อนค.แตก‘นิรามาน’ไขก๊อก แฉโดนหักหลังโหวตพ.ร.ก.


   

 “ปิยบุตร” ลงดาบ ส.ส.โหวตสวนมติพรรคแล้ว ให้ ”ชำนาญ จันทร์เรือง” สอบหลังเลือกตั้งซ่อมนครปฐม ชี้มีบทลงโทษ 4 ขั้น แต่เหมือนสรุปแล้วว่าผิดเพราะขอโทษชาวชลบุรีที่เลือก “กวินนาถ”  เข้ามา ส.ส.เด็กส้มหวานสมุทรสาครขย้ำต่อการหล่อหลอมย่อมมีขยะบ้าง กวินนาถตั้งโต๊ะแถลงทั้งน้ำตา  ข้องใจโหวตรับกับงดออกเสียงต่างกันตรงไหน แต่กลับถูกตีตรายิ่งกว่าฆ่าคนตาย สะเทือนซ้ำ “นิรามาน” ขอไขก๊อกพ้น กก.บห. เหตุรับไม่ได้ถูกหักหลังโหวต พ.ร.ก.โอนกำลัง ทั้งที่ที่ประชุมมีมติให้งดออกเสียง

    เมื่อวันจันทร์ที่ 21 ตุลาคม นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ได้นำ ส.ส. 14 คนมาร่วมกันแถลงข่าวชี้แจงถึงสถานการณ์ภายในพรรค โดยเฉพาะกรณี น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี ของพรรคโหวตสวนมติพรรคในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
    โดยนายปิยบุตรกล่าวว่า พรรคจะดำเนินการตามข้อบังคับด้วยการให้คณะกรรมการตรวจสอบวินัยและจริยธรรมของพรรคที่มีนายชำนาญ จันทร์เรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อเป็นประธานตรวจสอบ เนื่องจาก น.ส.กวินนาถลงมติสวนทางกับมติของพรรคถึง 2 ครั้งติดต่อกัน โดยการตรวจสอบจะเริ่มภายหลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้งซ่อมจังหวัดนครปฐม และเมื่อตรวจสอบเสร็จแล้วจะส่งให้คณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาต่อไป ซึ่งโทษจะมีด้วยกัน 4 ประการตามลำดับ ได้แก่ 1.ตักเตือน 2.ภาคทัณฑ์ 3.ตัดสิทธิประโยชน์บางประการของสมาชิก และ 4.ไล่ออกและขับออก  
    นายปิยบุตรกล่าวต่อว่า เบื้องต้นพรรคจะสั่งห้ามไม่ให้ น.ส.กวินนาถดำเนินกิจกรรมใดๆ กับพรรคจนกว่าจะมีคำวินิจฉัยของพรรค และในนามของ ส.ส.พรรคทุกคนขอโทษประชาชนเขต 7 ชลบุรีที่เลือก  น.ส.กวินนาถเป็น ส.ส.ด้วยความหวังที่จะได้ประชาธิปไตยที่แท้จริงกลับมา ซึ่งตามหลักการแล้วพรรคการเมืองเป็นที่รวมตัวกันเพื่อผลักดันแนวคิดให้สำเร็จ จึงต้องมีแนวทางและอุดมการณ์ของพรรค แม้ ส.ส.ที่สังกัดพรรคการเมืองย่อมต้องมีอิสระซึ่งรัฐธรรมนูญรับรอง
    "หากเราปล่อยให้ ส.ส.ลงมติอิสระโดยไม่สนมติพรรคเลย อย่างนี้จะมีพรรคการเมืองไปเพื่ออะไรและ ส.ส.จะสังกัดพรรคไปเพื่ออะไร ส่วนการหาจุดสมดุลระหว่างแนวทางพรรคและความเป็นอิสระของ ส.ส.นั้น พรรคมีแนวทางคือ พรรคจะใช้มติที่ประชุม ส.ส.พรรคทุกวันอังคาร เรื่องไหนเห็นตรงกันก็ไม่ต้องลงมติ แต่ถ้าเรื่องสำคัญก็เปิดโอกาสให้ถกเถียงเต็มที่ หลายครั้งผมและหัวหน้าพรรคกลายเป็นเสียงข้างน้อยแล้วแต่ประเด็น ซึ่งครั้งล่าสุดผมและหัวหน้าก็อยู่ตรงกลางให้ ส.ส.พรรควิจารณ์ได้เต็มที่" นายปิยบุตรกล่าว 
