ฝ่ายค้านเขียนเสือซักฟอกงบ


   


ฝ่ายค้านเขียนเสือซักฟอกงบ
    "วิษณุ" กำชับที่ประชุม ครม.ให้เข้าร่วมประชุมสภาพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ หวั่นไม่ผ่านรัฐบาลอยู่ไม่ได้ "บิ๊กป้อม" มั่นใจผ่านร้อยเปอร์เซ็นต์ หลังตัวแทนพรรคเล็กเข้าพบ "หมอระวี" เชื่อ 10 พรรคเล็กไม่มีเงื่อนไข ถ้ามีจะกลายเป็นลิงกินกล้วยไม่อิ่มสักที พปชร.ติวเข้มเคาะเวลา 3 วันถึง 19 ต.ค. 6 โมงเย็น นายกฯ ให้อภิปรายเต็มที่ "แรมโบ้" ฟุ้ง "ลุงตู่" ได้เดินหน้าทำงานต่อห่วงกลุ่มขัดแข้งขัดขาเหมือนยุงกัดจนน่ารำคาญ ฝ่ายค้าน 106 คนเสนอตัวถล่ม ยันพูดไม่ซ้ำซาก ไม่ตีรวน "ธนาธร" ดรามาอ้างมีปชช.มาจับมือร้องไห้โอด ศก.แย่ การค้าซบเซา 
    ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 15 ตุลาคม น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในที่ประชุมถึงการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 17 ตุลาคมนี้ อยากให้ครม.เข้าร่วมทุกคน เนื่องจากหากโหวตไม่ผ่านในสภารัฐบาลก็จะอยู่ไม่ได้ 
    ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีตัวแทน 10 พรรคเล็กมาหารือที่ทำเนียบฯ เมื่อช่วงเช้าว่า ตนไม่ได้พบ ไม่เห็นมีใครมาหารือ ส่วนที่ นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ เดินทางมาทำเนียบฯ นั้น ตนไม่เจอ
    ผู้สื่อข่าวถามว่า ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จะทำอย่างไรให้การโหวตร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 เป็นไปอย่างเรียบร้อย พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เป็นเรื่องของพรรคการเมือง วิปคงคุยกัน แต่ทุกอย่างเรียบร้อย ไม่มีปัญหา 
    "มั่นใจว่าการพิจารณาร่าง พร.บ.งบประมาณฯ จะไม่มีปัญหา มั่นใจในเสียง มั่นใจทุกอย่าง มั่นใจ พ.ร.บ.งบประมาณฯ ผ่านร้อยเปอร์เซ็นต์"
    เมื่อถามว่า จะมีเสียงจากฝ่ายค้านมาชอบโหวตให้รัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้ จะไปรู้ได้อย่างไร เรื่องของฝ่ายค้านตนจะรู้ได้อย่างไร และไม่มีใครมาคุยอะไรกับตน
     ทั้งนี้ มีรายงานว่า นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรม เดินทางมาเข้าพบ พล.อ.ประวิตร ที่ตึกบัญชาการ 1 โดย นพ.ระวีกล่าวว่า มาหารือเรื่องแนวทางการโหวตร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ รวมถึงกรอบการกำหนดบุคคลเข้าเป็นคณะกรรมาธิการร่าง พ.ร.บ.งบฯ ที่กลุ่ม 10 พรรคเล็ก ได้โควตา 1 คน โดยจะขอเวลาในการอภิปรายพรรคละ 10 นาที รวมเป็น 100 นาที ซึ่งยังไม่มั่นใจว่าจะเป็นไปตามนี้หรือไม่ ทั้งนี้ ได้ขอโควตาเวลาเผื่อไปยังนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ และนายพิเชษฐ สถิรชวาล หัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย ที่ผันตัวไปเป็นฝ่ายค้านอิสระ เพราะยังถือว่าเป็นพรรคร่วมรัฐบาล เพราะตามมารยาทแล้วไม่ใช่จะไปบังคับโหวตให้กับรัฐบาล ซึ่งจากการแถลงจุดยืนทั้ง 2 คน ได้ประกาศอย่างชัดเจนแล้วว่าหากรัฐบาลทำดีก็โหวตให้ และหากทำไม่ดี ก็ไม่โหวตให้
