรรมต่างเวลา ต่างสถานที่แล้ว ต้องยอมรับว่าทุกชาติล้วนมีคนที่มีคุณภาพ ในขณะเดียวกันก็มีคนเป็นภาระของสังคมเหมือนๆ กัน การที่จะตัดสินว่าประเทศใดดีกว่าประเทศใด คงจะเป็นไปไม่ได้ และไม่ควรที่จะไปเลือกข้างหรือถือหางใครเสียด้วยซ้ำ เพราะแต่ละประเทศ แต่ละเชื้อชาติ แต่ละภาษา เขาก็มีวัฒนธรรม และวิถีที่แตกต่างกัน เราไม่มีสิทธิ์ที่จะไปชี้ถูกชี้ผิด เพราะเราไม่ได้อยู่ในสถานการณ์หรือสถานภาพของพวกเขา
    มนุษย์ป้าเห็นคนไทยไปแสดงความคิดเห็นอะไรกับเหตุการณ์ชุมนุมที่ฮ่องกง แม้กระทั่งไปเชียร์ไปสนับสนุนว่า การก่อม็อบของพวกเขาเป็นการแสดงออกซึ่งประชาธิปไตย แล้วก็ให้รู้สึกว่าพวกท่านรู้ตื้นลึกหนาบางทุกอย่างเพียงพอแล้วหรือกับการยื่นปากเข้าไปแกว่งหาเสี้ยน
    เวลาสหรัฐอเมริกามาวิพากษ์วิจารณ์อะไรในบ้านเรา คนไทยยังรู้สึกเคืองเลยว่า ฝรั่งตาน้ำข้าวมาอยู่ประเดี๋ยวประด๋าวจะมาเข้าใจอะไรกับสิ่งที่คนไทยกำลังทำ กำลังต่อสู้
    แล้วเราควรจะไปยุ่งเรื่องประเทศอื่นหรือจ๊ะ เอาแค่ตัวให้รอดก่อนดีไหม???.
                        "ป้าเอง”


"สัสสส......"! ต้องบอกว่า "บัดซบมาก" ตอนศาลให้โอกาสแก้ข้อกล่าวหา ถามอะไรก็ตอบแต่ว่า "ผมจำไม่ได้..ผมจำไม่ได้"

คู่มือฉบับ 'คุกและยุบพรรค"
รำพึง-รำพัน 'วันโลกเปลี่ยนยุค'
ไม่อยากอยู่จึงอยู่ไม่เป็น
แล้ว 'ทอน' จะรู้ว่าผิดอะไร
"ทอน-บุตร" ประเทศกูมี
"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา