ป้อมลั่นเลือกซ่อมไม่พลิกขั้ว ‘ช่อ’ปลุกสาวกคุ้มกันพรรค


   

 "ป้อม" ลั่นเลือกตั้งซ่อมนครปฐมไม่มีพลิกขั้วการเมือง "จุรินทร์" ชูจุดแข็งผู้สมัคร ปชป.เป็นคนพื้นที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง ทำให้ชนะเลือกตั้งได้ "คุณช่อ" ปราศรัยโวยอนาคตใหม่ถูกกลั่นแกล้ง โดน 25 คดีเพราะเขากลัว ปลุก ปชช.คือผู้มีอำนาจสูงสุดในประเทศนี้ จะเป็นผนังทองแดง กำแพงเหล็กคุ้มกันพรรค อนค.ไม่มีใครทำอะไรได้

     เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการประเมินสถานการณ์การเลือกตั้งซ่อม เขต 5 จังหวัดนครปฐม ในวันที่ 23 ตุลาคมนี้ ซึ่งฝ่ายค้านหาเสียงโดยระบุว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของโดมิโนที่อาจจะมีการพลิกขั้วได้ว่า ก็แล้วแต่ฝ่ายค้านจะพูด ซึ่งจะพูดอะไรก็พูดได้ แต่ผลจะออกมาอย่างไรนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง โดยรองนายกฯ ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นว่าผลการเลือกตั้งจะพลิกขั้วรัฐบาลได้หรือไม่ โดยตอบเพียงว่าพลิกได้ไง และเชื่อว่าการเลือกตั้งจะไม่เกิดความวุ่นวาย 
    ส่วนกรณีที่พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ระบุว่าไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้งวันที่ 23 ต.ค.ซึ่งเป็นวันหยุดราชการ เพราะอาจจะทำให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์น้อย พล.อ.ประวิตรกล่าวว่าก็เป็นอีกหนึ่งวันหยุด แต่เชื่อว่าประชาชนจะออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง แต่จะมากน้อยแค่ไหนก็แล้วแต่ประชาชน
    นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคาดหวังในการเลือกตั้งซ่อม เขต 5 จ.นครปฐม ซึ่งพรรคได้จัดเวทีปราศรัยใหญ่เมื่อวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า พรรคประชาธิปัตย์มีคะแนนเป็นอันดับสองในการเลือกตั้งทั่วไป และครั้งนี้ก็ยังมีความหวัง แต่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพี่น้องชาวสามพราน โดยจุดแข็งของเราคือนายสุรชัย อนุตธโต ผู้สมัคร ส.ส.เป็นสมาชิกสภาจังหวัด (ส.จ.) มากว่า 11 ปีอย่างต่อเนื่อง และแม้จะแพ้การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาก็ยังลงพื้นที่มาโดยตลอด ดังนั้นเขาจึงทำงานใกล้ชิดประชาชน 
    "นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในผู้สมัครไม่กี่คนที่เกิดโตและทำงานที่อำเภอสามพราน พร้อมทั้งมีบทบาทในด้านต่างๆ เช่น การแก้ไขปัญหาจราจร รวมถึงเป็นประธานชมรมอนุรักษ์แม่น้ำท่าจีน ในส่วนของพรรควันนี้ก้าวเข้าสู่พรรคประชาธิปัตย์ยุคใหม่ คือมีอุดมการณ์ทันสมัย ทำได้ไว ทำได้จริง จะเป็นจุดที่เข้ามาเติมเต็มความเข้มแข็ง ช่วยให้ประชาชนมั่นใจได้ อะไรที่เราให้คำสัญญาไว้จะทำได้ไวและทำได้จริง"
     ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความกังวลต่อกระแสของพรรคอนาคตใหม่ที่มีอยู่อย่างต่อเนื่องหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า เป็นธรรมดาที่ต้องมีการแข่งขัน เพราะไม่มีผู้สมัครเพียงเบอร์เดียว โดยครั้งนี้มีผู้สมัครมากกว่า 7 พรรคการเมือง และทุกพรรคต้องแข่งกัน แต่จากการประเมินอาจพูดได้ว่าพรรคประชาธิปัตย์ มีโอกาสมากทีเดียว
     เมื่อถามว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ ได้ทราบเรื่องการโจมตีใส่ร้ายหรือการซื้อเสียงหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ตนไม่อยากให้เกิดขึ้นทั้งสองส่วนเพราะเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ทำให้การเลือกตั้งไม่สามารถเดินไปสู่การเมืองยุคใหม่ที่บริสุทธิ์ยุติธรรมได้ โดยเรื่องนี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องเข้าไปดู ไม่ควรนิ่งดูดายเพราะเป็นหน้าที่โดยตรง ตนไม่อยากวิพากษ์วิจารณ์พรรคใด  ขอก้มหน้าก้มตาหาเสียงให้พรรค ปชป.ไป