    นพ.ระวีกล่าวว่า การโหวตจะเป็นไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่นั้น ควรจะพูดคุยหารือกัน แต่เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหา เพราะยังเป็นพรรคร่วมรัฐบาล แต่หากไม่โหวตให้รัฐบาลก็จะมีปัญหา เพราะจะถูกตั้งคำถามว่าเหตุใดถึงไม่โหวตให้ ส่วนที่ว่าพรรคฝ่ายค้านจะโหวตให้นั้น ไม่ทราบว่าจะเป็นกลุ่มไหน เพราะหากโหวตให้ก็จะถูกเรียกว่ากลุ่มงูเห่า กลุ่ม 10 พรรค ไม่ได้มีหน้าที่หางูเห่าให้ เพราะไม่ได้เป็นผู้เพาะฟาร์มงูเห่า มีแต่เพาะฟาร์มลิง ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตรไม่ได้มีเงื่อนไข ถ้าจะเป็นเงื่อนไขก็คงจะกลายเป็นเรื่องลิงกินกล้วยไม่อิ่มสักที แต่ทางพรรคพลังธรรมใหม่มีฟาร์มกล้วยอยู่ที่บ้านแล้ว 
เคาะ 3 วันถกกันเต็มที่
    ที่พรรคพลังประชารัฐ เวลา 14.30 น. มีการประชุม ส.ส.พรรคเพื่อเตรียมความพร้อมในการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2563 วาระแรก ในระหว่างวันที่ 17-19 ต.ค. มีนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม โดยมีตัวแทนสำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง มาชี้แจงและให้ข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมแก่ ส.ส.
    จากนั้น นายวิรัชแถลงว่า ในเบื้องต้นได้กำหนดเวลาอภิปรายฝ่ายละ 15 ชั่วโมง รวม 30 ชั่วโมง ขณะที่นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง จะมีเวลารวมกัน 2 ชั่วโมง และเผื่อเวลาหากมีการอภิปรายพาดพิง และมีการประท้วง 3 ชั่วโมง รวมทั้งสิ้น 35 ชั่วโมง โดยการอภิปรายในวันแรกคือวันที่ 17 ต.ค. จะเริ่มในเวลา12.00-23.00 น.  ใช้เวลา 11 ชั่วโมง ส่วนวันที่ 2 คือวันที่ 18  ต.ค. จะเริ่มเวลา 09.30-21.00 น. และในวันสุดท้ายคือวันที่ 19 ต.ค. จะเริ่มตั้งแต่เวลา 10.00 น. แต่ไม่เกินเวลา 18.00 น.
    ทั้งนี้ ในวันที่ 16 ต.ค.นี้ เวลา 10.00 น. นายสุชาติ ตันเจริญ  รองประธานสภาฯ คนที่ 1 จะนัดหารือวิปทั้ง 2 ฝ่ายเพื่อตกลงทำความเข้าใจให้ชัดเจน ส่วนที่ฝ่ายค้านจะขอเพิ่มเวลาการอภิปรายอีก หากจะขอเพิ่มเวลา ฝ่ายรัฐบาลก็ควรจะได้เวลาเพิ่มเท่ากันด้วย นายกฯ เปิดโอกาสให้ ส.ส.ได้อภิปรายอย่างเต็มที่ และรัฐบาลพร้อมรับข้อสังเกตของฝ่ายค้านไปพิจารณา เชื่อว่าการอภิปรายจะเป็นไปอย่างเรียบร้อยและไม่มีปัญหาใดๆ
     นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ให้สัมภาษณ์ว่า เรามั่นใจในความเป็นปึกแผ่นของรัฐบาล รัฐบาลมีเสียงที่มากกว่าแม้จะไม่มาก แต่เรามีความเป็นปึกแผ่นเรื่องเสียงรัฐบาลที่จะสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ทั้งนี้ เราไม่ได้ไปคุยกับฝ่ายค้านอิสระหรือฝ่ายค้านให้ช่วยโหวตให้ เป็นหน้าที่ของแต่ละฝ่าย
        นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สมาชิกพรรค พปชร. กล่าวว่า  เรามั่นใจว่า พ.ร.บ.งบประมาณผ่านแน่นอน เสียงของฝ่ายรัฐบาลยืนยันชัดเจนไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ดังนั้นไม่ต้องเป็นห่วง โดยเฉพาะประธานวิปฯ และสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาล ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลก็ได้มีการพูดคุยกันตลอด ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าเสียงน้อยปริ่มน้ำจะวางใจได้ว่าไม่มีงูเห่านั้น ตนมั่นใจว่าไม่ได้มีปัญหาเอกภาพยังไงก็ชนะ เกินครึ่งอย่างแน่นอน เพราะรัฐบาลได้เตรียมการบ้านและเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี ไม่ต้องไปพูดถึงการยุบสภา หรือลาออก 
    "มั่นใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ นายกฯ และรัฐบาลจะได้เดินหน้าทำงานให้กับประชาชน โดยงบประมาณผ่านสภาแล้วจะได้ทำงานกันอย่างเต็มที่ และจะไม่มีปัญหาอุปสรรคอะไร เพียงแต่วันนี้สิ่งที่กลัวก็คือว่า กลุ่มที่สร้างความวุ่นวาย กลุ่มที่สร้างปัญหา กลุ่มที่สร้างความเดือดร้อนในการขัดแข้งขัดขาในการบริหารราชการแผ่นดิน การบริหารงานของ พล.อ.ประยุทธ์ กลุ่มนี้ต่างหากที่เป็นเหมือนยุงกัดน่ารำคาญ" นายสุภรณ์กล่าว     
    นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวว่า พรรค ชทพ.ได้กำชับให้ ส.ส.ทุกคนให้เข้าร่วมประชุมและให้ศึกษารายละเอียดของร่าง พ.ร.บ.งบฯ โดยพรรคได้โควตาอภิปราย 18 นาที และจะจัดสรรผู้อภิปรายตามความเหมาะสม ส่วนที่มีความกังวลเสียงปริ่มน้ำอาจทำให้ร่าง พ.ร.บ.งบฯ ไม่ผ่านนั้น ตนมั่นใจว่าวาระ 1-2 ผ่านแน่นอน เพราะเวลาล่วงเลยมานานแล้ว งบทุกบาททุกสตางค์มีความสำคัญเพื่อใช้พัฒนาประเทศ และกว่าจะได้ใช้งบคือเดือน ม.ค.63
พท.ยันไม่ตีรวน
    ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) ในช่วงเช้า ส.ส.ที่จะอภิปรายร่าง พ.ร
.บ.งบประมาณ ปี 2563 ได้เชิญเจ้าหน้าที่สำนักงบประมาณและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ความรู้เกี่ยวกับกรอบงบประมาณ จากนั้นในภาคบ่าย วิปพรรคเพื่อไทยและวิปพรรคร่วมฝ่ายค้านได้ประชุมเพื่อกำหนดกรอบประเด็นและบุคคลในการอภิปราย
    น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย แถลงหลังการประชุมวิป 7 พรรคฝ่ายค้านว่า ฝ่ายค้านเห็นว่าการอภิปรายควรจะต้องใช้เวลา 3 วัน แต่ยังไม่ได้ข้อยุติ เนื่องจากฝ่ายรัฐบาลต้องการอภิปรายเพียงแค่ 2 วัน ทำให้เรายังไม่เห็นด้วย ต้องเข้าใจว่าการอภิปรายงบประมาณครั้งนี้มีรายละเอียดมาก มีเอกสารถึง 35 เล่ม งบประมาณที่ตั้งไว้ 3.2 ล้านล้านบาท ฝ่ายค้านเราได้ประชุมสอบถามโดยละเอียด เพื่อให้การอภิปรายครั้งนี้ไม่ให้ซ้ำประเด็น ไม่ซ้ำซ้อนกัน ซึ่งหากได้อภิปราย 2 วัน จะเกิดความไม่สอดคล้องระหว่างการทำหน้าที่ในสภาของฝ่ายค้าน เราหวังว่าเมื่อถึงเวลาการประชุม ท่านประธานสภาฯ จะเห็นความตั้งใจจริงในการทำงานของฝ่ายค้าน และเห็นประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ โดยปรับเพิ่มเวลาให้ตามที่เราร้องขอต่อไป