    เลขาธิการพรรคยังกล่าวถึงปัญหาความขัดแย้งระหว่าง ส.ส.ภายในพรรคระหว่าง ส.ส.เขตและ ส.ส.บัญชีรายชื่อ จนมีข่าวลือว่าจะมี ส.ส.พรรคออกไปตั้งพรรคการเมืองเอง ว่าเป็นผลมาจากการออกแบบของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่เชื่อว่า ส.ส.แบ่งเขตไปเก็บคะแนนให้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แต่พรรคยืนยันว่า ส.ส.ทั้งสองระบบทำงานด้วยกันอย่างดี มีการสร้างกระบวนการภายในพรรคและร่วมทำงานให้สอดคล้องกับอุดมการณ์ของพรรค รายงานข่าวที่เกิดขึ้นเชื่อว่าเป็นความไม่หวังดี
“เวลามองมาที่อนาคตใหม่ ถ้ามองด้วยมิติการเมืองแบบเก่าก็ได้ผลแบบเก่า แต่ถ้ามองด้วยมิติการเมืองแบบใหม่จะได้การเมืองแบบใหม่ ซึ่งเราฝันกันมานานแล้วว่าพรรคการเมืองควรเป็นของสมาชิกและทุกคนที่เห็นพ้องกันในอุดมการณ์เดียว และผลักดันให้เป็นไปตามอุดมการณ์ แน่นอนว่าเรายังทำได้ไม่เต็มร้อย แต่เราตั้งใจ ดังนั้นพรรคจึงไม่ได้เป็นแค่ที่อาศัยของ ส.ส.เพื่อลงสมัครหรือที่ที่คนมาอาศัยแบรนด์ของพรรคมาสมัคร ส.ส.เท่านั้น แต่เป็นที่ที่คนมีอุดมการณ์เหมือนกันมาต่อสู้ร่วมกัน” นายปิยบุตรกล่าว 
ยอมรับต้องมีขยะบ้าง
    ก่อนหน้านี้ที่พรรค อนค. นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ส.ส.กทม. เขต 27 นายทองแดง เบ็ญจะปัก ส.ส.สมุทรสาคร เขต 1 และนายสมัคร ป้องวงษ์ ส.ส.สมุทรสาคร เขต 2 ได้เปิดแถลงถึงปัญหารอยร้าวภายในพรรคระหว่าง ส.ส.เขตและ ส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยนายจิรวัฒน์ยืนยันว่าพรรคยังมีความเป็นเอกภาพ ส่วนการที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อได้รับหน้าที่สำคัญมากกว่า ส.ส.เขตนั้น เป็นเรื่องการแบ่งหน้าที่ระหว่าง ส.ส. หากใครเชี่ยวชาญเรื่องใดก็ต้องรับผิดชอบในด้านนั้น
    นายสมัครกล่าวเช่นกันว่า การทำงานอะไรที่เป็นจุดเด่นของแต่ละบุคคล ก็มีโอกาสได้กระทำสิ่งนั้น  โดยจะเน้นตามความสามารถของแต่ละบุคคล ส่วนตัวมองว่าไม่ใช่เรื่องแปลก และยืนยันว่าพรรคยังสมัครสมานสามัคคีเหนียวแน่น ซึ่งการแสดงออกไม่ว่าจะกรณีใด มติของพรรคคือจุดหล่อหลอมกันมาแล้ว เพราะการจะทำอะไรแต่ละอย่างพรรคก็ต้องขอมติทุกคน หรือมีการประชุมร่วมกันมาแล้ว ยืนยันว่าการทำงานของพรรคไม่ใช่ต่างคนต่างคิด ทิศทางของพรรคชัดเจน แต่การหล่อหลอมมันก็ต้องมีเศษขยะอยู่บ้าง เอกภาพและจุดยืนของพรรคอนาคตใหม่ รวมถึง ส.ส.ทั้งเขตและรายชื่อมีความสำคัญเท่ากันหมด
    ขณะที่นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค อนค.ได้โพสต์ภาพถ่ายคู่กับนายศักดินัย นุ่มหนู  ส.ส.จังหวัดตราด พร้อมระบุข้อความ "ถ่ายคู่กับพี่โอ๋ ศักดินัย ส.ส.จังหวัดตราด มาช่วยหาเสียงเลือกตั้งซ่อม จังหวัดนครปฐมครับ ไหนใครว่า ส.ส.เขตกับปาร์ตี้ลิสต์ทะเลาะกันครับ"
    ส่วนที่ รร.เซ็นทาราแกรนด์ น.ส.กวินนาถได้เปิดแถลงชี้แจงถึงการโหวตสวนมติพรรคทั้งการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย 2563 และพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) โอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ.2562 ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.)  เป็นผู้เสนอว่า โดนโจมตีเยอะพอสมควรจึงไม่ออกมาพูดอะไร แต่วันนี้เห็นว่าหนักขึ้นเรื่อยๆ หากไม่พูดอะไรสิ่งที่เขากล่าวหาจะคิดว่าเป็นเรื่องจริงซะก่อน ซึ่งเหตุผลที่โหวตสวนมติพรรคเรื่อง พ.ร.บ.งบนั้น  เนื่องจากเป็น ส.ส.เขตที่มีปัญหาเชิงพื้นที่เยอะ ซึ่งเราแค่รับหลักการเท่านั้น ยังมีวาระสองสามอีก  หากวาระที่เหลือไม่ดีเราก็ไม่โหวตให้ แต่เป็นการรับเพื่อเปิดทางให้ทีมงานในพื้นที่ทำงานต่อได้สะดวก     “พรรคอนาคตใหม่เป็นฝ่ายค้านอยู่แล้ว แล้วมันผิดหรือที่เราทำอะไรที่ทำให้ทีมงานในพื้นที่ทำงานได้สะดวกและช่วยเหลือประชาชนได้มากขึ้น นี่เป็นเจตนาที่ดี และนี่มันแค่วาระแรก ซึ่งจะตัดสินว่าขัดอุดมการณ์พรรคนั้นต้องไปวัดกันในการโหวตครั้งที่ 3 และการโหวตว่างดออกเสียงกับรับนั้นไม่ต่างกัน  แต่หากเราไปโหวตไม่รับ ประชาชนก็ถามว่าเราไม่อยากให้พื้นที่พัฒนาใช่หรือไม่” น.ส.กวินนาถกล่าว
น.ส.กวินนาถกล่าวต่อว่า ที่ตีข่าวกันว่ารับเงินสิบล้านบาท ก็ขอให้เอาหลักฐานมาให้ดู ขอสาบานต่อหน้าไฟเลยว่าไม่เคยไปรับเงินที่ร้านเพลินตามข่าวลือ แต่กลายเป็นว่าการที่เราสวนมติครั้งนี้ก็กลายเป็นงูเห่า รัฐบาลมีเสียงมากกว่าอยู่แล้ว เขาจะมาซื้ออะไรแค่คนเดียว ก่อนหน้านี้มีคนมาเสนอ 30, 50,  70 ล้านแล้ว ถ้าจะไปก็ไปตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว จะมาไปอะไรแค่ 10 ล้าน ซึ่งรู้ว่าการโหวตสวนไปครั้งนี้ ปัญหามันจะกลับมาเยอะ แต่ไม่คิดว่าจะหนักขนาดนี้ พอเราให้เหตุผลเขาก็ว่าเราแถอีก 
ย้ำไม่ใช่งูเห่า-กาฝาก
