กษ.แจ้งผลแบน3สารพิษ บีบกก.วัตถุอันตรายมีมติ


เพิ่มเพื่อน    

  "รมว.เกษตรฯ" แจ้งมติเอกฉันท์แบน 3 สารพิษ ส่งให้ คกก.วัตถุอันตรายพิจารณายกระดับเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 "อนุทิน" โพสต์ขอบคุณ "เฉลิมชัย" ชัดเจนทำเพื่อสุขภาพ ปชช. "สธ." รุกเพิ่มสั่ง รพ.ทั่วประเทศเร่งรวบรวมผู้ป่วยที่รับผลกระทบสารเคมีเกษตร "ส.ส.อนาคตใหม่" โผล่ค้าน อ้างกลัวเปิดทางสารเคมีตัวใหม่ 

    เมื่อวันที่ 16 ต.ค. นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (รมว.เกษตรและสหกรณ์) กล่าวถึงความคืบหน้าการยกเลิกสารเคมีการเกษตร 3 ชนิดว่า เมื่อวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้ลงนามหนังสือแจ้งมติคณะทำงาน 4 ฝ่าย ประกอบด้วย ภาครัฐ ผู้นำเข้า เกษตรกร และผู้บริโภค ที่มีมติเป็นเอกฉันท์ให้สารเคมี 3 ชนิด คือ คลอร์ไพริฟอส, พาราควอต และไกลโฟเซต ปรับจากวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 เป็นชนิดที่ 4 ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.2562 เป็นต้นไป ถึงนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (รมว.อุตสาหกรรม) 
    นายเฉลิมชัยกล่าวว่า ในหนังสือระบุกระทรวงเกษตรฯ ได้ตั้งคณะทำงานพิจารณาความเห็นเรื่องนี้ตามบัญชาของนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกัน และหาวิธีดำเนินการได้ โดยมอบหมาย น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน คณะทำงานได้แสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวางและลงมติอย่างเปิดเผยจนได้ผลสรุปดังกล่าว
    "มอบหมายให้ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ทำหนังสือแจ้งมติคณะทำงานข้างต้นให้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการวัตถุอันตรายพิจารณาเสนอคณะกรรมการฯ เพื่อปรับสารเคมีทั้ง 3 ชนิดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 โดยด่วน ซึ่งจะมีผลให้ห้ามผลิต นำเข้า ส่งออก และครอบครอง ดังนั้นจากนี้ไปขึ้นอยู่กับคณะกรรมการวัตถุอันตราย ซึ่งจะประชุมวันที่ 22 ต.ค. ว่าจะบรรจุเรื่องนี้เข้าสู่วาระการประชุมหรือไม่ และจะมีมติอย่างไร กระทรวงเกษตรฯ ซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติพร้อมทำตามมติ" นายเฉลิมชัยกล่าว
    รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า ขณะนี้กำลังเร่งเดินหน้าช่วยเหลือเกษตรกรในการปรับเปลี่ยนวิถีการทำเกษตร โดยสั่งการอธิบดีกรมวิชาการเกษตรให้ดำเนินตามนโยบายส่งเสริมการผลิตพืชปลอดภัยตามมาตรฐาน GAP และเกษตรอินทรีย์ เพื่อเพิ่มมูลค่าของผลผลิตทางการเกษตร รวมทั้งเพื่อความปลอดภัยของทั้งเกษตรกรและผู้บริโภคทั้งประเทศ ซึ่งทุกหน่วยงานของกระทรวงจะเข้าไปให้ความรู้ ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย และประสานหาตลาดรองรับผลผลิต
    "ระหว่างที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายยังไม่ได้ประชุมเพื่อมีมติใหม่ กระทรวงเกษตรฯ ยังคงต้องปฏิบัติตามมติเดิมในการจำกัดการใช้ โดยวันที่ 20 ต.ค.2562 ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 5 ฉบับ จะมีผลบังคับใช้ ประกอบด้วย ฉบับที่ 1 เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการผลิต การนำเข้า การส่งออก การครอบครองวัตถุอันตรายที่เกี่ยวกับไกลโฟเซต คลอร์ไพริฟอส และพาราควอต สาระสำคัญคือ ผู้ขายต้องผ่านการอบรมตามหลักสูตรที่กรมวิชาการเกษตรกำหนด และต้องเข้าอบรมทุกๆ 3 ปี ต้องใช้เครื่องวัตถุอันตรายดังกล่าวกับพืชและพื้นที่ตามที่แสดงหลักฐานการซื้อขาย ผู้ที่มีไว้ในครอบครองจะต้องจัดให้มีบุคลากรเฉพาะในการขายวัตถุอันตราย ต้องแยกออกจากวัตถุอันตรายอื่นๆ และมีป้ายแสดงข้อความว่า วัตถุอันตรายที่จำกัดการใช้ อย่างชัดเจน" รมว.เกษตรฯ กล่าว
เกษตรฯ เซ็นแบนสารพิษ
    นายเฉลิมชัยกล่าวว่า ในส่วนฉบับที่ 2 เรื่อง การจำกัดการใช้ การกำหนดฉลากและภาชนะบรรจุวัตถุอันตรายที่เกี่ยวกับไกลโฟเซตที่ห้ามใช้ในพื้นที่ปลูกพืชผักหรือพืชสมุนไพร พื้นที่ต้นน้ำ และพื้นที่สาธารณะ ในกรณีอยู่นอกพื้นที่ข้างต้น ให้ใช้เฉพาะเพื่อกำจัดวัชพืชในการปลูกอ้อย ยางพารา ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง ข้าวโพด และไม้ผล ส่วนผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าวัตถุอันตรายเกี่ยวกับไกลโฟเซต ต้องแสดงข้อความในฉลากว่า เป็นวัตถุอันตราย และระดับความเป็นพิษเพื่อประโยชน์ในการควบคุม ป้องกัน บรรเทา หรือระงับอันตรายที่จะเกิดแก่บุคคล สัตว์ พืช ทรัพย์ หรือสิ่งแวดล้อม 
    นอกจากนี้ ฉบับที่ 3 กำหนดให้ใช้คลอร์ไพริฟอสในไม้ผลเฉพาะเพื่อกำจัดหนอนเจาะลำต้นเท่านั้น ฉบับที่ 4 เกี่ยวกับพาราควอต โดยห้ามใช้ในพื้นที่ปลูกพืชผักหรือพืชสมุนไพร พื้นที่ต้นน้ำ และพื้นที่สาธารณะ รวมถึงมีข้อกำหนดการใช้อื่นๆ เช่นเดียวกับไกลโฟเซต และฉบับที่ 5 เรื่องแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ ได้แก่ ผู้ใหญ่บ้าน  กำนัน และปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลเป็นผู้มีอำนาจตรวจสอบการใช้วัตถุอันตรายทั้ง 3 ชนิด ภายในเขตท้องที่รับผิดชอบ ตามมาตรา 54 (1) แห่งพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 
     "กระทรวงเกษตรฯ ต้องปฏิบัติตามกฎหมายจำกัดการใช้ดังกล่าว ไม่เช่นนั้นจะมีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หากคณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติใหม่อย่างไรก็พร้อมปฏิบัติตาม ในระหว่างนี้ยินดีรับฟังข้อมูลรอบด้านจากทุกฝ่าย ซึ่งวันที่ 21 ต.ค. จะมีกลุ่มเกษตรกรที่คัดค้านการยกเลิกสารเคมี 3 ชนิดเข้าพบ ในฐานะ รมว.เกษตรและสหกรณ์จะดำเนินการให้เกิดประโยชน์และความปลอดภัยสูงสุดทั้งต่อเกษตรกรและประชาชนผู้บริโภคทั้งประเทศ" รมว.เกษตรฯ กล่าว
    ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ได้โพสต์รูปภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "อนุทิน ชาญวีรกูล" ซึ่งเป็นภาพเอกสารแจ้งมติคณะทำงานเพื่อพิจารณาความคิดเห็นของภาครัฐ ผู้นำเข้า เกษตรกร และผู้บริโภค ต่อการยกเลิกคลอร์ไพริฟอส, พาราควอต และไกลโฟเซต ลงนามโดยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ส่งถึง รมว.อุตสาหกรรม ซึ่งมีใจความว่า คณะทำงานฯ มีมติให้สารดังกล่าวทั้ง 3 ชนิด เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 มีผลตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2562
    "ขอบคุณท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรุณาทำความชัดเจนให้ปรากฏ เพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชน" ข้อความที่นายอนุทินระบุในโพสต์ดังกล่าว
    ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์ ประธานคณะที่ปรึกษา รมว.สาธารณสุข ในฐานะประธานคณะกรรมการรณรงค์และขับเคลื่อนเพื่อยุติการใช้สารเคมีทางการเกษตรที่อันตรายต่อสุขภาพ พร้อมด้วย ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ที่ปรึกษา รมว.ศธ. และคณะ ประชุมผ่านระบบวิดีโอกับสำนักงานสาธารณสุขทั่วประเทศ ชี้แจงแนวทางการทำงานเพื่อยุติการใช้สารเคมีทางการเกษตรที่มีอันตรายสูง 3 ชนิด ซึ่ง สธ.ได้ให้ความสำคัญกำหนดให้การป่วยและเสียชีวิตจากพิษสารเคมีทางการเกษตรเป็นตัวชี้วัด และอยู่ในระบบรายงานโรค
    นพ.ม.ล.สมชายกล่าวว่า การประชุมชี้แจงครั้งนี้เป็นการยกระดับการเฝ้าระวังระบบการรายงานผู้ป่วยจากพิษสารเคมีทางการเกษตรที่มีอันตรายต่อสุขภาพประชาชน ทั้งเป็นสารก่อมะเร็งในผู้ที่สัมผัสในปริมาณน้อยแต่ต่อเนื่อง และเกิดพิษเฉียบพลัน เช่น ปอดพัง หนังเน่า เนื้อเน่าจากสารฆ่าวัชพืชพาราควอต หรือสารฆ่าแมลงคลอร์ไพริฟอส ที่จะรบกวนการทำงานของต่อมไทรอยด์ ระบบสืบพันธุ์ ระบบประสาท ส่งผลต่อพัฒนาการเด็ก ส่วนสารไกลโฟเซต จะรบกวนการทำงานระบบต่อมไร้ท่อ เป็นต้น ซึ่งมีรายงานชัดเจนว่าหลายประเทศทั่วโลกห้ามใช้และประกาศห้ามใช้
    "สธ.ได้เร่งรัดจัดการภัยคุกคามความมั่นคงทางสุขภาพ ได้เปิดวอร์รูมพร้อมตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานเพื่อรณรงค์และขับเคลื่อนเพื่อยุติการใช้สารเคมีทางการเกษตรที่อันตรายต่อสุขภาพ มีเป้าหมายที่จะยุติการใช้สารเคมีทางการเกษตรที่มีอันตรายสูง 3 ชนิด คือ พาราควอต, ไกลโฟเซต คลอร์ไพริฟอส ซึ่งประเทศไทย พบรายงานผู้ป่วยด้วยสารเคมีกำจัดศัตรูพืชมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยในปี 2559 พบอัตราป่วยด้วยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช 18.91 ต่อประชากรแสนราย เพิ่มเป็น 21.52 ต่อประชากรแสนรายในปี 2560 ขณะนี้ 9 เดือนของปี 2562 พบป่วยจากสารเคมีทางการเกษตร (ที่ไม่รวมการฆ่าตัวตาย) ในทุกกลุ่มโรคจำนวน 4,833 รายทั่วประเทศ" นพ.ม.ล.สมชายกล่าว
ส.ส.อนาคตใหม่โผล่ค้าน
