สู่วาระหัวหน้าเทวดาประจำเมืองหายป่วย-เข้มแข็ง-สิริมงคล


เพิ่มเพื่อน    

     ดวงชะตาเมืองรัตนโกสินทร์

มฤตยูจร (0) กำลังเดินอยู่ในราศีเมษ - 8 กรกฎาคม 2565

พฤหัสบดีจร (5) ย้ายจากราศีพิจิกเข้าราศีธนู เริ่มตั้งแต่ 30ตุลาคม 2562 - 17 มีนาคม 2563

พระเสาร์จร (7) เดินอยู่ในราศีธนู - 1 มีนาคม 2563

พระราหูจร (8) เดินอยูในราศีมิถุน - 10 กันยายน 2563

                ขณะที่ชะตาจรของเมืองอยู่ในสภาพดวงตกสุดขีดของรอบนี้ที่เป็นมาตั้งแต่ 5 ตุลาคม 2561 อันเป็นผลจากพฤหัสบดีจร 5 เดินอยู่ในราศีพิจิก-ภพมรณะดวงเมือง เหมือนหัวหน้าเทวดาประจำเมืองป่วย-คุ้มครองเมืองได้น้อย เหตุร้ายต่างๆ จึงทยอยเกิดอย่างโดดเด่นมากกว่าดี เช่น

                เมืองต้องฟันฝ่ากระแสสงครามการค้าโลกอันหนักหน่วงแบบไม่รู้อีโหน่อีเหน่ (พฤหัสบดีจร 5 ที่ราศีพิจิก-เล็งใส่ราศีพฤษภ-นำความมรณะเสียหายใส่ขอบเขตการทำมาหาได้ของเมือง)

                หรือเกิดฝนตกขี้หมูไหล คนอะไรโผล่ให้เห็นในเมืองเป็นระยะๆ(พฤหัสบดีจรเล็งใส่พระอังคารดวงเดิมดวงเมือง ๓-ผลตามโฉลกคือสุรโทษชนทั้งหลายจะประจักษ์กะตน) เช่น แบบชายโสด (บางตำราบอกโฉด) สูงสองสี หญิงกาลีพิการ หรืออื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการเลือกตั้งที่ชาวบ้านได้เห็นพฤติกรรมประหลาดๆของผู้แทนบางคน

                หรือการสูญเสียผู้หลักผู้ใหญ่ที่เคยเป็นกำลังหลัก-มีบทบาทสูงในเมือง เช่น การสูญเสียพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ อดีตนายกรัฐมนตรี ฯลฯ

                หรือเมืองทำอะไร ส่วนใหญ่ดูเหมือนผิดหมด หากเป็นคนก็แทบจะถอดใจ (พฤหัสบดีจรเดินอยู่ในภพที่แปด-ผลตามโฉลกคือ..ได้ความผิดจนน้ำจิตชัยปรา..) เช่น ข้อกล่าวหาเลือกตั้งแล้วยังเป็นเผด็จการ-แจกเงินให้ไปเที่ยวชิมช้อปใช้กลายเป็นเอื้อเจ้าสัว-ค่าเงินบาทที่สูงขึ้น เพราะความเชื่อมั่นกลายเป็นโทษ เพราะกระทบภาคส่งออก-ล่าสุด หนุ่มแว่นนักเรียนนอกหัวร้อนที่รถเกิดอุบัติเหตุ ระเบิดอารมณ์ด่าคนไทยทั้งประเทศ เป็น ชนชั้นต่ำ ชนิดหัวเราะมิออก ร่ำไห้มิได้กันทั้งเมือง จนชาวบ้านล้อมโรงพักขอดูหน้าคนด่า ฯลฯ

                และแล้วในที่สุด คนในเมืองรัตนโกสินทร์ก็จับมือกันพาเมืองฟันฝ่าช่วงดวงตกมากฝ่ากระแสเชี่ยวกราก ของการปฏิวัติ-เปลี่ยนแปลงใหญ่ (ผลของมฤตยูจร 0 ยังทับลัคนาเมือง)และการได้อะไรแบบกลางๆ ไม่ดีเด่นเลิศเลอ (พระเสาร์ 7 จรเดินอยู่ในราศีธนูภพที่เก้า-ศุภะของเมือง-จะได้ของบ่เลิศพร้องพอใช้การ) เช่น ได้รัฐบาลก็พอกล้อมแกล้ม-เสียงปริ่มน้ำอันเป็นสถานการณ์ที่ผู้เขียนเคยขอไว้ตั้งแต่ปลายปี 2561 มาได้