    “วันนี้ได้เชิญตัวแทนสำนักงบประมาณมาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับ ส.ส. จะทำให้ข้อมูลและอภิปรายได้อย่างมีประสิทธิพภาพ เราไม่ตั้งโจทย์ที่จะทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาล เราไม่สาดโคลน ไม่สร้างวาทกรรมเพื่อทำลายล้าง แต่เราจะทำงานด้วยข้อมูล เอาผลประโยชน์ของประเทศ ประชาชน เป็นตัวตั้ง เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนที่ติดตามฟังการอภิปราย” น.อ.อนุดิษฐ์กล่าว
    นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า การอภิปรายครั้งนี้จะเน้นเรื่องของประโยชน์ของประชาชนและการแก้ปัญหาประเทศเป็นหลัก อะไรที่ไม่ดีก็จะท้วงติงและเสนอแนะ ซึ่งถ้าหากรัฐบาลใจกว้างรับฟังคำแนะนำแล้วไปปรับปรุงแก้ไขเราก็พร้อมให้โอกาส หากยอมรับว่าผิดพลาด เราก็อาจจะผ่านให้ แต่ถ้าหากรัฐบาลไม่ยอมรับความจริง ยังดึงดัน เราก็จำเป็นต้องใช้ศักยภาพที่เรามีและไม่ให้โอกาส ล่าสุดมีผู้เสนอตัวขออภิปรายแล้วทั้งสิ้น 106 คน โดยเป็นของพรรคเพื่อไทย 66 คน, พรรคอนาคตใหม่ 33-35 คน, พรรคเสรีรวมไทย 2 คน, พรรคเพื่อชาติ 1 คน, พรรคพลังปวงชนไทย 1 คน, พรรคประชาชาติ 2 คน และพรรคเศรษฐกิจใหม่ 1 คน
     "จะไม่อภิปรายวกวน ซ้ำซาก ซ้ำซ้อน จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่ประธานสภาฯ จะไม่ให้เราได้ขึ้นพูด ประธานสภาฯ เวลาในการอภิปรายนั้นก็มีเยอะ จึงไม่มีอะไรที่จะมาบังคับว่าจะต้องอภิปรายเพียงแค่ 2 วัน อาจจะเป็น 3 หรือ 5 วันก็ได้ จำนวนผู้อภิปราย 106 คนนั้น หากให้เวลาเพียงแค่ 2 วัน จะทำให้ 1 คนได้เวลาไม่ถึง 5 นาทีด้วยซ้ำ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรอย่างยิ่ง เพราะการจัดทำงบ 5 ปีที่ผ่านมาไม่มีการตรวจสอบที่สมบูรณ์ ปีนี้จึงอยากจะสะสางให้เข้าที่เข้าทาง ยืนยันว่าจะไม่ย้อนกลับไปพูดเรื่องที่ผ่านมาจนเสียเวลามากเกินไป"
ปูดใช้งบกลางซื้อรถถัง
    นายสุทินกล่าวว่า การอภิปรายจะไม่มีพรรค จะมีแต่ฝ่ายค้าน ใครที่ถนัดและเตรียมมาในด้านใดก็จะขึ้นพูดในด้านนั้น และสามารถปรับตามสถานการณ์ในสภาได้ เราจะชี้ให้เห็นข้อบกพร่องที่ชัดเจนในหลายด้าน และไม่อยากให้คิดว่าเรารู้ไม่ทัน ซึ่งบางตัวบางส่วนรัฐบาลคิดว่าใช้เทคนิคแล้วเราจะตามไม่ได้ เพราะรัฐบาลติดนิสัยอยู่เหนือกฎหมายมาโดยตลอด ดังนั้นถ้าหากไม่รับฟัง นอกจากจะไม่ยกมือให้แล้ว ยังอาจจะเป็นการทำที่ผิดกฎหมายอีกด้วย ส่วนฝ่ายค้านอิสระทุกครั้งจะติดต่อมาเพื่อขอเวลา แต่ครั้งนี้ยังไม่เห็นติดต่อมา หากติดต่อมานั้นก็คงต้องดูด้วยว่าจะอภิปรายไปในทิศทางเดียวกับฝ่ายค้านหรือไม่ เพราะถ้าเป็นการใช้เวลาของเราแล้วไปยกมือให้กับรัฐบาลก็คงจะไม่ให้ ส่วนเรื่องการลงมติจะต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน หากใครสวนมติพรรค เราก็คงต้องเรียกเข้ามาสอบถามให้อธิบายกัน คงไม่มีการลงโทษอะไร คงต้องปล่อยให้สังคมลงโทษ
    คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์ พท. กล่าวว่า วันนี้เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจ 4 ตัวคือ การส่งออก การท่องเที่ยว กำลังซื้อในประเทศ และเงินลงทุนใหม่ ล้วนชะลอตัว ดับเกือบหมด เหลือแต่การใช้จ่ายในภาครัฐที่มีความสำคัญ งบประมาณรายจ่าย 2563 ที่จะนำไปใช้ควรนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ สิ่งที่เราจะติติงเป็นการติเพื่อก่อ เพื่อให้มีการใช้งบประมาณอันเป็นภาษีประชาชน การตั้งงบกลางไว้สูงถึง 5 แสนล้านบาท ที่เปรียบเหมือนการตีเช็คเปล่า จะมีการเอาไปแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ การช่วยเหลือประชาชนอย่างแท้จริงหรือไม่ 
    "ที่ผ่านมาในงบกลางถูกเอาไปใช้ในสิ่งที่ไม่สมควร เช่น นำไปซื้อรถถัง ซึ่งไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชน และไม่ก่อให้เกิดรายได้ใหม่ ขณะที่กรอบงบประมาณขาดดุล ยังมองว่าตั้งน้อยไปด้วยซ้ำ ดูแล้วอาจหมดหวังที่จะใช้งบที่มีน้อยเอาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ อยากให้ภาครัฐได้ทบทวนงบตรงส่วนนี้ด้วย งบประมาณรายจ่ายปี 2563 ที่ตั้งไว้ 3.2 ล้านล้านบาท กลับพบว่าตั้งงบลงทุนเอาไว้เพียง 20 เปอร์เซ็นต์ น้อยกว่าปีก่อนที่ตั้งไว้ 21 เปอร์เซ็นต์ คงจะทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจได้น้อย" คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว
    เมื่อถามว่า ในชั้นการลงมติจะมีการกำชับ ส.ส.ให้ลงไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า เราจะลงมติโดยผลประโยชน์ประชาชน นักการเมืองเพื่อไทย จะไม่มีใครทรยศประชาชน แต่คงยังไม่มีการไปคาดโทษใคร 
    นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า เราเตรียมผู้อภิปรายไว้ปรมาณกว่า 10 คน ซึ่งพยายามจะอภิปรายให้ประชาชนเห็นว่างบจำนวน 3.2 ล้านล้านบาท หากนำมาจัดสรรตามแบบอนาคตใหม่ เราจะทำให้บ้านเมืองดีขึ้นได้อย่างไรบ้าง เราเห็นจุดบกพร่องในการจัดสรรงบประมาณ ของรัฐบาลชุดนี้ ว่ามีความผิดพลาด ไม่มีประสิทธิภาพหลายจุด ซึ่งเราจะอภิปรายให้ประชาชนฟังอย่างสร้างสรรค์และได้ประโยชน์
ชาวบ้านโอด ศก.ซบเซา
    นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาฯ กล่าวถึงกรณีที่นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ เตรียมเข้าพบนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เพื่อขอเวลาให้ฝ่ายค้านอิสระได้อภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบฯ แยกจากเวลาของฝ่ายค้านและรัฐบาลเพื่อให้มีอิสระในการลงคะแนนว่า ขณะนี้นายชวนติดภารกิจร่วมประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา ครั้งที่ 141 ที่กรุงเบลเกรด สาธารณรัฐเซอร์เบีย จะเดินทางกลับในวันที่ 17 ต.ค. จากนั้นจะขึ้นทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ เลย ซึ่งเท่าที่ทราบในขณะนี้มีการตกลงเวลาอภิปรายรวม 30 ชั่วโมง แบ่งเป็นฝ่ายรัฐบาล 15 ชั่วโมง และฝ่ายค้าน 15 ชั่วโมง จากเดิมที่คิดว่าจะกำหนดเวลาอภิปราย 40 ชั่วโมง ฝ่ายละ 20 ชั่วโมง ซึ่งแต่ละฝ่ายต้องไปจัดสรรเวลากันเอง 