เมื่อถามว่าก่อนโหวตได้มีการคุยกับคนในพรรคหรือไม่ น.ส.กวินนาถกล่าวว่าได้แจ้งสมาชิกพรรคที่เป็น ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ และอยู่ในวิปตั้งแต่วันที่ 17 ต.ค.ว่าจะโหวตแบบนี้ แต่เรื่องนี้ไม่ได้ถูกตีออกไปข้างนอก ซึ่งเรื่องนี้เราไม่แน่ใจว่าเขาได้ไปพูดต่อหรือเปล่า ซึ่งเราก็บอกเหตุผลไป แล้วเขาก็บอกว่าค่อยมาคุยกัน ซึ่งเรายืนยันว่าเราจะโหวตแบบนี้
“อาจารย์ปิยบุตรบอกว่าหากมีอะไรอัดอั้นตันใจก็บอกกับเขา ซึ่งก็รู้สึกผิดกับพรรคที่เราโหวตสวน ซึ่งใน ส.ส.ด้วยกันไม่มีปัญหาอะไร แต่กระแสข้างนอกกลับแรงมาก นอกจากนี้การโหวตสวนครั้งแรกกระแสยังไม่แรงไม่เท่าไร แต่หลังจากโหวตเห็นด้วยกับ พ.ร.บ.งบประมาณ ตอนนี้กลับโดนถีบออกจากกลุ่มไลน์ทุกกลุ่มเลย” น.ส.กวินนาถกล่าวและว่า ยืนยันว่าไม่ได้เป็นงูเห่าแน่นอน ถามหน่อยหากซื้อคนเดียวจะซื้อทำไม แล้วไปเอารอบ 70 ล้านไม่ดีกว่าหรือ และขอยืนยันว่าไม่ว่ากดดัน อย่างไรก็ไม่ลาออกจาก ส.ส.และพรรคอนาคตใหม่ แต่ถ้าเป็นมติพรรคก็ยอมรับ ซึ่งช่วงที่สวนมติพรรคไปก็มีหลายพรรคการเมืองทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลมาให้กำลังใจ และบอกว่าให้ไปกับเขาได้ถ้าไม่มีทางไป 
เมื่อถามว่า การปิดช่องทางการติดต่อส่วนตัวไปมีกระแสตีกลับอย่างไรบ้าง น.ส.กวินนาถยอมรับว่า  พอปิดช่องทางการติดต่อกับประชาชนก็โดนทักไปหาคุณแม่ หรือไปยังครอบครัว คนอื่นๆ แต่ไม่ได้โดนคุกคามเรื่องความปลอดภัย มีเพียงแต่คำขู่ของคนในโซเชียล และคนในพื้นที่บางกลุ่มเท่านั้น ซึ่งการที่เราโหวตรับทั้งที่เป็นแค่วาระแรก เราผิดมากหรือ เราไปฆ่าใครตาย บางทีมันเจ็บปวด ทั้งที่เลือกที่จะฟังกันได้ แต่กลับไม่ฟัง แล้วฟันว่าเราคืองูเห่า คือคนทรยศประชาชน อันนี้มันไม่ถูก
น.ส.กวินนาถย้ำว่าไม่ได้เป็นทั้งงูเห่าและกาฝาก ส่วนที่มีคนบอกว่าไปคุยกับพรรคอื่น ต้องถามว่าการเป็นเพื่อนกันในสภามันผิดหรือไม่ เราสามารถคุยได้ทุกคน ไม่จำเป็นต้องโกรธกัน และขณะนี้ยังไม่ได้นัดหมายวันพูดคุยกับนายปิยบุตร  
เมื่อถามถึงกรณีกระแสว่ากรรมการบริหารพรรคให้ความสำคัญกับ ส.ส.บัญชีรายชื่อมากกว่า จนทำให้ ส.ส.เขตบางส่วนเกิดความน้อยใจ น.ส.กวินนาถกล่าวทั้งน้ำตาว่าเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิตคน บางทีเราก็น้อยใจ มันเป็นเรื่องของการให้ความสำคัญ แต่นี่ไม่ใช่เหตุผลหลัก เพราะเราแยกแยะระหว่างการทำงานเพื่อประชาชนกับปัญหาภายในพรรค
ถามต่อว่าเหตุใดเลือกเข้าไปคุยกับนายปิยบุตรแทนที่จะเป็นนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค  น.ส.กวินนาถกล่าวว่าเป็นการดูแลคนละส่วนกัน นายธนาธรก็ทำงานในส่วนของเขา ส่วนนายปิยบุตรจะดูแลบุคลากรภายในพรรค
