12ธค.ขบวนพยุหฯยิ่งใหญ่อย่างเดิม


   

 รัฐบาลแจงเหตุผลเลื่อนพระราชพิธี เชิญชวนใส่เสื้อเหลืองชมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ยัน 12 ธ.ค.ยังเป็นพระราชพิธีที่ยิ่งใหญ่สวยงามอย่างเดิม เตรียมประสานคมนาคมเลื่อนตั๋ว-โรงแรมอำนวยความสะดวกประชาชน วธ.จัดนิทรรศการเพิ่มความรู้ที่ท้องสนามหลวง 24 ต.ค.-11 พ.ย. ขณะที่การซ้อมใหญ่เสมือนจริงครั้งที่ 2 ผบ.ทร.ย้ำกำลังพลคงความพร้อมไว้วันจริง 12 ธันวาคม

      เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ที่สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกว่า การเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ที่มีการเลื่อนจากวันที่ 24 ต.ค.62 เป็นวันที่ 12 ธ.ค.62 จะมีขึ้นในเวลา  15.30 น. และริ้วขบวนจะเป็นดังเดิม คือใช้ขบวนเรือ 52 ลำในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร  และยังคงเป็นพระราชพิธีที่ยิ่งใหญ่สวยงามอย่างเดิม โดยจะเสด็จพระราชดำเนินจากท่าวาสุกรีเป็นระยะทาง 3.4 กิโลเมตร ไปยังท่าราชวรดิฐ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที ทั้งนี้จากการที่กองทัพเรือ คำนวณกระแสน้ำต่อวินาทีแล้ว ก่อนที่จะเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำความกราบบังคมทูลและมีพระบรมราชวินิจฉัยลงมาให้เลื่อนไปเป็นวันที่ 12 ธ.ค.62 ดังกล่าวข้างต้น
    "เหตุผลของการเลื่อนสรุปได้ 4 ข้อใหญ่ ดังนี้ 1.ทำอย่างไรให้เกิดความสง่างาม 2.ดูแลเรื่องความปลอดภัยของตัวเรือ และความปลอดภัยต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง 3.ให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเรือ  เนื่องจากต้องมีระยะต่อ ระยะเคียงเป็นขบวนพยุหยาตราที่สวยงาม และครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่จะมีการนำเทคโนโลยีเลเซอร์มาใช้เพื่อคุมระยะห่างของเรือ และ 4.เพื่อลดผลกระทบใดๆ ที่จะเกิดต่อประชาชนนั้นเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการปล่อยน้ำ ดังนั้น 4 ปัจจัยดังกล่าวหากยังเป็นวันที่ 24 ตุลาคม 2562 คงไม่เป็นผลดี ถ้าเลื่อนเป็นวันที่ 12 ธันวาคมจะสามารถควบคุมทุกอย่างให้อยู่ในแบบแผนได้ จึงเป็นที่มาของการเลื่อนในครั้งนี้" นายวิษณุกล่าว
     นายวิษณุกล่าวว่า เมื่อเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 12 ธ.ค. จำเป็นจะต้องมีการซักซ้อมย่อยอีก 4 ครั้ง  และซ้อมใหญ่ (เสมือนจริง) อีก 1 ครั้งในวันที่ 9 ธ.ค. จึงขอเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมรับชมได้ ทั้งนี้การซ้อมย่อย 4 ครั้ง ได้แก่ 12 พ.ย., 19 พ.ย., 26 พ.ย. และ 3 ธ.ค. ทั้งนี้ขอเชิญชวนประชาชนสวมเสื้อเหลืองโดยพร้อมเพรียงกัน และหากประดับเข็มบรมราชาภิเษกก็จะเกิดความสวยงามและเป็นระเบียบเรียบร้อย จึงขอเชิญชวนเช่นกัน อย่างไรก็ตามในวันที่ 12 ธ.ค.ไม่ได้กำหนดให้เป็นวันหยุดราชการ แต่ก็เชิญชวนประชาชนให้มาร่วมในพระราชพิธี