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ที่ตลาดธันยา อ.สามพราน จ.นครปฐม พรรคอนาคตใหม่จัดเวทีปราศรัยหาเสียงให้กับนายไพรัฏฐโชติก์ จันทรขจร ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค โดยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค, นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค, น.ส.พรรณิการ์ วานิช  โฆษกพรรค รวมถึง ส.ส.พรรคอนาคตใหม่จำนวนมาก มาร่วมเวทีการปราศรัยท่ามกลางประชาชนที่มาฟังอย่างเนืองแน่น 
    โดย น.ส.พรรณิการ์กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า สำหรับชาวสามพรานในการเลือกตั้งครั้งนี้ มีความกลัวเกิดขึ้น 3 เรื่อง คือ 1.กลัวพลังเงิน เพราะตั้งแต่มาช่วยหาเสียง มีพี่น้องประชาชนจำนวนมากส่งจดหมายน้อยมาให้ แจ้งเรื่องการใช้เงินซื้อเสียง เราจะช่วยกันบอกว่าไม่ยอมขายสิทธิ์ขายเสียงตัวเอง  และจะออกไปเลือกตั้งให้คับคั่ง 2.กลัวธนาธรไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งประชาชนชาวสามพรานต้องมีส่วนร่วมช่วยกัน และ 3.กลัวข่าวลือต่างๆ เรื่องยุบพรรคอนาคตใหม่ เรายืนยันว่าถึงตอนนี้ไม่มีคดีความใดที่จะทำให้พรรคถูกยุบได้ และการเลือกตั้ง 23 ตุลาคมนี้จะไม่ใช่แค่ได้คุณไพรัฏฐโชติก์เป็นผู้แทน แต่เสียงของพี่น้องชาวสามพรานที่เลือกเข้าไปจะเป็นผนังทองแดง กำแพงเหล็กให้พรรคอนาคตใหม่ และส่งให้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้เป็นนายกฯ ต่อไปด้วย
    น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า ความกลัวอีกอย่างที่ไปเจอพ่อแม่พี่น้องแล้วสัมผัสได้เบาๆ อย่าเรียกว่าความกลัวเลย เรียกว่าเป็นความเป็นห่วงเล็กๆ น้อยๆ ว่าพรรคจะถูกยุบไหม ธนาธรจะได้เป็นนายกฯ หรือเปล่า หรือตกลงธนาธรจะได้เป็น ส.ส.ไหม พรรคอนาคตใหม่ตั้งขึ้นมา 1 ปี ถ้านับอย่างเป็นทางการ มีแล้วทั้งสิ้น 25 คดี ทั้ง 25 คดีนี้ไม่มีคดีไหนเลยที่เราไม่มั่นใจว่าจะชนะ ไม่มีคดีไหนเลยที่เราไม่มั่นใจว่าเราพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของเราไม่ได้ ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องกฎหมาย แต่คือเรื่องการเมือง คดีความการกลั่นแกล้งกล่าวหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับอนาคตใหม่ล้วนแต่แสดงให้เห็นว่าพวกเขากลัว คนที่ต้องกลัวไม่ใช่เรา แต่คือเขา เมื่อเขากลัวเขาจึงใช้อำนาจทุกทาง พลังทุกอย่างที่มีอยู่ในมือกระทำกับพรรคอนาคตใหม่และสมาชิกของพรรค 
    "แต่พี่น้องเคยได้ยินไหม ไม่มีอำนาจไหนเข้มแข็งกว่าอำนาจของประชาชน ไม่มีพลังไหนยิ่งใหญ่ไปกว่าพลังของประชาชน เพราะอะไรทหารมีปืนมากแค่ไหน ใหญ่แค่ไหน เขายิงประชาชนตายทั้ง 70 ล้านคนได้ไหม คุกในประเทศไทยมีพอขังคน 70 ล้านไหมคะ ไม่มี ประชาชนคือผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในประเทศนี้ เพราะเราไม่ใช่ตัวใหญ่ที่สุด แต่เรามีกันมากที่สุด และด้วยจำนวนนี้ เขาจึงพูดกันว่าประชาชนคือผนังทองแดง กำแพงเหล็ก ที่จะคุ้มกันพรรคการเมืองที่เป็นผู้รับใช้ประชาชน เพราะฉะนั้นความกลัวที่บอกว่าพรรคจะถูกยุบไหม ธนาธรจะได้เข้าสภาหรือเปล่า อย่าไปกลัวเรื่องกฎหมาย อย่าไปกลัวเรื่องคดีความ  อย่างหนึ่งที่เรามั่นใจคือ ตราบใดที่ประชาชนอยู่ข้างเรา ตราบใดที่ประชาชนคนไทยยังเห็นว่าพรรคอนาคตใหม่คือความหวัง ตราบนั้นไม่มีใครทำอะไรพรรคอนาคตใหม่ได้" น.ส.พรรณิการ์กล่าว. 


ขยันดีนะ....ฝ่ายค้านชุดนี้ เคาะกะลากันรายวัน จะแก้รัฐธรรมนูญ จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล งานเต็มมือ!    เรื่องหาวิธีชำเรารัฐธรรมนูญพูดกันไปเยอะแล้ว มาที่เรื่องซักฟอกรัฐบาลดูบ้าง 

ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'
อ้อย 'ฤๅจะหวานเท่า' ไทย-จีน