เมื่อถามว่าเรื่องใดที่ทำให้รู้สึกน้อยใจที่สุด น.ส.กวินนาถกล่าวว่าอย่าให้พูดเลย ก่อนจะร้องไห้และเดินออกจากวงสัมภาษณ์ไปทันที
    ขณะเดียวกัน น.ส.ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ เขต 8 พรรคอนาคตใหม่ โหวตสวนมติพรรคอนาคตใหม่ในการประชุมสภาวาระพิจารณา พ.ร.ก.โอนอัตรากำลังพลฯ ชี้แจงว่า ที่งดออกเสียงเนื่องจากในการประชุมพรรคที่ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 6-8 ต.ค.62 ได้พูดคุยกันว่าจะงดออกเสียง แต่การประชุมเมื่อวันที่ 16 ต.ค.ไม่ได้เข้าเนื่องจากว่ามีญาติประสบอุบัติเหตุที่กรุงเทพฯ จึงได้ดูแลญาติไม่ได้เข้าประชุมกับพรรค กระทั่งได้ไปเข้าประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 17 ต.ค. ซึ่งได้พูดคุยกับนายธนาธรก่อนแล้ว ซึ่งนายธนาธรไม่ได้ห้ามที่จะให้งดออกเสียง เพราะมองว่าการงดออกเสียงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แต่ไม่ได้มีโอกาสได้ชี้แจงกับเพื่อนสมาชิกพรรคก่อน
    “ยอมรับว่าน้อยใจ กรณีนายปิยบุตรพูดในที่ประชุมวอร์รูมของพรรคว่ามี ส.ส.งูเห่าสีส้มงดออกเสียง  ขอยืนยันว่าไม่ได้เป็นงูเห่าและไม่เคยขายเสียงให้ใคร ทุกวันนี้ทำเพื่อพรรคมาโดยตลอด ปกป้องพรรคมาโดยตลอด ถ้าถามว่าเสียความรู้สึกหรือไม่ก็มีบ้าง แต่อุดมการณ์ทางการเมืองของตนเองกับพรรคยังมีเหมือนเดิม ยังทำงานกับพรรคอย่างเต็มที่เหมือนเดิม” น.ส.ศรีนวลกล่าวและว่า การที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นส.ส.งูเห่าสีส้ม พร้อมไปสาบานเลยว่าไม่เคยเป็นงูเห่า และยินดีให้พรรคตั้งคณะกรรมการสอบสวน แต่ขอยืนยันว่าในความบริสุทธิ์ ไม่ได้มีเจตนาโหวตสวนมติพรรค และต่อจากนี้จะต้องเผชิญอะไรก็พร้อม แต่ถึงอย่างไรก็จะทำงานให้พี่น้องประชาชนต่อไป ส่วนถ้าถูกขับออกจากพรรคหรือไม่นั้นยังไม่อยากคิดต อนนี้ เพราะต้องการทำงานกับพรรคไปให้นานที่สุด
รับไม่ได้ถูกหักหลัง
    มีรายงานว่านายนิรามาน สุไลมาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค อนค.ได้ทำหนังสือจำนวน 2 หน้าแจ้งไปยังนายธนาธร เรื่องขอลาออกจากกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ลงวันที่ 19 ต.ค. โดยเนื้อหาระบุว่า ตามที่ที่ประชุมใหญ่ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่เมื่อ 27 พ.ค.2561 ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต พี่น้องสมาชิกชาว อนค.ได้มีมติเลือกให้เป็น กก.