เทรนด์ท่องเที่ยว 2020


   

           ใกล้เข้าสู่โค้งสุดท้ายปลายปี 2562 กันอีกไม่กี่เดือนแล้ว ก็คงจะมีผู้ประกอบการจากค่ายต่างๆ ออกมาคาดการณ์แนวโน้มที่น่าจะเกิดขึ้นในปี 2563 กันอย่างแน่นอน โดยหากมาดูในเรื่องของการท่องเที่ยวแล้ว Booking.com ก็มองว่าในปีหน้าจะเป็นปีแห่งการท่องเที่ยวเชิงสำรวจอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน จากผลสำรวจกลุ่มนักเดินทางมากกว่า 22,000 คนจาก 29 ประเทศ อีกทั้งข้อมูลเชิงลึกจากรีวิวของผู้เข้าพักกว่า 180 ล้านรายการที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว ทั้งหมดนี้นำมาสู่บทสรุปเทรนด์ท่องเที่ยวซึ่งเราคาดไว้ว่าจะกลายเป็นจริงในปีหน้าและปีต่อๆ ไปนั่นเอง

                อย่างแรกเลยกระแสเที่ยวเมืองรองจะมาแรงขึ้น หมายถึงการไปสำรวจจุดหมายที่เป็นที่รู้จักน้อยกว่า เพื่อพยายามลดปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมืองและช่วยปกป้องสิ่งแวดล้อม โดยเทรนด์ท่องเที่ยวนี้จะเติบโตอย่างก้าวกระโดด ผู้เดินทางชาวไทยจำนวนมากกว่าครึ่ง 68% อยากมีส่วนร่วมในการลดปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมือง ส่วน 65% ต้องการเปลี่ยนแผนไปเที่ยวจุดหมายอื่นที่เป็นที่รู้จักน้อยกว่า แต่คล้ายกับของเดิม ผู้เดินทางชาวไทยมากกว่า 79% อยากให้มีบริการแอปพลิเคชัน หรือเว็บไซต์ แนะนำจุดหมายที่หากมีผู้ไปเที่ยวเพิ่มขึ้นแล้วจะช่วยสร้างผลเชิงบวกให้กับชุมชนท้องถิ่นนั้นๆ  มองว่าบริษัทต่างๆ จะตอบสนองต่อความต้องการนี้ โดยเสนอฟังก์ชันที่ทำให้ผู้เดินทางสามารถระบุเมืองรองและแวะจุดหมายได้ง่ายขึ้น

                ต่อมาจะเป็นการให้เทคโนโลยีคาดการณ์สิ่งที่ไม่คาดคิด  เพราะผู้เดินทางจะใช้เทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น ในกระบวนการตัดสินใจหลักๆ อย่างการเลือกว่าจะไปเยือนมุมใดของโลก ซึ่งอาจมีตัวเลือกมากมายจนตัดสินใจไม่ถูก ทว่าในปีที่ใกล้เข้ามานี้จะมีการใช้เทคโนโลยีสุดสร้างสรรค์ สำหรับผู้เดินทางชาวไทยมากกว่า 4 ใน 5 กล่าวว่า ต้องการให้ผู้ประกอบการเทคโนโลยีเสนอไพ่เด็ด ซึ่งจะพาไปพบกับประสบการณ์แปลกใหม่ ผู้เดินทางไทยมากกว่าครึ่ง 64% เน้นว่าระหว่างเดินทางจะใช้แอปพลิเคชันที่ทำให้เลือกดูและจองกิจกรรมแบบเรียลไทม์ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ในขณะที่ผู้คนจำนวนใกล้กัน 61% มีแผนที่จะใช้แอปพลิเคชันซึ่งสามารถวางแผนกิจกรรมต่างๆ ล่วงหน้า