    พล.ร.ท.ไชยวุฒิ นาวิกาญจนะ เจ้ากรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ กล่าวว่า กรมอุทกศาสตร์มีหน้าที่ตรวจวัดกระแสน้ำและระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา อ่าวไทย พบว่ากระแสน้ำในช่วงเวลาดังกล่าวไม่สามารถคาดเดาได้ ถึงแม้ว่าจะตรวจวัดอยู่อย่างสม่ำเสมอที่บริเวณหน้ากองทัพเรือ ซึ่งสภาพน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย.ที่ได้มีการซักซ้อมย่อยนั้น พบว่ามีอิทธิพลของน้ำทะเลหนุนสูง ประกอบกับอ่าวไทยมีอิทธิพลความกดอากาศ ทำให้น้ำที่ดันเข้ามามีระดับน้ำสูงมาก อีกทั้งความเร็วกระแสน้ำจะสูงมากขึ้นเกือบ 40 เมตรต่อนาที จึงมีผลกระทบต่อเรือในขบวนพยุหยาตรา เนื่องจากเป็นเรือไม้ไม่ได้ใช้เครื่องยนต์ และเมื่อเวลาพายท่านกบินแล้วทำให้แทนที่เราจะสามารถเดินหน้าไปหนึ่ง แต่กลับถอยหลังไปสอง ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ต้องมีการขอเลื่อนออกไป
    นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่จะเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทและรับชมขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในวันที่ 12 ธ.ค.ว่า สำหรับประชาชนที่ซื้อตั๋วเครื่องบิน รถไฟ รถทัวร์ หรือจองโรงแรมแล้ว หรือแม้แต่ซื้อบัตรต่างๆ ของเอกชนไว้แล้วนั้น คณะกรรมการฯ จะประสานไปยังกระทรวงคมนาคม โดยจะพูดคุยกับ รมว.คมนาคม ในวันที่ 22 ต.ค. ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้เจรจากับบริษัทจำหน่ายตั๋วรถไฟ ตั๋วเครื่องบิน  ตั๋วรถทัวร์ เนื่องจากหลายคนได้ซื้อตั๋วแบบเปลี่ยนไม่ได้ จะขอให้เลื่อนไปเป็นวัน-เวลาที่จะมีพระราชพิธีอีกครั้งหนึ่ง และเมื่อทราบผลแล้วจะได้แจ้งให้ประชาชนทราบโดยเร็ว
จัดนิทรรศการ 24 ต.ค.-11 พ.ย.
    "ในวันที่ 12 ธ.ค. คณะกรรมการฯ ได้ประสานทุกภาคส่วน โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร (กทม.)  และตำรวจ จัดสถานที่เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนได้รับชมและเข้าเฝ้าฯ อย่างใกล้ชิด เช่น อัฒจันทร์ การปรับปรุงภูมิทัศน์ ทำความสะอาดเส้นทางตลอดสองฝั่งในการพระราชพิธี รวมถึงวัดที่อยู่ในเส้นทางเสด็จฯ ทางชลมารคจะได้มีการสวดเจริญพระพุทธมนต์ และในส่วนการประชาสัมพันธ์จะได้มีการเตรียมความพร้อมสมบูรณ์มากขึ้น ขณะเดียวกันในวันที่ 12 ธ.ค. โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยจะได้ถ่ายทอดสดให้ประชาชนรับชมเช่นเดิม" นายเทวัญกล่าว
    นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า รัฐบาลมอบหมายกระทรวงวัฒนธรรม สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กองทัพเรือ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดนิทรรศการเพื่อเพิ่มองค์ความรู้อันเนื่องมาจากพระราชพิธี ระหว่างวันที่ 24 ต.ค. -11 พ.ย.62 เช่นเดิม ที่ท้องสนามหลวง โดยแบ่งเป็น 4 โซน  คือ นิทรรศการองค์ความรู้พิธีบรมราชาภิเษก ฉายภาพยนตร์เรือจำลองทั้ง 52 ลำ แสดงศิลปวัฒนธรรม  โดยในวันที่ 24 ต.ค. นายกฯ จะเป็นประธานเปิดนิทรรศการด้วยตนเองในเวลา 18.30 น. และให้ประชาชนเข้าชมฟรีได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น. ทั้งนี้ขอให้นำบัตรประชาชนมาผ่านจุดคัดกรอง  ส่วนนักท่องเที่ยวก็เป็นหนังสือเดินทาง และหากนักเรียน นักศึกษาจะมาเป็นหมู่คณะ สามารถประสานงานมายังกระทรวงวัฒนธรรมได้