บห. ซึ่งถือเป็นการให้เกียรติเข้ามาเพื่อทำหน้าที่สำคัญทางการเมือง และด้วยความเชื่อมั่นในแนวทางและอุดมการณ์ของพรรคเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนชาวไทย ตามครรลองของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งตลอดมาก็ได้ทุ่มเทการทำงานร่วมกับพี่น้องทุกคนในพรรคอย่างสุดกำลังความสามารถ เพื่อสานฝันพรรค  อนค.ให้เป็นความจริง แต่ในการประชุม ส.ส.ในวันที่ 17 ต.ค. มีวาระการลงมติร่าง พ.ร.ก.โอนอัตรากำลังพลฯ ตนเองก็มีความเห็นต่างจากเสียงส่วนใหญ่ของที่ประชุม ส.ส.จำนวน 69 คน (เมื่อวันที่ 16 ต.ค.) ซึ่งมีมติคัดค้าน 2:1 = 47 คน (ไม่รับ) และให้งดออกเสียง 21 คน ส่วนเลขาธิการฯ ซึ่งดำเนินการประชุมขอใช้สิทธิ์งดออกเสียง
“ผมมองว่าเรื่องนี้เป็นประเด็นอ่อนไหวที่อาจส่งผลกระทบ (ที่รุนแรง) ต่อพรรคในอนาคตได้ จึงเลือกใช้แนวทางที่ผมเชื่อมั่นว่าดีที่สุดคือการงดออกเสียง และแนวทางดังกล่าวก็สอดรับกับเสียงส่วนใหญ่ของการประชุมหารือของคณะ กก.บห.พรรคเมื่อค่ำวันที่ 8 ต.ค. และเป็นทางออกที่เลขาธิการพรรคได้เปิดช่องเอาไว้ หากสมาชิกท่านใดรู้สึกอึดอัดหรือไม่สบายใจ แต่ท้ายที่สุดผลการลงมติของ ส.ส. พรรคในประเด็นดังกล่าว ก็ผิดไปจากความเห็นส่วนใหญ่ของ กก.บห.พรรค ซึ่งผมมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้”
หนังสือดังกล่าวระบุอีกว่า ได้แสดงจุดยืนทางการเมืองคือการเลือกปฏิบัติตามคำแนะนำที่จะไม่เข้าไปใช้สิทธิออกเสียงในประเด็นดังกล่าวนี้ ก็ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ซึ่งโดยสัญชาตญาณของนักสู้เพื่อความถูกต้องและเป็นธรรม ไม่เคยหวั่นไหวต่อความเห็นในทางลบใดๆ เพราะเมื่อเราก้าวมาเป็นบุคคลสาธารณะแล้ว สังคมย่อมมีสิทธิ์ที่จะวิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่เมื่อมองผลกระทบที่อาจมีต่อพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งเป็นพรรคที่เป็นความหวังและความฝันสุดท้ายของประชาชน เกรงว่าประเด็นของตนเองอาจเป็นชนวนแพร่ขยายความไม่เข้าใจระหว่างพี่น้องสมาชิกพรรคอนาคตใหม่มากขึ้น ดังนั้นเพื่อรักษาภาพลักษณ์ของพรรคเรา ในฐานะ กก.บห.พรรคและ ส.ส. จึงขอแสดงความรับผิดชอบลาออกจากตำแหน่ง กก.บห.ให้มีผลนับตั้งแต่วันที่ 19 ต.ค.เป็นต้นไป เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานการทำงานต่อไป
วันเดียวกัน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีหากนายธนาธรถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าขาดคุณสมบัติ ส.ส.จะส่งผลกระทบต่อพรรค อนค.หรือไม่ ว่าไม่ทราบ อย่าเพิ่งไปตอบก่อนเลย มันไม่ดี อยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญว่าจะตัดสินอย่างไร ซึ่งเรายังไม่รู้ แต่ในคำตัดสินคงจะบอก
