ยิงถล่มผู้ช่วยส.ส. ปมขัดแย้งรับเหมา


เพิ่มเพื่อน    


    ดับผู้ช่วย ส.ส.พัทลุงพรรคภูมิใจไทย มือปืนยิงถล่มด้วยเอ็ม 16-อาก้าร่างพรุน ขณะขับรถกลับจากไซต์งานรับเหมาขุดลอกคูคลอง เผยเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงด้านธุรกิจโดยมีพี่น้องยึดครองการเมืองท้องถิ่น ตำรวจฟันธงปมขัดแย้งธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง น้องชายก็มั่นใจ
    เมื่อวันที่ 17 ตุลาคมนี้ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า กรณีนายสุนทร เรืองแก้ว ผู้ช่วย ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิตบนถนนสายหัวถนนท่านช่วย-ทุ่งนาชี หมู่ที่ 6 ต.นาท่อม อ.เมือง จ.พัทลุง ว่า ขณะนี้ พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันลงไปทำการตรวจสถานที่เกิดเหตุ เพื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐานโดยละเอียดอีกครั้ง ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนได้ลงพื้นที่หาเบาะแสเพื่อตรวจสอบหาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณที่เกิดเหตุ ตรวจสอบการใช้โทรศัพท์ของผู้เสียชีวิต รวบรวมพยานหลักฐาน และจะมีการสอบปากคำพยาน รวมทั้งญาติที่เกี่ยวข้อง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ฟันธงไปที่ประเด็นใด และยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้งไป
    พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้เร่งสืบสวนสอบสวนและติดตามผลการชันสูตรให้ได้โดยเร็ว เพื่อพิสูจน์ทราบถึงสาเหตุการตายที่แท้จริง และสร้างความกระจ่างให้แก่ญาติและประชาชนโดยเร็ว 
    คดีนี้ เหตุเกิดเมื่อค่ำวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา คนร้ายดักยิงนายสุนทร เรืองแก้ว บนถนนสายหัวถนนท่านช่วย-ทุ่งนาชี ท้องที่หมู่ 6 ต.นาท่อม อ.เมือง จ.พัทลุง ต่อมา ร.ต.อ.เอก เต็มพุฒิ ร้อยเวร สภ.โคกชะงาย พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานไปตรวจสอบ พบรถมิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีดำ หมายเลขทะเบียน กก 1999 พัทลุง จอดอยู่ในสวนยางพารา สภาพมีร่องรอยกระสุนฝั่งประตูด้านคนขับ กระจกด้านหน้ารถแตกละเอียด ตัวรถพังเสียหายจากการเฉี่ยวชนต้นไม้ข้างทาง ภายในรถพบนายสุนทร เรืองแก้ว อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 113 ต.ชุมพล อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง เป็นผู้ช่วยของนายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง เขต 2 พรรคภูมิใจไทย และเป็นนักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ในพื้นที่ จ.พัทลุง บริษัท เรืองแก้วการโยธา จำกัด สภาพศพมีบาดแผลถูกยิงเข้าที่ลำตัวหลายนัด โดยมีปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 และกระสุนปืนอาก้าตกอยู่บนถนน รวม 15 นัด จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
    จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายสุนทรขับรถออกจากไซต์งานรับเหมาขุดลอกในพื้นที่ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ และกำลังขับรถกลับบ้านพักในพื้นที่ อ.ศรีนครินทร์ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้มีรถเก๋งสีบรอนซ์ ไม่ทราบป้ายทะเบียนและยี่ห้อ ขับไล่ยิงรถของนายสุนทร ขณะที่นายสุนทรพยายามเร่งเครื่องหลบหนี แต่ก็ไม่รอด ถูกยิงเข้าที่ลำตัว ทำให้รถเสียหลักพุ่งข้ามเลนไปชนต้นไม้ ก่อนจะพุ่งลงไปในสวนยางพาราข้างทาง
    เจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลด้วยว่า นายสุนทรเป็นน้องชายของนายถาวร เรืองแก้ว กำนันตำบลอ่างทอง อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง น้องชายคนหนึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน และน้องชายอีกคนเป็นสมาชิกสภาเทศบาลตำบลโคกชะงาย ส่วนสาเหตุการสังหารยังอยู่ระหว่างสอบสวน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มุ่งไปที่ประเด็นขัดแย้งผลประโยชน์รับเหมาก่อสร้าง เนื่องจากในพื้นที่ จ.พัทลุง โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่มีการยื่นซองประมูล และตัดราคาเพื่อให้ได้รับงานก่อสร้างอยู่เป็นประจำ อีกทั้งนายสุนทรเป็นผู้รับเหมาที่กลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงหลังเข้ามาเป็นผู้ช่วย ส.ส.
    นายประเทือง เรืองแก้ว อายุ 47 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.อ่างทอง อ.ศรีนครินทร์ กล่าวว่า สาเหตุการดักยิงนายสุนทรพี่ชายน่าจะมาจากเรื่องธุรกิจรับเหมาก่อสร้างอย่างแน่นอน เพราะพี่ชายไม่เคยมีเรื่องขัดแย้งอะไรกับใคร นอกจากเรื่องธุรกิจรับเหมาที่ทำอยู่ ก่อนหน้านี้หลังจากที่รัฐมนตรีหลายคนมาในพื้นที่ จ.พัทลุง ทำให้คู่แข่งอาจเกิดความไม่พอใจ เพราะหวั่นเกรงว่าต่อไปโครงการต่างๆ ที่รัฐมนตรีอนุมัติ พี่ชายของตนจะดำเนินการก่อสร้างเพียงคนเดียว
    นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข​ ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย​ (ภท.)​ กล่าวว่า ประเด็นการสังหารนายสุนทรจะเกี่ยวกับการเมืองหรือไม่ต้องถามนายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง​ พรรคภูมิใจไทย ​ แต่ตนหวังว่าจะไม่ใช่​ เพราะการเมืองไม่ฆ่ากันตายอย่างนี้หรอก​ ยังไม่เคยเห็น ถ้าทำถึงขนาดนี้ก็แย่เต็มที ถ้าเล่นกันแบบนี้มันก็ไม่จบ อย่างไรก็ตาม จะได้โทรศัพท์ไปสอบถามรายละเอียดจาก ผบก.ภ.จว.พัทลุง เพราะสนิทกันอยู่.


นี่แหละที่ว่า........ "คนทำดี...ฟ้าดินป้อง คุ้มครองเอย" มันเป็นอย่างนี้ พวก "ความหวังใหม่-ธนาธร" กำลังได้ที ฉวยโอกาส ยกเหตุที่เกิด "เทอร์มินอล 21" โคราช ไล่กระทืบกองทัพ

จะเอาให้ 'เผาศาล' กันใช่มั้ย?
จำเลย 'สารภาพ' แต่ดิ้นโชว์
"ออมสิน" ในปริศนา "เสี่ยสั่ง"
เรือสำราญ 'อย่าเป็นม้าอารี'
อย่าหลง 'รบอยู่กับคลื่น'
'โคราช' สะท้อน 'บทบาท สส.'