ปูด‘กาสิโน’สีลม บก.น.6ประเมิน หวังโยง‘บิ๊กรบ.’


เพิ่มเพื่อน    

 “ยุทธพงศ์” โยนระเบิดการวงถกงบประมาณ แฉพื้นที่สีลมเปิดกาสิโนไม่ต่างจากลาสเวกัส พร้อมโชว์รูปประกอบ “นายกฯ” ชี้หากข้อมูลจริงแจ้งความได้เลย บก.น.6 เผยเป็นแค่ร้านคาราโอเกะ ข้องใจโยงการเมือง

เมื่อวันศุกร์ ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 เป็นวันที่สอง ในช่วงเวลา 12.40 น. นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ได้อภิปราย  4 เหตุผลที่เห็นว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ไม่เหมาะสม คือ  1.ไม่มีวินัยด้านการเงินการคลัง 2.การตั้งงบประมาณเลื่อนลอย เกรงใจทหาร ไม่รู้เกรงใจ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) จริงหรือไม่ 3.งบประมาณที่ตั้งไว้ไม่สามารถทำได้จริง โดยเฉพาะงบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) 122,800 ล้านบาท ซึ่งบอกว่าเอาไปป้องกันปราบปรามและลดระดับอาชญากรรม ขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ของรัฐบาล ให้ปรากฏผลชัดเจนเป็นรูปธรรม ทั้งการบังคับใช้กฎหมาย และด้านความปลอดภัยที่มีมาตรฐาน แต่ไม่เชื่อว่าทำได้จริง   
“ตอนนี้แถวๆ สีลมซึ่งเป็นย่านธุรกิจของประเทศไทย ปรากฏว่าช่วงปิดสมัยประชุมผมไปดูแถวสีลม และตอนนี้เพื่อนผมที่ทำงานอยู่แนวนั้น บอกเดี๋ยวนี้แถวสีลมซบเซา คนไม่มีเงินเช่าออฟฟิศ แถวนั้นจึงเปลี่ยนไปเปิดกาสิโน ผมไม่เชื่อ เพื่อนก็พาไปดู พบว่ามีกาสิโนเปิดอยู่สีลมกลาง กทม. อยู่ถนนธนิยะ ใต้สถานีรถไฟฟ้าสีลม ซึ่งฝั่งขวาขึ้นกับ สน.บางรัก ฝั่งซ้ายขึ้นกับ สน.ทุ่งมหาเมฆ  เดินเข้าไปถนนธนิยะ 300 เมตรอยู่ขวามือ มีคนคอยดูต้นทาง ทางเข้าบ่อนสีลม เขาบอกว่าเฮียตี้มาเปิดบ่อน เป็นไปได้อย่างไร อย่างนี้ผมต้องฟ้องนายกฯ ต้องไปจัดการ เพราะนายกฯ เป็นคนดูแล สตช.เอง” นายยุทธพงศ์กล่าว
        นายยุทธพงศ์กล่าวต่อว่า ข้อที่ 4 ไม่ทำตามนโยบายที่ได้แสดงไว้ต่อสภา ตามนโยบายเร่งด่วนข้อที่ 8 เรื่องแก้ไขปัญหาทุจริตประพฤติมิชอบในวงราชการ เช่น เรื่องรถไฟฟ้าบีทีเอส ขณะนี้มีการทำส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าเส้นสีเขียวเหนือจากสถานีหมอชิตไปถึงสถานีคูคต กับสีเขียวใต้จากสถานีแบร์ริ่งถึง กทม. เคหะบางปู ตรงนี้ รฟม.ลงทุนงานโยธาไป 6 หมื่นล้านบาท ระบบเดินรถอีก 2 หมื่นล้านบาท เป็น 8 หมื่นล้านบาท แล้ว กทม.ไปรับโอนหนี้มา ซึ่งในงบประมาณปี 2563 ไม่มีการตั้งงบประมาณไปชดเชยหนี้แต่อย่างใด แสดงว่าไม่ได้เดือดร้อนอะไร และขณะที่กระทรวงมหาดไทยได้ตั้งคณะกรรมการ โดยมีปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน ซึ่งคณะกรรมการวิสามัญที่พิจารณาเรื่องบีทีเอสของสภาบอกแล้วว่าไม่จำเป็นต้องขยายสัมปทานให้บีทีเอสอีก 40 ปี 
“ผมทราบว่าคณะกรรมการที่ปลัด มท.เป็นประธานได้พิจารณาเสร็จแล้ว กำลังจะเสนอให้ รมว.มหาดไทยเพื่อเสนอนายกฯ ให้ต่อสัมปทานให้ รฟม. ดังนั้นอย่ามาอ้างว่าเป็นหนี้ และเมื่อผมอภิปรายเสร็จก็จะเอาเอกสารของคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาเรื่องบีทีเอสไปมอบให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ที่นั่งฟังอยู่ ที่ประกาศว่าจะจัดการกับการทุจริตต่างๆ ของกระทรวงมหาดไทย”
ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ชี้แจงว่า รถไฟฟ้าสายสีเขียวนั้นไม่มีการทุจริต หากจะมีโกงก็ไปติดคุกกัน ให้สังคมรู้ว่าปิดบังไม่ได้ ไม่ว่าจะอยู่ตรงนี้ หรือท่านอยู่ตรงนี้ หากทำเสียหายมีทุจริตต้องรับผิดชอบ ใครอยู่ตรงนี้ต้องทำเพื่อแก้ปัญหา ยืนยันว่าคณะกรรมการพีพีพีนั้นต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะมีตำแหน่งสำคัญ ทั้งนี้ สังคมต้องรู้ ท่านต้องทราบ และ กมธ.ของสภาก็ไม่เห็นด้วย ซึ่งเป็นสิทธิที่ทำได้ แต่หากผิดหรือถูกต้องรับผิดชอบ แต่ต้องแกัปัญหา ต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง คือทำเอง หรือให้บริษัทไหนทำต้องมีคำอธิบายได้ ที่บอกว่าทุจริต ยืนยันว่าไม่ใช่ และไม่เกี่ยวกับการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ
จากนั้นเวลา 13.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ชี้แจงว่า เรื่องของรถไฟฟ้าทุกท่านทราบอยู่แล้วว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาหลายสิบปีไม่สามารถดำเนินการได้ หรือดำเนินการแล้วมีปัญหา แต่เมื่อเข้ามาก็พยายามเร่งรัดดำเนินการ กระทั่งแก้ไขปัญหารถไฟฟ้าสายสีม่วงได้ พร้อมกับเร่งรัดพัฒนารถไฟฟ้าอีกหลายสาย เพราะเป็นความต้องการของประชาชน ส่วนเรื่องการกล่าวอ้างว่ามีการทุจริตต่างๆ ที่จริงก็ได้ข่าวเหมือนกันว่ามีบางคนไปเรียกรับบริษัทเขา เดี๋ยวจะหาข่าวแล้วกันว่าใคร และถ้าใครพบเรื่องพวกนี้ ถ้ามีหลักฐานไปหามาเลยว่าใครเรียกเงิน ถ้าตรวจสอบพบจะดำเนินการทั้งสิ้น ขอให้เข้าใจกันตามนี้ ขอให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่น
       พล.อ.ประยุทธ์ยังชี้แจงกรณีบ่อนที่สีลมว่า อย่าแค่ถ่ายรูปอย่างเดียว ให้แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเลย แล้วจะตรวจสอบเอง แจ้งเดี๋ยวนั้นจะไปเดี๋ยวนั้น สั่งให้สอบสวนแล้ว ขอบคุณที่แนะนะ ขอให้ทุกคนเชื่อมั่นเป็นหัวหน้ารัฐบาล
ต่อมาเวลา 14.12 น. นายยุทธพงศ์ได้แถลงข่าวเรื่องบ่อนที่นายกฯ แนะให้ไปแจ้งตำรวจ ว่านายกฯ ไม่รู้ในระบบตำรวจ บ่อนการพนันที่เปิดได้ในพื้นที่ สน.บางรัก คิดว่าตำรวจในพื้นที่ไม่รู้หรืออย่างไร กลัวว่าเวลาไปแจ้งตำรวจแล้วจะมาจับตนเองเสียมากกว่า แต่ที่ต้องมาบอกนายกฯ ก็เพราะอยากให้นายกฯ ได้เข้าไปจัดการตรวจสอบ กทม.ในวันนี้เป็นลาสเวกัสไปแล้วหรือบ่อนถึงเต็มไปหมด  
ด้านแหล่งข่าวระดับสูงจากกองบังคับการตำรวจนครบาล 6 (บก.น.6) ชี้แจงว่า ในพื้นที่ของ สน.บางรักไม่มีบ่อนกาสิโนแต่อย่างใด อาคารที่นายยุทธพงศ์ระบุนั้นเป็นร้านคาราโอเกะ ชั้นล่างเป็นอาหารญี่ปุ่น ชั้น 2 เป็นร้านอาหารไทย ด้านข้างอาคารเป็นร้านขายของที่ระลึกให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ แล้วใครจะไปเปิดกาสิโนตรงนั้นได้
"ยืนยันว่าถ้าเปิดเป็นบ่อนนั้นไม่มี แต่ถ้าลักลอบแอบเล่นนั้นมีทุกพื้นที่ ที่ผ่านมาก็มีการจับกุมบ่อยครั้งของผู้ลักลอบเล่นของกลุ่มคนงานที่เข็นของในตลาดไนท์พัฒน์พงศ์ แต่นักการเมืองจะเจาะจงลงพื้น สน.บางรัก อาจเพราะมีตำรวจ ซึ่งเป็นเครือญาติของนักการเมืองใหญ่เกี่ยวข้องกันหรือไม่นั้นไม่แน่ชัด". 


คนกรุงโปรดทราบ........ กทม.ยกเลิกคำสั่ง "ครึ่งปิด-ครึ่งเปิด" กรุงเทพฯ ๒๒ วัน จาก ๒๑ มี.ค.-๑๒ เม.ย.แล้วนะ แต่ อ๊ะ..อ๊ะ ฟังก่อน อย่าเพิ่งซ่า!

'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"
ที่สุด 'ในสถานการณ์' คิดบวก
โควิด-๑๙ 'ภาคนรก-สวรรค์'
'ปิดประเทศ' แล้วยังไม่รู้ตัว?