    วันเดียวกัน เวลา 07.29 น. ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม  เป็นประธานในพิธีบวงสรวงเทพยดางานนิทรรศการองค์ความรู้เกี่ยวกับการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 โดยมีพระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ ประธานพระครูพราหมณ์ ประกอบพิธีบวงสรวงเพื่อความเป็นสิริมงคลและให้งานนิทรรศการสำเร็จลุล่วงด้วยดี
    ทางด้านคณะกรรมการจัดเตรียมความพร้อมขบวนเรือพระราชพิธีกองทัพเรือ จัดให้มีการฝึกซ้อมขบวนเรือพระราชพิธีเส้นทางท่าวาสุกรี-ท่าราชวรดิฐ ระยะทาง 3.4 กม. โดยเป็นการซ้อมใหญ่ครั้งที่ 2 ในแบบเสมือนจริง โดยเมื่อเวลา 15.48 น. การฝึกซ้อมเสมือนจริงเริ่มขึ้นที่ท่าวาสุกรี เรือพระราชพิธีทั้ง 52 ลำที่จอดอยู่ในหลักริมน้ำทั้งฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรีใช้กำลังฝีพาย 2,200 นาย เรือพระราชพิธีเริ่มเคลื่อนออกไปตั้งขบวนรออยู่ที่กลางแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณเชิงสะพานพระราม 8 เมื่อถึงขั้นตอนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จประทับบนเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ออกจากท่าวาสุกรีเคลื่อนไปเข้าขบวนที่รออยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา แล้วมีการให้สัญญาณยาตราตามกระแสน้ำไปยังท่าราชวรดิฐ มี น.อ.ณัฐวัฏ อร่ามเกลื้อ รองผู้อำนวยการกองเรือเล็ก กรมการขนส่งทหารเรือ เป็นพนักงานเห่เรือประจำอยู่บนเรือพระที่นั่งอนันตนาคราช ร้องเห่แบบสดส่งสัญญาณผ่านคลื่นวิทยุไปยังลำโพงที่ติดตั้งทั้งบนเรือพระราชพิธีและตามท่าน้ำต่างๆ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงถึงยังท่าราชวรดิฐ สิ้นสุดการซ้อมใหญ่ครั้งที่  2 ด้วยความงดงามสมพระเกียรติ 
คงความพร้อมถึง 12 ธ.ค.
    นาวาเอกไพฑูรย์ ปัญญสิน ผู้ช่วยเลขานุการคณะอนุกรรมการฝ่ายควบคุมขบวนเรือกองทัพเรือ  กล่าวว่า หลังจากมีการเลื่อนพระราชพิธีจากวันที่ 24 ตุลาคมไปเป็นวันที่ 12 ธันวาคม กองทัพเรือจะนำเรือเข้ามาเก็บในช่วงระยะหนึ่ง และได้กำหนดวันซ้อมย่อยและซ้อมใหญ่เพื่อจะคงสถานะของกำลังพลอีก  5 ครั้ง โดยแบ่งเป็นซ้อมย่อย 4 ครั้ง ในวันที่ 12 พฤศจิกายน, 19 พฤศจิกายน, 26 พฤจิกายน และ 3  ธันวาคม ส่วนซ้อมใหญ่จะจัดขึ้นวันที่ 9 ธันวาคม อย่างไรก็ตามเรืออื่นๆ ที่พายท่าพลราบ ซึ่งมีความชำนาญและความเข้มแข็งเพียงพอ จะให้เจ้าหน้าที่เรือออกกำลังกายและฝึกฝนเพื่อยังคงพละกำลัง ขณะที่เรือพระที่นั่ง 4 ลำและเรือรูปสัตว์ต่างๆ ผบ.ทร.เน้นย้ำให้กำลังพลคงสถานะความพร้อมไว้อยู่ตลอด  โดยจะให้ฝึกต่อเนื่องจนถึงวันที่ 12 ธันวาคม ดังนั้นจะมีการทำตารางการฝึก ทั้งเรือพระที่นั่งและเรือรูปสัตว์ เป็นการฝึกทุกรูปแบบทั้งความพร้อมเพรียงความสวยงามและพละกำลัง