    "สำหรับฝ่ายค้านอิสระที่ต้องการขอเวลา 10 นาทีในการอภิปรายนั้น คิดว่าน่าจะไปตกลงกับฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านเพื่อให้ได้ข้อยุติร่วมกัน แต่ถ้าตกลงกันไม่ได้ ก็เชื่อว่าคงมีการขอหารือในที่ประชุม ซึ่งประธานสภาฯ คงจะพิจารณาใช้ดุลพินิจตามที่เห็นสมควร เนื่องจากเจตนาของฝ่ายค้านอิสระที่ต้องการทำหน้าที่ในสภาถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็ต้องคำนึงถึงความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และการจัดสรรเวลาในอนาคตด้วย" นายสมบูรณ์กล่าว  
    ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ คณะกรรมการญาติพฤษภา 35 และสภาที่ 3 จัดงานเสวนา “งบประมาณ พัฒนาประเทศได้จริงหรือ?” โดยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ตนไปนครปฐมติดๆ กันมา 3-4 ครั้ง รวมทั้งหลายๆ จังหวัดที่ตนไป ด้วยความหดหู่ เมื่อมีครอบครัวหนึ่ง สามีทำอาชีพรับเหมาก่อสร้าง ภรรยาเป็นแม่ค้าในตลาด สามีตอนนี้เริ่มไม่มีโอที ตอนนี้จ้างแทบจะเป็นวันเว้นวัน เพราะไม่มีงานให้ทำ ขณะที่ภรรยาก็บอกว่า การค้าซบเซาลงทุกวัน เมื่อผมถามถึงชีวิตความเป็นอยู่ และสภาพ เศรษฐกิจ มีหลายคนเดินมาจับมือผมแล้วก็ร้องไห้ ซึ่งไม่ต่ำกว่า 20 ครอบครัว ในรอบ 2 ครั้งที่ผมลงพื้นที่เคาะประตูบ้าน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายว่าในภาวะที่คนลำบากขณะนี้ เราไม่สามารถช่วยเหลืออะไรเขาได้
    "ขอให้หลักคิดใหม่ ฐานใหม่ในการใช้งบประมาณพัฒนาประเทศ ผมคิดว่าใช่เพียงแค่ 4  หลัก คือ 1.ลดงบดำเนินการลงไปเป็นงบลงทุน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะประเทศไทยมีการลงทุนน้อยลง ทำให้ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานของประเทศไทยไม่ได้รับการพัฒนาอย่างพอเพียง 2.เปลี่ยนจากการตัดสินใจการใช้งบจากส่วนกลางไปสู่ท้องถิ่นเป็นผู้ตัดสินใจ 3.โครงการเมกะโปรเจ็กต์ยังจำเป็นอยู่ แต่ที่สำคัญกว่าคือการลงทุนเพื่อคนทุกคน 4.สร้างสวัสดิการและความมั่นคงในชีวิตของประชาชน" นายธนาธร กล่าว
     นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า เป็นห่วงว่างบประมาณจะไม่สามารถพัฒนาประเทศได้จริง เพราะการจัดงบประมาณเป็นแนวทางเดิมเช่นเดียวกับ 5 ปีที่ผ่านมาที่เศรษฐกิจไทยย่ำแย่มาตลอด จะซ้ำเติมเศรษฐกิจไทยเพิ่มเติมจากการส่งออกที่ติดลบ และการลงทุนที่หดหายแล้ว ทั้งนี้ เพราะรัฐบาลให้ความสำคัญกับงบทหารและงบความมั่นคงมากกว่างบประมาณที่จะพัฒนาเศรษฐกิจ.  


"สัสสส......"! ต้องบอกว่า "บัดซบมาก" ตอนศาลให้โอกาสแก้ข้อกล่าวหา ถามอะไรก็ตอบแต่ว่า "ผมจำไม่ได้..ผมจำไม่ได้"

คู่มือฉบับ 'คุกและยุบพรรค"
รำพึง-รำพัน 'วันโลกเปลี่ยนยุค'
ไม่อยากอยู่จึงอยู่ไม่เป็น
แล้ว 'ทอน' จะรู้ว่าผิดอะไร
"ทอน-บุตร" ประเทศกูมี
"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา