รู้..อยู่ให้เป็น


เพิ่มเพื่อน    


    วันนี้กำลังอยู่ที่สูงลิบลิ่ว แต่กลับมองลงไปไม่เห็นอะไรเลย แม้แต่เมฆ ทำให้มีโอกาสหันกลับมามองตัวเองแล้วพินิจคิดพิจารณาว่า ชีวิตคนเรานั้นต้องการอะไร?!?
    รักษาวันนี้ให้ดีที่สุด เผื่อว่าวันพรุ่งนี้จะดีกว่าเดิม หรือไม่แย่ไปกว่าเดิม...จะเป็นไปได้ไหม ไม่ง่ายแต่ไม่ยาก!! ตอบตัวเองได้แบบนี้ 
    ที่ว่าไม่ง่าย ก็เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคม จะสุขจะทุกข์ จะดีจะร้าย ย่อมต้องเกี่ยวข้องกับคนรอบตัว อาทิ ครอบครัว ลูกหลาน เพื่อนบ้าน ญาติสนิทมิตรสหายเป็นเรื่องธรรมดา นอกจากนั้นยังมีเรื่องของธรรมชาติ ฝนตก แดดออก น้ำท่วม ฝนแล้ง รถติด เข้ามาเป็นตัวแปรร่วมอีกมากมาย สุดแต่ว่าใครจะไปไขว่คว้ามาเป็นปัจจัยในการดำรงชีวิตของตัวเอง
    ส่วนที่บอกว่าไม่ยากก็คือ ความรู้สึกดี ไม่ดี ความเห็นว่าอยากให้ดีกว่านี้ หรือแบบนี้ดีที่สุดแล้ว ล้วนมาจากจิตใจหรือความคิดในตัวของเราเองคนเดียวที่จะจำกัดความ ฉะนั้นหากสามารถบริหารจัดการความคิด หรือจิตใจตัวเองได้ ทุกข์สุขก็จะขึ้นอยู่กับเราหรืออยู่ในกำมือของเราแต่ผู้เดียว ไม่ไปยึดโยงเกี่ยวข้องกับใครจนแกะไม่ออก เห็นทุกเรื่องเป็นปัญหาไปเสียหมด
    มนุษย์ป้าถูกหางเลขไต้ฝุ่นถล่มกรุงโตเกียวเมื่อวันก่อน ทำให้ต้องติดแง่กอยู่ในประเทศที่ห่างไกลบ้านเกิดเมืองนอนอักโข เพราะใช้บริการสายการบินของญี่ปุ่นในการเดินทางข้ามโลกนั่นเอง และครั้งแรกที่รู้ข่าวว่าทุกเที่ยวบินในโตเกียวต้องหยุดบิน ก็ให้รู้สึกร้อนอกร้อนใจแล้วว่า ตัวเองต้องโดนผลกระทบแน่นอน เพราะเครื่องจากโตเกียวบินออกมาไม่ได้ เราก็ไม่มีเครื่องบินมารับกลับไปตามกำหนดการแน่นอน
    แผนชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ที่วาดไว้ ดูเหมือนพังทลาย เพราะการเลื่อนเดินทางกลับไปอีกวัน หมายถึง การต้องรื้อปฏิทินการใช้ชีวิตใหม่หมด ซึ่งถ้าเรายึดติดว่าไม่ได้และไม่ยอม ในขณะที่เราทำอะไรมากกว่าบ่นๆๆ และโวยวายกับพนักงานภาคพื้นดินของสายการบิน ANA ไม่ได้นั้น ความไม่พึงพอใจย่อมจะก่อตัวกลายเป็นความทุกข์ ความเดือดร้อน ทั้งๆ ที่ว่าไปแล้วไม่ใช่เป็นความผิดของทางสายการบินเลย แต่มันเป็นเหตุการณ์สุดวิสัยที่ไม่มีใครบนโลกใบนี้อยากประสบและอยากให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน
    ในอีกทางหนึ่งก็ไม่ใช่ความผิดของเราเหมือนกัน แถมเราเองยังต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มอีก 1 วันสำหรับการถูกหางเลขไต้ฝุ่น โดยทางสายการบินไม่รับผิดชอบใดๆ กับการที่เราต้องจ่ายค่าที่พักโรงแรมอีก 1 คืน นอกจากพยายามหาเที่ยวบินอื่นที่อยู่ในเครือข่ายเดียวกันให้เราเดินทางกลับสู่จุดหมายโดยเร็วที่สุดเท่านั้น
    คิดไปคิดมามันก็พาให้รู้สึกเคืองได้ แต่เมื่อถามตัวเองว่า คิดมากคิดมายคิดออกหรือไม่ว่า จะมีวิธีการอะไรดีมากไปกว่านี้ เราก็จะรู้สึกได้ว่า คิดใช้เวลาที่ยังมีอยู่ให้สนุกสนานหรือคุ้มค่าดีกว่า ว่าแล้วก็เปิดมือถือถามคุณกูเกิลเลยว่ามีอะไรที่น่าสนใจให้ทัศนศึกษาใกล้ๆ หรือรอบสนามบินบ้าง
    เมื่อรู้อยู่ให้เป็นกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปแบบกะทันหัน ความสุขสดชื่นก็กลับมาเยือนได้ อย่างน้อยที่สุดเราก็ได้เห็นในสิ่งที่ปกตินักท่องเที่ยวทั่วไปไม่มีเวลาจะไปดู นอกเสียจากคนในประเทศของเขา เรียกว่าสิ่งที่กังวลต่างๆ กลับกลายเป็นกำไรชีวิตได้อย่างมหัศจรรย์    ฉะนั้น รู้อยู่ให้เป็น จึงเป็นสิ่งที่ต้องเตือนใจตัวเองนะคะ เพื่อเราจะได้มีความสุขกับทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะคนที่มีเวลาเหลือน้อยเต็มที อย่าไปยึดติดกับอะไรมากมายเลย...ขอบอก.            
                “ป้าเอง”


วันนี้........เป็นวันมหาประชายินดี "เพื่อมวลมนุษยชาติ" ของชาติไทย ในยุค ไวรัส "มหาวิบัติภัย" ล้างมนุษยชาติ ที่ทั้งโลกต้องคุกเข่า สยบยอม แต่ด้วยวิทยาการและการวิจัย "วงการแพทย์ไทย" ได้จุดประกายหวังที่ "สิ้นหวัง" ของมวลมนุษยชาติให้คุโชนในความหวังอีกครั้ง

'ธนาธรกับการจารกรรม'
ลับแล "เมืองไทย" ในดรามา
ลิงในวิถีที่เหนือคณะก้าวหน้า
'เมย์เดย์..เมย์เดย์' คนเห็นผี!
'การเมืองหน้ากาก' ไทย-สหรัฐฯ
'การเมือง' ที่ไม่มี 'วันพระ'