     ในส่วนเรือพระราชพิธีเดิม กองทัพเรือมีแผนเตรียมเรือให้พร้อมรับเสด็จในช่วงเดือนตุลาคมเท่านั้น เมื่อมีการเลื่อนพระราชพิธีไปในเดือนธันวาคม ทำให้เรือบางลำมีความจำเป็นที่จะต้องซ่อมแซม โดยมีเรือที่ชำรุดมากประมาณ 6 ลำ แบ่งเป็นเรือพระที่นั่ง 1 ลำ คือเรือพระที่นั่งอนันตนาคราช โดยหลังจากซ้อมเสร็จครั้งนี้จะเชิญมาขึ้นซ่อมที่พิพิธภัณฑ์คลองบางกอกน้อย และเรือรูปสัตว์อีก 5 ลำ โดยทั่วไปจะซ่อมที่กรมอู่ทหารเรือโดยมีเรือเอกชัยเหินหาว, เอกชัยหลาวทอง, ครุฑเหินเห็จ ครุฑเตร็จไตรจักร ส่วนเรือพาลีรั้งทวีปพบรั่วซึมจะลากมาขึ้นซ่อมที่ท่าวาสุกรี สำหรับเรือพระที่นั่งและเรือรูปสัตว์จะเก็บรักษาไว้ที่เดิม ส่วนเรือประกอบอื่นๆ อีก 36 ลำ วันนี้ 18 ลำจะเข้าที่แผนกเรือพระราชพิธีกองเรือเล็ก กรมขนส่งทหารเรือ และจะนำอีก 18 ลำเข้ามาในวันพรุ่งนี้ 
     "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเลื่อนการพระราชพิธีออกไปให้เหมาะสมเพื่อไม่ให้เดือดร้อน พระองค์มีพระราชประสงค์ให้พระราชพิธีนี้มีความสวยงาม ในเรื่องการพายเรือซึ่งการพายให้สวยงามต้องอยู่ในระดับน้ำที่เหมาะสม หากเป็นกำหนดการเดิมบางทีต้องใช้ท่าพายที่ไม่เหมือนกันเพื่อให้ได้ระยะ ก็ทรงไม่โปรดเพราะมีคนเสนอว่าถ้าจะทำแบบนั้นต้องปล่อยน้ำลงมาช่วย ทรงไม่โปรดให้ปล่อยน้ำมาจึงได้ขยับวันออกไป" นาวาเอกไพฑูรย์กล่าว 
    นาวาเอกไพฑูรย์กล่าวอีกว่า สำหรับการซ้อมในครั้งนี้กระแสน้ำตอนตั้งขบวนไหลขึ้นมาถึงนิ่งและไหลลงเล็กน้อย ขณะที่วันที่ 24 ตุลาคมกระแสน้ำไหลขึ้น อีก 3 วันกระแสน้ำจะเปลี่ยน กองทัพเรือทำนายน้ำและกระแสน้ำจากกรมอุทกศาสตร์ทหารเรือ แต่มีการเปรียบเทียบตลอดสถานการณ์จริงไม่แตกต่างจากการทำนายมากนัก ช่วงวันที่ 12 ธันวาคมนั้นกระแสน้ำจะไม่มีอิทธิพลแล้ว มีเพียงอิทธิพลเรื่องกระแสลม จะมีลมเหนือที่พัดเข้ามาเท่านั้น ช่วงนี้เป็นลมทางใต้หน้าหนาวแล้วแต่ไม่มีผลกระทบใด เพราะนายเรือมีการฝึกแก้ทิศทางลมอยู่แล้ว
     ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศตลอดการฝึกซ้อม มีชาวไทยและชาวต่างประเทศปักหลักเฝ้าชมความงามของขบวนเรือพระราชพิธีสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา นอกจากนี้กองทัพเรือได้เปิดโอกาสให้ครอบครัวทหารเรือมาชมการซ้อมใหญ่ครั้งที่ 2 ทั้งสองฝั่งแม่น้ำ โดยมีครอบครัวที่แสดงความจำนงมาทั้งหมด 400  ครอบครัว และในวันที่ 12 ธันวาคมจะเปิดพื้นที่ในส่วนของกองทัพเรือให้แขกของกองทัพเรือเข้าชมอีก  5 จุด ได้แก่ กรมอู่ทหารเรือธนบุรี, หอประชุมกองทัพเรือ, ลานทัศนาภิรมย์ และห้องชมชลธี ราชนาวีสโมสร
    ในวันเดียวกัน กองทัพเรือได้เผยแพร่กำหนดการซ้อมกำลังพลฝีพายและเตรียมการจัดขบวนเรือพระราชพิธี โดยการซ้อมย่อยจะจัดขึ้นวันที่ 12 พ.ย., 19 พ.ย., 26 พ.ย.และ 3 ธ.ค. ส่วนการซ้อมใหญ่คือวันที่ 9 ธ.ค.


ขยันดีนะ....ฝ่ายค้านชุดนี้ เคาะกะลากันรายวัน จะแก้รัฐธรรมนูญ จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล งานเต็มมือ!    เรื่องหาวิธีชำเรารัฐธรรมนูญพูดกันไปเยอะแล้ว มาที่เรื่องซักฟอกรัฐบาลดูบ้าง 

ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'
อ้อย 'ฤๅจะหวานเท่า' ไทย-จีน