    ด้านนายศักดินัย นุ่มหนู ส.ส.จังหวัดตราด พรรคอนาคตใหม่ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า "ผมนายศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะลูกชาวสวน ขอคัดค้านการแบนสารเคมีทางการเกษตร 3 ชนิดแบบหักดิบในเวลานี้...ผมเห็นด้วยกับการลดการใช้สารเคมีในการผลิตพืช ผัก ผลไม้ และสนับสนุนการทำเกษตรอินทรีย์ แต่เราต้องขับเคลื่อนไปพร้อมๆ กัน ในด้านการตลาด การคิดค้นชีวภัณฑ์ทดแทน ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการแบนสารเคมีตัวเก่า เพื่อเปิดทางให้ใช้สารเคมีตัวใหม่ เท่ากับเป็นการหลอกลวงประชาชน ประเทศเราควรมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจนว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศเกษตรอินทรีย์อย่างสมบูรณ์ใน 10 ปี หรือ 15 ปีข้างหน้าโดยดำเนินการไปอย่างมีกระบวนการลดการนำเข้าและลดการใช้สารเคมีควบคู่ไปกับการค้นคว้าวิจัยชีวภัณฑ์ทดแทน แต่สิ่งที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ไม่ได้มีการเตรียมการที่ดีพอเพื่อหาทางออกให้กับประชาชน เกษตรกรจึงต้องแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น"
    ส.ส.พรรคอนาคตใหม่รายนี้ระบุว่า "จังหวัดตราดเป็นแหล่งผลิตผลไม้เพื่อการส่งออก ผมในฐานะรองประธานกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร จะพยายามผลักดันให้เกษตรกรเข้าสู่ระบบการผลิตตามมาตรฐาน GAP ซึ่งจะสนับสนุนให้เกษตรกรใช้สารเคมีอย่างถูกต้อง ปลอดภัย และเป็นผลดีต่อการส่งออกผลไม้จังหวัดตราดต่อไป ผมขอยืนเคียงข้างพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรตลอดไป"
    เช่นเดียวกับ นางวรณิกา นาควัชระ บีดิงเฮาส์ ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมการค้านวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับมติดังกล่าว รัฐบาลควรให้ระยะเวลาเอกชนและเกษตรกรอย่างน้อย 2 ปี การยกเลิกสารเคมีวันที่ 1 ธ.ค.นี้ อาจทำให้ภาคการเกษตรเสียหายอย่างมาก เพราะยังไม่มีสารใดมาทดแทน และสารที่เสนอให้ทดแทนเป็นสารที่มีราคาสูงถึง 6 เท่า จะทำให้เกษตรกรมีต้นทุนสูงขึ้น และรัฐบาลควรให้เวลาเอกชนในการจัดสต๊อกสินค้าคงค้างประมาณ 40,000 ตัน ทำให้รัฐบาลต้องเสียค่าใช้จ่ายทำลายสารดังกล่าวประมาณ 5,000 ล้านบาท ค่าขนย้ายเช่าโกดังเก็บสินค้าอีก 5,050 ล้านบาท และค่าชดเชยเกษตรกรอีกประมาณ 3 เท่าของราคาสินค้า. 
 


บอกก่อน.....ผมไม่รู้จริงๆ ว่า "พรรคพลังประชารัฐ" เขาเล่นอะไรกัน?รัฐบาลกำลังไปได้ดีจู่ๆ ก็เล่นเกมชิงเก้าอี้ "หัวหน้าพรรค" โดย กก.บห. "เกินกึ่งหนึ่ง" รวมหัวกัน ยื่นหนังสือลาออก เมื่อวาน (๑ มิ.ย.๖๓)เป็นผลให้คณะกรรมการบริหารพรรค "พ้นตำแหน่ง" ทั้งคณะ ต้องเลือกตั้ง กก.บห.กันใหม่ทั้งหมด ภายใน ๔๕ วัน!

"การเมืองวันที่ไม่มีประยุทธ์"
เมื่อ "ทัวร์ลง" เดือนพฤษภา.
"ความต่างระหว่างคนกับสัตว์"
ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'