                ส่วนแนวโน้มต่อไปต้องบอกว่าการเที่ยวแบบสโลว์ๆ จะมาแทน #FOMO แทนที่จะต้องคอยกลัวตกกระแส (Fear of Missing Out หรือ FOMO) และต้องเร่งรีบทำทุกอย่างให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ การเดินทางในปีหน้าจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยผู้เดินทางชาวไทยมากกว่าครึ่ง 61% วางแผนที่จะใช้รูปแบบการเดินทางที่ช้าลงเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รูปแบบการเดินทางซึ่งช่วยสนับสนุนความต้องการที่เปลี่ยนไป ก็จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการขี่จักรยาน รถราง เลื่อนลาก เรือ รวมถึงเดินด้วยสองเท้าของนักเดินทางเอง

                เทรนด์ต่อมาต้องบอกว่ามาแรงจริงๆ สำหรับสัตว์เลี้ยงต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง เพราะเจ้าของสัตว์เลี้ยงทั่วโลกเกินครึ่ง 55% บอกเลยว่าให้ความสำคัญกับสัตว์เลี้ยงเหมือนเป็นลูก รวมถึง 53% ของเจ้าของสัตว์เลี้ยงชาวไทยด้วยเช่นกัน จึงไม่น่าแปลกใจที่เทรนด์การเดินทางปีหน้า จะถือเป็นจุดเริ่มต้นยุคใหม่ของการพักผ่อนโดยมีสัตว์เลี้ยงเป็นศูนย์กลาง โดยเจ้าของสัตว์เลี้ยงชาวไทย 52% ยอมรับว่าในปีหน้าจะเลือกจุดหมายพักร้อนโดยอิงจากความเป็นไปได้ในการพาสัตว์เลี้ยงไปด้วย และเจ้าของสัตว์เลี้ยงจำนวน 52% ก็ยินดีที่จะจ่ายเพิ่ม

                เมื่อต้องตัดสินใจเรื่องท่องเที่ยวในปีหน้า จะเห็นว่าผู้เดินทางต่างให้ความสำคัญกับเรื่องอาหารเป็นอันดับแรกๆ และไม่ได้มีเพียงร้านอาหารชื่อดังเท่านั้นที่ผู้เดินทางต่างพยายามอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อจองโต๊ะ แต่ร้านลับ ซึ่งเป็นสถานที่โปรดของคนท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน ได้กลายมาเป็นร้านซึ่งมีแนวโน้มชวนให้ผู้เดินทางซึ่งต้องการลิ้มรสอาหารท้องถิ่น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้เดินทางชาวไทยส่วนใหญ่จำนวนถึง 85% กล่าวว่า การได้ทานอาหารที่ใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นนั้นเป็นเรื่องสำคัญเมื่อไปทริปวันหยุด

                อย่างสุดท้ายเลยคือการเกษียณที่มีแนวโน้มมากขึ้นเรื่อยๆ จะไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อมีอายุถึงจุดหนึ่งและไม่ต้องทำงานแล้ว จะได้เห็นการวางแผนการเกษียณเป็นเหมือนกับการวางแผนเดินทางเพื่อออกผจญภัย ชาวไทยในช่วงอายุ 18-25 ปี กำลังวางแผนที่จะเกษียณก่อนอายุ 55 ปี โดยผู้เดินทางชาวไทย 7 ใน 10 เห็นว่าการออกเดินทาง หรือท่องเที่ยว เป็นวิธีสุดสมบูรณ์แบบที่จะใช้เวลาว่างจากการเกษียณ.

รุ่งนภา สารพิน


ขยันดีนะ....ฝ่ายค้านชุดนี้ เคาะกะลากันรายวัน จะแก้รัฐธรรมนูญ จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล งานเต็มมือ!    เรื่องหาวิธีชำเรารัฐธรรมนูญพูดกันไปเยอะแล้ว มาที่เรื่องซักฟอกรัฐบาลดูบ้าง 

ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'
อ้อย 'ฤๅจะหวานเท่า' ไทย-จีน