เห็นยัง 'บิ๊กแดง' เป็นแบบไหน


   

                อุ่นหนาฝาคั่ง...แน่นซอย

                ไทยโพสต์ ครบรอบ ๒๓ ปี ย่างเข้าปีที่ ๒๔ ยังได้รับความรัก จากกัลยาณมิตรมากมาย เหมือนเช่นเคย

       ขอบคุณกันไม่หมด ทั้งจากภาคธุรกิจ ราชการ ฝ่ายการเมือง

                และขอบคุณ ๗ พรรคฝ่ายค้านที่ยังระลึกถึงกัน

                พรุ่งนี้แล้วนะ....

                เลือกตั้งซ่อมเขต ๕ นครปฐม

                วันอาทิตย์ที่ผ่านมาพรรคอนาคตใหม่ไปปราศรัยที่สามพราน ฟังแล้วต๊กกะใจ!        

                คุณช่อ พรรณิการ์ บอกว่า มีความกลัวเกิดขึ้นในอำเภอสามพรานอยู่ ๓ เรื่อง          

                ๑.กลัวพลังเงิน เพราะตั้งแต่มาช่วยหาเสียง มีพี่น้องประชาชนจำนวนมากส่งจดหมายน้อยมาให้แจ้งเรื่องการใช้เงินซื้อเสียง เราจะช่วยกันบอกว่าไม่ยอมขายสิทธิ์ขายเสียงตัวเอง และจะออกไปเลือกตั้งให้คับคั่ง

                ๒.กลัวธนาธรไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งประชาชนชาวสามพรานต้องมีส่วนร่วมช่วยกัน

                และ ๓.กลัวข่าวลือต่างๆ เรื่องยุบพรรคอนาคตใหม่

                "เสียงของพี่น้องชาวสามพรานที่เลือกเข้าไปจะเป็นผนังทองแดง กำแพงเหล็กให้กับพรรคอนาคตใหม่ และส่งให้ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปด้วย"

                ครับ...เธอคงจะเข้าใจอะไรผิดอยู่หลายอย่าง

                เรื่องพลังเงิน ก็พูดกันไป

                แต่ใครยืนยันได้บ้างว่า ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ไม่มีผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ใช้เงินซื้อเสียงเลย

                ส่วนเรื่องกลัว "ธนาธร" ไม่ได้เป็นนายกฯ กลัวพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ มันเกี่ยวกับการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ตรงไหน

                หรือว่าพรรคนี้นิสัยเหมือนกันหมด

                ถนัดเรื่องต่อรอง

                "ธนาธร" จะเป็นนายกฯ ได้ก็คงต้องเลือกตั้งซ่อม สัก ๒๐๐ เขต 

                แล้วอนาคตใหม่ต้องชนะทุกเขต

                เลือกตั้งซ่อมเขต ๕ นครปฐม ไม่ว่าพรรคอนาคตใหม่ แพ้ หรือ ชนะ ไม่ส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น

                คิดว่าคนสามพรานเขาโง่ขนาดนั้นหรือ

                ประชาชนเขารู้ดี ไม่ได้เลือกเพื่อดันก้น "ธนาธร" เป็นนายกฯ

                อีกอย่าง "ธนาธร" จะเอาตัวรอดจากคดีหุ้น วี-ลัค มีเดีย หรือเปล่าก็ไม่รู้

                เพราะแค่เรื่องตัวเองดัน จำไม่ได้

                ประเด็นถัดมา การยุบหรือไม่ยุบพรรคอนาคตใหม่ ยิ่งไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้เลย แม้แต่น้อย

                "คุณช่อ" พูดราวกับว่า ถ้าพรรคอนาคตใหม่ชนะ ศาลไม่กล้าตัดสินยุบพรรคอย่างไรอย่างนั้น

                นี่ไงล่ะ...ความคิดคนรุ่นใหม่

                จะเอาแต่ในสิ่งที่ตัวเองคิด และต้องการ

                เรื่องอยู่ในศาลแท้ๆ ยังลากมาเกี่ยวกับการเลือกตั้งได้

                จะใช้เสียงประชาชนต่อรองกับศาลอย่างนั้นหรือ?

                จะไม่ยึดกติกาอะไรกันเลยหรืออย่างไร

                ไหนบอกเป็นฝ่ายประชาธิปไตย

                แต่ทำไมใจถึงได้เผด็จการ!

                มันเหมือนกรณี "ธนาธร" พูดในศาลรัฐธรรมนูญว่า "หากศาลตัดสินเป็นคุณกับผม ผมจะออกไปทำเรื่องบลายด์ทรัสต์ทันที"

                บอกได้เลยเล่นการเมืองแบบอนาคตใหม่ ประเทศฉิบหาย

                ปัญหาของพรรคอนาคตใหม่คือ....

                การมีแนวคิดแบบล้มล้าง

                เห็นจารีตประเพณี เป็นเรื่องขวางหูขวางตา

                ยึดถือความคิดตัวเองเป็นใหญ่       

                "เชื่อ" ในแนวคิดตะวันตก

                แต่ "ไม่รู้" ว่าแนวคิดตะวันตกไม่สามารถนำมาใช้จริงได้ทั้งหมด

                เสียดายที่ไม่ได้มานั่งฟัง พระศากยวงศ์วิสุทธิ์ "พระอาจารย์อนิลมาน ธมฺมสากิโย" รองเจ้าอาวาสวัดบวรฯ เทศนาธรรมด้วยกัน

                ท่านบอกว่า "ตราบใดที่เรายังมีความเชื่อ เราก็จะไม่รู้ความจริงนั่นเอง"

                หลายคนในพรรคอนาคตใหม่ โดยเฉพาะ "ปิยบุตร แสงกนกกุล" มักแสดงความเชื่อว่าไทยจะต้องเป็นอย่างฝรั่งเศส

                แต่รู้อะไรมั้ยครับ พฤติกรรมทางการเมืองของ "ปิยบุตร" เอง ยังเป็นไทยแท้อยู่  

                เห็นต่างคือไม่ใช่เรา!

                แล้วสาวกส้มหวานก็พากันออกล่าแม่มด

                พวกเดียวกันพูดผิดหูก็ล่า

                ไม่ละเว้น!

                ฉะนั้นจะหามาตรฐานทางการเมืองของอนาคตใหม่ไม่ได้ เพราะอยู่ที่ความพึงพอใจของพวกเขาเป็นหลัก

                พรรคอนาคตใหม่มักเรียกร้องให้ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลโหวตสวนรัฐบาลเสมอ

                ช่วงโหวตเลือกนายกฯ นี่หนักเลย

                ใครโหวตให้ "บิ๊กตู่" เป็นหมูเป็นหมา

                แต่....ส.ส.อนาคตใหม่โหวตสวนมติพรรคตัวเองไม่ได้

                กรณีของ น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี เขต ๗ พรรคอนาคตใหม่ เป็นตัวอย่าง

                โหวตสวนพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) โอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์      

                และพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๓

                สิ่งที่พรรคอนาคตใหม่ทำกับ น.ส.กวินนาถ ในวันนี้คือ

                สอบวินัยและจริยธรรม

                ห้ามไม่ให้ดำเนินกิจกรรมใดๆ กับพรรคอนาคตใหม่จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย

                โทษตามข้อบังคับพรรคมี ๔ ประการ คือ ๑.ตักเตือน ๒.ภาคทัณฑ์ ๓.ตัดสิทธิประโยชน์บางประการของสมาชิก และ ๔.ไล่ออกและขับออก

                "ปิยบุตร" ใช้โอกาสนี้พูดถึงคนที่เลือก น.ส.กวินนาถ ว่า

                "ในนามของ ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ทุกคนกล่าวขอโทษประชาชนเขต ๗ ชลบุรีที่เลือกนางสาวกวินนาถ เป็น ส.ส.ด้วยความหวังที่จะได้ประชาธิปไตยที่แท้จริงกลับมา ตามหลักการแล้วพรรคการเมืองเป็นที่รวมตัวกันเพื่อผลักดันแนวคิดให้สำเร็จ จึงต้องมีแนวทางและอุดมการณ์ของพรรค แต่ ส.ส.ที่สังกัดพรรคการเมืองย่อมต้องมีอิสระ ซึ่งรัฐธรรมนูญก็รับรอง"

                เหมือนจะบอกว่าสิ่งที่ "กวินนาถ" ทำคือการทำลายความหวังที่จะได้ประชาธิปไตยที่แท้จริงกลับมา

                จริงอยู่ ส.ส.ต้องสังกัดพรรค และทำตามมติพรรค 

                แต่หากพรรคมีมติที่ยอมรับไม่ได้ ส.ส.จะทำอย่างไร?