    ถามย้ำว่าในฐานะที่นายธนาธรเป็นหัวหน้าพรรค หากถูกตัดสิทธิ์จะมีผลกระทบถึงพรรค อนค.หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่ามันมีทั้งกระทบและไม่กระทบ แล้วแต่เหตุ ซึ่งยังไม่อยากจะไปตอบว่าเหตุมันคืออะไร
วีระเลิกเชื่อถือ 'ทอน'
    ต่อข้อถามว่า หากยุบพรรคการเมือง ส.ส.บัญชีรายชื่อจะพ้นสมาชิกภาพ ส.ส.ไปด้วยหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่าตอบไม่ถูก ยังเป็นปัญหาอยู่ ต้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นคนตีความตรงนี้ก่อนก็แล้วกัน แต่ถ้าไม่แน่ใจก็ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา
เมื่อถามว่า หากกรณีพรรคการเมืองถูกยุบ ส.ส.ของพรรคต้องหาพรรคการเมืองใหม่ใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า "ไม่ตอบ ประเด็นเรื่องหากเนี่ย คุณหากอย่างอื่นหากได้ ซึ่งมาถามว่าหากถูกยุบ ไปตอบเท่ากับหลวมตัวเข้าไปในประเด็นว่าจะยุบ อย่าไปตอบเลยในส่วนนี้ มันไม่สุภาพเรียบร้อยที่จะไปสมมุติแบบนั้น คนกำลังป่วยอยู่โรงพยาบาล คุณมาบอกสมมุติว่าถ้าเขาตาย จะไปพูดทำไม"
    ขณะที่นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีนายธนาธรไปให้ปากคำต่อศาลรัฐธรรมนูญกรณีถือหุ้นสื่อ บ.วี-ลัค ว่าฟังการไต่สวนของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางท่านแล้ว ทำให้เชื่อว่าท่านได้พิพากษานายธนาธรเสร็จเรียบร้อยแล้ว และที่สำคัญได้ฟังคำตอบของนายธนาธรหลายคำตอบแล้ว บอกตรงๆ ไม่น่าเชื่อถือ ไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะหักล้างคำกล่าวหา เชื่อว่านายธนาธรไม่ได้พูดความจริงทั้งหมด เมื่อนายธนาธรไม่กล้าหาญพอที่จะยอมรับความจริงได้  นายธนาธรก็ยังไม่สมควรจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้มาบริหารประเทศ นายธนาธรอ้างว่าเป็นอนาคตใหม่ทางการเมือง จึงควรมีความกล้าหาญทางจริยธรรมมากกว่านี้ น่าเสียดายนักการเมืองที่ควรจะเป็นความหวังใหม่ของสังคมไทย.


ขยันดีนะ....ฝ่ายค้านชุดนี้ เคาะกะลากันรายวัน จะแก้รัฐธรรมนูญ จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล งานเต็มมือ!    เรื่องหาวิธีชำเรารัฐธรรมนูญพูดกันไปเยอะแล้ว มาที่เรื่องซักฟอกรัฐบาลดูบ้าง 

ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'
อ้อย 'ฤๅจะหวานเท่า' ไทย-จีน