วันนอร์ร้องบิ๊กตู่ ‘อภิรัชต์’ล้ำเส้น ด่านักการเมือง


เพิ่มเพื่อน    

 กองทัพปลุก "รด.นิวเจน" ปรับหลักสูตร "รักชาติ-ศาสนา-พระมหากษัตริย์" รู้เท่าทันโซเชียลฯ "วันนอร์" โวย "บิ๊กแดง" ออกโรงจวกนักการเมือง เตรียมร่อนหนังสือร้อง "รมว.กลาโหม"  ดำเนินการ ระบุพูดจาไม่สร้างความสมานฉันท์ "โรม" ยันเรียก "พล.ต.บุรินทร์" มาพบ กมธ.กฎหมายไม่ใช่แก้แค้นส่วนตัว

    ที่โรงเรียนรักษาดินแดน ศูนย์การนักศึกษาวิชาทหาร ถ.วิภาวดีรังสิต วันที่ 16 ต.ค. พล.ท.ปราการ ปทะวานิช ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (ผบ.นรด.) เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรมหลักสูตรผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหาร พิเศษ รุ่นที่ 38 พร้อมตรวจเยี่ยมการฝึกนักศึกษาวิชาทหาร เพื่อให้เป็นไปตามนโยบาย และข้อสั่งการของผู้บัญชาการทหารบก ที่ถือว่านักศึกษาวิชาทหารยังไม่เป็นทหารเต็มตัว ดังนั้นการฝึกและการเรียนการสอนจึงมีความผ่อนคลาย
    พล.ท.ปราการกล่าวระหว่างการเปิดการฝึกอบรมหลักสูตรผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหารพิเศษ รุ่นที่ 38 ซึ่งเป็นระดับผู้อำนวยการ หรือผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 100 คน ว่าในปีการศึกษา 2562 ได้มีการปรับหลักสูตรในด้านการเรียนการสอนนักศึกษาวิชาทหารใหม่ เพื่อผลิตนักศึกษาวิชาทหารให้เป็นกำลังพลสำรองที่มีประสิทธิภาพ มีคุณภาพเป็นพลเมืองและเยาวชนที่ดีสู่สังคม โดยปรับให้มีการเรียนวิชาทหารร้อยละ 55 และวิชาทั่วไปร้อยละ 45 ซึ่งในร้อยละ 45 นี้ บรรจุเนื้อหาเรื่องประวัติศาสตร์ชาติไทย สถาบันพระมหากษัตริย์ บทบาททหารกับความมั่นคง จิตอาสา ความเป็นผู้นำ การบรรเทาสาธารณภัย และการช่วยเหลือประชาชน เช่น การปฐมพยาบาล รวมทั้งปรับการเรียนการสอนป็นแบบ Active Learning โดยให้นักศึกษาเป็นศูนย์กลาง
ปัจจุบันยังมี รด.จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. จำนวน 95,000 คน จากจำนวนนักศึกษาวิชาทหารทั่วประเทศกว่า 300,000 คน รวมทั้งได้เพิ่มเติม รด.ไซเบอร์, รด.เน็ตเวิร์ก และ รด.นวัตกรรม หลังจากที่ผ่านมากมีโครงการ รด.จิตอาสา, รด.สีขาว, โครงการเข้าคิว, สมาร์ท รด., รด.ต้านภัยยาเสพติด
    ผบ.นรด.กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่ต้องปรับเปลี่ยนในการเรียนการสอนคือ การใช้สื่อที่ทันสมัย เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์และพัฒนาเป็น รด.นิวเจน ซึ่งมีลักษณะสง่างาม จิตอาสา ห่างไกลยาเสพติด เป็นผู้นำ มีทัศนคติที่ดี ยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ โดยขอให้ผู้บริหารสถานศึกษาช่วยกันชี้แจงนักศึกษาวิชาทหารในสังกัดให้มีความเข้าใจสอดคล้องกัน โดยเฉพาะการปลูกฝังความรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์มีความสำคัญเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจและรวมใจคนในชาติ
    "ในปัจจุบันมีความสำคัญ และเป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ชิดกับเยาวชน ซึ่งมีทั้งความจริงและความเท็จ พร้อมยกแนวคิดของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ที่เปรียบเทียบการใช้สื่อโซเชียลเหมือนเหรียญสองด้าน มีทั้งบวกและลบ ซึ่งเยาวชนต้องตระหนักถึงการคิดวิเคราะห์และค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มเติมในอินเทอร์เน็ต ส่วนการบรรยายพิเศษของผู้บัญชาการทหารบกเรื่องแผ่นดินของเราในมุมมองด้านความมั่นคงนั้น ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละบุคคลในการติดตามและรับฟัง" ผบ.นรด.กล่าว
    ขณะที่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวถึงกรณี พล.อ.อภิรัชต์บรรยายเรื่องพิเศษ "แผ่นดินของเราในมุมมองด้านความมั่นคง" โดยช่วงหนึ่งพูดโยงทางการเมืองและกล่าวถึงนักการเมืองว่า การที่ ผบ.ทบ.พูดแบบนั้นไม่ถูกต้อง คงจะมีการดำเนินการในทางที่เหมาะสมต่อไป การบริหารราชการแผ่นดินนั้น แยกระหว่างข้าราชการประจำกับข้าราชการการเมือง ข้าราชการประจำนั้นมีระเบียบวินัย มีกฎกติกา ต้องวางตัวเป็นกลาง ไม่ก้าวก่ายเรื่องการเมือง ข้าราชการประจำต้องปฏิบัติตามนโยบายของข้าราชการการเมือง พรรคการเมือง และฝ่ายบริหาร ซึ่งฝ่ายบริหารนำนโยบายมาจากสภาผู้แทนราษฎรที่ประชาชนเลือกเข้ามา คือระบบประชาธิปไตยของประเทศ แต่ถ้าเราปล่อยให้ข้าราชการประจำ ซึ่งถืออาวุธด้วยวิพากษ์วิจารณ์นักการเมืองต่อไป เราจะปกครองกันอย่างไร 
    นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า ยิ่งทหารมีระเบียบเกี่ยวกับการบริหารราชการของกระทรวงกลาโหม จะสนับสนุนพรรคการเมืองไม่ได้ หรือจะพูดจาดูหมิ่นพรรคการเมืองหรือบุคคลในพรรคการเมืองเป็นข้อห้ามของข้าราชการประจำ แค่การสวมชุดเครื่องแบบเข้าไปในพรรคการเมืองยังไม่ได้เลย ข้าราชการประจำกระทรวงกลาโหมตั้งระเบียบตั้งแต่สมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม แต่นี่ไม่อยู่ในระเบียบวินัย เป็นทหารมีอาวุธแต่ไม่มีวินัย ประเทศอันตราย 
    "ฉะนั้นต้องพิจารณาส่งหนังสือถึง รมว.กลาโหมและนายกรัฐมนตรี การพูดเรื่องความมั่นคง ก็ต้องพูดในสภากลาโหมกับทหารผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่ใช่เชิญสื่อมวลชนและผู้สนับสนุนมาฟังพูดด่านักการเมือง ซึ่งระบบนี้ไม่มี ผมทำงานการเมืองมา 50 ปี ไม่เคยเห็นแบบนี้ ไม่มีในประเทศประชาธิปไตยทั่วโลกด้วย ประเทศประชาธิปไตยส่วนใหญ่เขาไม่ยุ่ง" นายวันมูหะมัดนอร์กล่าว
    เขากล่าวว่า แปลกใจท่านบอกคนรุ่นใหม่จะเป็นคอมมิวนิสต์ ทางภาคใต้จะแบ่งแยกดินแดน แต่ตัวเองกลับซื้ออาวุธจากประเทศคอมมิวนิสต์อย่างหน้าตาเฉย คอมมิวนิสต์คือสิ่งที่ดี ระบบของประเทศต่างๆ เป็นสิ่งที่ดี แต่ไม่ควรจะประณาม และไม่ควรจะสร้างความแตกแยกกับคนในชาติ การพูดของท่านไม่สร้างความสมานฉันท์ปรองดองให้เกิดขึ้นในประเทศ และไม่ทราบว่าท่านต้องการอะไร
    ส่วน พล.ท.พงศกร รอดชมภู ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ในฐานะประธานกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดน ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่ กมธ.จะเชิญ พล.อ.อภิรัชต์มาแลกเปลี่ยนความเห็นเรื่องความมั่นคงในวันที่ 21 ต.ค.ว่า เป็นการเชิญพล.อ.อภิรัชต์มาแลกเปลี่ยนความเห็นเรื่องความมั่นคง หลังจากที่พล.อ.อภิรัชต์ได้บรรยายพิเศษหัวข้อ “แผ่นดินของเราในมุมมองด้านความมั่นคง” เป็นการเชิญมาแลกเปลี่ยนมุมมองด้านความมั่นคง ไม่ใช่การเรียกมาสอบสวนหรือตรวจสอบอะไร 
