โลกใหม่..ที่อยู่ยาก


   

 

      ไปเห็นชีวิตประจำวันของผู้คนในต่างประเทศที่มีเทคโนโลยีเป็นเครื่องขับเคลื่อนแล้ว มนุษย์ป้ายอมรับเลยว่า เครียดค่ะ!!

      เครียดเพราะ...ชีวิตมันท่าทางจะอยู่ยากมากขึ้น

      จะไม่ให้เครียดได้อย่างไร ในเมื่อทุกย่างก้าวของการทำอะไรมันต้องอาศัย APP ไปเสียทุกเรื่อง

      แอปที่ว่าก็คือ แอปพลิเคลชัน Application ทั้งหลายในสมาร์ทโฟนนั่นแหละ

      มันเยอะมันแยะเสียจน มนุษย์ป้าต้องกุมขมับ!! เพราะทุกวันนี้ป้าเองมีมือถือเครื่องหนึ่งที่เขาว่าแสนฉลาดนั้น เรายังใช้มันไม่เต็มประสิทธิภาพเลยหนอ แล้วต่อไปในอนาคตอันใกล้ ถ้าไม่มีมือถือไปส่องบนรถยนต์ แตะตรงหน้าจอคอมพิวเตอร์ตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ เราก็จะไม่สามารถทำอะไรได้เลยนะคะ

      เรียกว่า มีเงินสดติดตัว บางครั้งบางสถานที่อาจจะใช้ไม่ได้ ถ้าร้านนั้นๆ หรือพ่อค้าแม่ค้าเขาปฏิเสธรับนะ..จะบอกให้ 

        ไม่ว่าจะเป็นมหาอำนาจอย่างจีน หรือจะเป็นสหรัฐอเมริกา เท่าที่สัมผัสมาสดๆ ร้อนๆ ดูเหมือนเขาจะตกอกตกใจอย่างมาก ที่เห็นเงินใบละ 100 ดอลลาร์ ใบละ 1,000 หยวน เมื่อเราควักออกมาจ่าย ราวกับไม่เคยเห็นสตางค์ที่เป็นใบๆ มานาน และจำเป็นต้องใช้เวลาส่องอยู่นานพอสมควรเลยทีเดียว ด้วยกลัวว่าจะเป็นแบงก์ปลอม ในขณะที่การจ่ายเงินด้วยแอปนั้น พวกเขาไม่ต้องกังวลในปัญหา "ของปลอม" เลย

      เฮ้อ..เครียดค่ะ..คนอายุเริ่มนับหนึ่งเมื่อวัยเกษียณ ต้องมานั่งเรียนนั่งจำแอปทั้งหลายบนมือถือ ที่คนรุ่นใหม่บอกว่า ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น เพราะไม่ต้องเดินออกไปไหน ก็สามารถหาซื้อสิ่งของ หรือมีอาหารมาส่งถึงหน้าบ้านให้อิ่มอร่อยให้ถูกใจนั้น มันก็ไม่ผิดกับเด็กน้อยจำเป็นต้องไปเรียนรู้ ก.ไก่ ข.ไข่ เป็นการปูพื้นฐานความรู้

      ยิ่งเราเป็นคนจำพวกหยักสมองเริ่มน้อยลง ความทรงจำต่างๆ ก็ถดถอย แค่จะจำเลขหมายโทรศัพท์ตัวเองยังยากเลย กว่าจะเข้าแอปได้แต่ละอันมันต้องผ่านด่านหรือขั้นตอนมากมาย ดีไม่ดี ..ถูกหลอกให้เสียเงินเสียสตางค์จะว่าไง???

      บรรยากาศของคนลงทะเบียนในโครงการชิมช้อปใช้ ที่บ่นกันมากมาย ถือเป็นภาพสะท้อนที่สำคัญว่าสังคมไทยยังต้องเรียนรู้อีกเยอะเลยกับการที่จะเข้าสู่สังคมดิจิตอลแบบสมบูรณ์แบบ ใช้ดิจิตอลมันนี่ ใช้กระเป๋าอิเล็กทรอนิกส์ หรืออี-วอลเล็ต

      อย่างไรก็ตาม บ่นไปก็เท่านั้น มนุษย์ป้าที่ถนัดชิมช้อปแชะ คงต้องตั้งอกตั้งใจหันมาศึกษาเรียนรู้ การคลิก การคีย์ การเมม มากกว่าการแชะอย่างเดียวเสียแล้ว เพราะถ้างอมืองอเท้า หรือทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ปัญหาจะไม่จำกัดแค่สังขารที่ทำให้เราขยับกายได้น้อยลงเท่านั้น แต่จะขยายวงกว้างไปสู่ประเด็นการขยับมือขยับเท้าออกจากบ้านไม่ได้เลย เพราะกลัวเทคโนโลยีอันทันสมัยขึ้นทุกวี่ทุกวันนั่นเอง.

     

                                                              "ป้าเอง"


ขยันดีนะ....ฝ่ายค้านชุดนี้ เคาะกะลากันรายวัน จะแก้รัฐธรรมนูญ จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล งานเต็มมือ!    เรื่องหาวิธีชำเรารัฐธรรมนูญพูดกันไปเยอะแล้ว มาที่เรื่องซักฟอกรัฐบาลดูบ้าง 

ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'
อ้อย 'ฤๅจะหวานเท่า' ไทย-จีน