                มีคำถามจาก "กวินนาถ" ที่ "ปิยบุตร" ต้องตอบ

                การโหวตพระราชกำหนด พรรคฝ่ายค้านอื่น พรรคร่วมรัฐบาล ต่างโหวตสนับสนุน นั่นคือประชาธิปไตย ต้องเคารพเสียงส่วนใหญ่ไม่ใช่หรือ

                "ต้องมองว่าเราผิดส่วนไหน เราโหวตเพื่อประชาชนแล้วผิดใช่หรือไม่ 

                การที่เราโหวตรับทั้งที่เป็นแค่วาระแรก เราผิดมากหรือ เราไปฆ่าใครตาย บางทีมันเจ็บปวด ทั้งที่เลือกที่จะฟังกันได้แต่กลับไม่ฟัง แล้วฟันว่าเราคืองูเห่า

                คือคนทรยศประชาชน อันนี้มันไม่ถูก"

                สิ่งที่พรรคอนาคตใหม่ต้องสำรวจตัวเองคือ ที่ผ่านมาไปสร้างข้อจำกัดทางการเมืองให้ตัวเองมากไปจนทำงานยากหรือไม่

                กรณีร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ เกิดจากการไปปั่นกระแสในโลกโซเชียลว่าต้องโหวตคว่ำอย่างเดียว หากโหวตอย่างอื่นคือ ทรยศ

                นี่คือผลจากการเล่นการเมืองแบบล้มล้าง

                สุดท้ายมันจะย้อนกลับมาล้มล้างพรรคอนาตใหม่เอง เพราะไม่มีเพื่อน

                อยากได้ทหารอาชีพ "พล.อ.อภิรัชต์  คงสมพงษ์" ก็จัดให้แล้ว              

                วานนี้ "บิ๊กแดง" เดินตัวตรงดิ่งเข้าสภา

                ไปตามคำเชิญของคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฏร

                เป็นประเด็นสืบเนื่องจาก การเดี่ยวไมโครโฟน เมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคมที่ผ่านมา วันนั้น ส้มหวานน้อยใหญ่ พากันถล่มว่า ผบ.ทบ.ล้ำเส้น

                เหยียบตีนนักการเมือง

                จังซี่มันต้องเรียกมาปรับทัศนคติที่สภา

                ครับ.....แล้ว "บิ๊กแดง" ก็บินด่วนจากเมืองกาญจน์ ผลัดผ้าในรถ 

                เปลี่ยนชุดเขียวเป็นสูท

                ทำหน้าที่ "ข้าราชการ" ชี้แจงบรรดาทั่น ส.ส.ในสภา

                "ตั้งใจที่จะมาทั้งที่มีภารกิจที่กาญจนบุรีตรวจเยี่ยม แต่ก็รีบบินกลับมา เนื่องจากเห็นความสำคัญของสภา และฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติที่จะทำงานร่วมกันเพื่อเดินไปด้วยกันให้ได้"

                จำไม่ได้ว่า ผบ.ทบ.คนสุดท้ายที่เข้าชี้แจงสภาตามคำเชิญเป็นใคร

                ถ้ามี ก็คงจะนานมากแล้ว

                "บิ๊กแดง" ไม่ใช่ทหารที่มีแค่มุมมองด้านความมั่นคงตามที่ ส.ส.ฝ่ายค้านปรามาส

                ก็ดูซิ นักข่าวถามว่าการชี้แจงวันนี้ทำให้เข้าใจพรรคการเมืองมากขึ้นหรือไม่

                ผบ.ทบ.ท่านตอบว่า "นักข่าวถามไม่ตรง เพราะผมไม่ได้พูดถึงพรรคการเมืองใดบนเวทีเลย แต่พูดไปตามบทบาทหน้าที่ เช่นเดียวกัน ส.ส.และกรรมาธิการฯ"

                “ทุกคนท่านมีบทบาทหน้าที่ บางครั้งหน้าที่กำหนดอารมณ์ออกมาหลายอย่าง แต่ผมก็มีบทบาทหน้าที่จะรักษาความมั่นคงและเป็นเสียงให้กับประชาชน บางครั้งหลายท่านที่เห็นในทีวีท่านวิจารณ์ดุเดือด แต่ว่าวันนี้มาเจอก็คนละรูปแบบ ส.ส.ก็เช่นเดียวกันว่าผมดุ แต่มาเจอตัวจริงไม่เป็นอย่างนั้นเลย ผมว่าเป็นแนวทางที่ดีถ้าไม่ดีผมไม่มา”

                เห็นมั้ยล่ะครับ!

 ผักกาดหอม

 


ขยันดีนะ....ฝ่ายค้านชุดนี้ เคาะกะลากันรายวัน จะแก้รัฐธรรมนูญ จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล งานเต็มมือ!    เรื่องหาวิธีชำเรารัฐธรรมนูญพูดกันไปเยอะแล้ว มาที่เรื่องซักฟอกรัฐบาลดูบ้าง 

ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'
อ้อย 'ฤๅจะหวานเท่า' ไทย-จีน