    "เราอาจจะแจ้งให้ทราบเรื่องท่าทีของ ผบ.ทบ.ควรวางตัวเป็นกลางทางการเมือง ไม่ควรพูดในบางเรื่องที่จะกระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ส่วน ผบ.ทบ.จะมาร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นกับ กมธ.หรือไม่ เป็นสิทธิของ พล.อ.อภิรัชต์ ขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งว่าจะมาหรือไม่" พล.ท.พงศกรกล่าว
    ด้านนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค อนค. ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน กล่าวถึงกรณีจะเชิญ พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้อำนวยการสำนักงานพระธรรมนูญทหารบก และผู้ชำนาญการสำนักงาน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า มาที่ กมธ. ว่าคนที่ร้องเรียนแจ้งกับทาง กมธ.มาว่า พล.ต.บุรินทร์ได้ร้องดำเนินคดีกับประชาชนที่เห็นต่างจากรัฐจำนวนมาก ซึ่งในตอนนั้นตนก็เป็นหนึ่งในผู้ถูกร้องด้วย ทางผู้ร้องชี้แจงว่าหลังจากถูกร้องทางอัยการไม่สั่งฟ้อง หรือศาลยกฟ้อง เพราะพยานหลักฐานน้อยไป และผู้ถูกร้องไม่มีพฤติกรรมกระทำผิด 
    "การกระทำของท่านถือเป็นการสร้างภาระให้ผู้ที่ถูกฟ้อง เช่น เกรงกลัว หรือต้องใช้เวลาไปกับการขึ้นศาล หน้าที่ของเราคือต้องดำเนินการตามหน้าที่ให้ถูกต้อง แม้ตนจะเป็นหนึ่งใน กมธ. ยืนยันว่าไม่มีผลต่อการดำเนินการกับ พล.ต.บุรินทร์ ผมคิดว่าการทำหน้า กมธ. จึงไม่ใช่การแก้แค้นส่วนตัว เราทำหน้าที่ตามหน้าที่ที่มีเรื่องเข้ามา ความจริงเรื่องนี้เป็นโอกาสดีสำหรับ พล.ต.บุรินทร์ ที่จะมีพื้นที่ชี้แจงในสิ่งที่เกิดขึ้น หากชี้แจงดี ก็จะจบดี สังคมอาจจะเข้าใจท่านมากขึ้น" นายรังสิมันต์กล่าว
    วันเดียวกัน พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ดำเนินการไต่สวน พล.อ.อภิรัชต์ ที่ออกมาวิจารณ์การเมือง และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งเป็นนักการเมืองที่ถูกสถานทูตจีนท้วงว่าสนับสนุนกลุ่มผู้ชุมนุมในฮ่องกงว่า เป็นไปตามปกติของกระบวนการ ป.ป.ช. ที่เมื่อมียื่นร้องเรียน ทางสำนักบริหารงานรับเรื่องแล้วก็จะได้นำเข้ากระบวนการตรวจสอบเบื้องต้น ถือเป็นกระบวนการที่ดำเนินไปตามครรลอง
    “มีขั้นตอนของการจะต้องนำไปดูเอกสาร หลักฐาน สอบปากคำแล้วนำมาวิเคราะห์ว่ามีข้อมูลเพียงพอที่จะรับไปดำเนินการในขั้นต่อไปหรือไม่ ก็มีขั้นตอนอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องใช้เวลาที่เจ้าหน้าที่จะต้องไปตรวจสอบ จะตรวจสอบเร็วแล้วบอกว่าไม่มีมูลอย่างนี้คงไม่ได้ เมื่อดูความครบถ้วนสมบูรณ์เพียงพอที่จะเข้าอนุกรรมการกลั่นกรองของแต่ละสำนัก ถ้าเพียงพอก็เสนอเข้าไปให้วินิจฉัย ถ้าไม่มีมูลพอก็ไม่รับ" ประธาน ป.ป.ช.กล่าว
    
 


ถึงตอนนี้........ "ม็อบรุ่นใหม่" ก็หนังกลับ "คืนสภาพจริง" "นักเรียน-นักศึกษา" แค่ผักชี นปช.ทักษิณ "เสื้อแดงแจ๋" เนื้อแท้ ชัดเจน!

ประจักษ์ชัดแล้วว่า 'ล้มล้าง'
ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
ฤๅหมาต้องตายในตรอก
'นิมิตเมืองจากชาวเมือง'
"ฟางเส้นสุดท้ายของรัฐบาล"
'ปฐมสถาปนาล้มเจ้า'