                ครั้นตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม 2562 ตั้งแต่เวลาประมาณ 21.00. เป็นต้นไป ก็ถึงวาระที่เปรียบได้กับ หัวหน้าเทวดาประจำเมืองจะออกจากโรงพยาบาล (พฤหัสบดีจรย้ายจากราศีพิจิกภพมรณะ) พร้อมด้วยสุขภาพดีและโชคชัย (พฤหัสบดีอยู่ในระยะเป็นศรีจรตามหลักทักษา) เข้าสู่วาระเข้มแข็งสุดขีด(พฤหัสบดีจรเข้าไปเดินในราศีธนูได้มาตรฐานเกษตราธิบดี-แปลว่า มั่นคง-เข้มแข็ง) พร้อม นำทัพดาวดีปกป้องคุ้มครองเมือง- คานอำนาจดาวร้ายปัดเป่าเรื่องร้าย อีกทั้ง อำนวยผลดีของหัวหน้าศุภเคราะห์ รวมทั้ง เปิดทางให้เกณฑ์ดีในเมืองเกิดเต็มที่มากกว่าร้าย ดังลีลาที่เคยเขียนทำนายไว้ในแม่หมอสมัครเล่นตอนที่ 292 คือ

                1.เมืองพ้นเคราะห์สำหรับรอบนี้ รวมทั้งสำหรับชาวลัคนาราศีเมษส่วนใหญ่ (มียกเว้นสำหรับท่านที่อยู่ในระยะพฤหัสบดีเป็นกาลกิณีจร หรือเกณฑ์ร้ายอื่นในดวงชะตารองรับ)

                2.เรื่องร้ายมากในเมืองจะลดน้อยถอยลงเป็นร้าย เรื่องร้ายจะกลายเป็นร้ายน้อย หากร้ายน้อยก็จะปัดเป่าไปได้ อันเป็นไปตามหลักการคานอำนาจของดวงดาวในระดับที่ดาวอื่นรุมให้โทษหมดหากพฤหัสบดีคุ้มครองลัคนาดวงเดียวก็รอดได้ (ผิว์สรรพเคราะห์มาดหมาย ให้โทษแก่ลัคนาหลาย พฤหัสบดีให้คุณก็อาจคุ้มภัย)

                3.เมืองจะได้รับการชื่นชมยินดีตามโฉลก..ได้ฐานาลุลาภาอยู่นองเนือง..หากเป็นไปตามโฉลกนี้ คาดว่าสิ่งที่จะเกิดเช่น อันดับต่างๆ ของเมืองดีขึ้น แข่งอะไรมีโอกาสชนะหรืออันดับดีมากกว่าไม่ดี เช่น นางงาม ชกมวย แขกต่างประเทศมาเยือนกันขวักไขว่ ที่รออยู่คือการจะเสด็จเยือนไทยของสมเด็จพระสันตะปาปา ระหว่างวันที่ 20-23 พ.ย.62

                4.บางช่วงโชคขนาดใหญ่บังเกิด (พฤหัสบดีจรสาดแสงถึงพระอาทิตย์ดวงเดิมดวงเมือง-เกิดโชคใหญ่ตามโฉลกสิทธิโชคมหันต มหิทธิบูชา..)

                5.เป็นระยะจะมีการแต่งตั้งสำคัญในเมืองเกี่ยวกับคนมียศ-ศักดิ์-ตำแหน่ง (พฤหัสบดีจรสาดแสงถึงพระอาทิตย์ดวงเดิม ๑)ตามโฉลก..พระครู (พฤหัสบดี) ต้องสุรีย์ (พระอาทิตย์) จะได้ที่ศักดินา

                6.สงครามการค้ากระทบไทยน้อยลง เพราะ ดวงประเทศจะเดินหน้าแล้ว ต่างประเทศ (ศุภะ) แห่มา กิจการด้านต่างประเทศ-ความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านก้าวหน้า เช่นตัวที่เคยเกิดเมื่อ 19 มีนาคม 2562 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ-นางอองซาน ซูจี เปิดสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่สอง

                ตัวเลขทางเศรษฐกิจเริ่มบวก อนาคตเริ่มมี-ค่าเงินบาทนิ่งขึ้น พฤหัสบดี-ศรี-เกษตรจร สาดแสงถึงพระอาทิตย์ดวงเดิม (๑) ซึ่งเป็นตัวแทนการเสี่ยง การเก็งกำไรในเมือง ตลาดหุ้นน่าจะได้เก็งกำไรอุตลุดอีกรอบ

                7.ไทยจัดงานใหญ่หรือได้รับเกียรติจัดงานระดับโลกเช่นที่รออยู่ คือเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 35 ที่จะมีผู้นำ 18 ชาติเข้าร่วม ระหว่าง 31 ตุลาคม - 4 พฤศจิกายน 2562 ผู้เขียนคาดว่าคงจะมีเหตุการณ์ใหญ่ให้เป็นที่ฮือฮาบ้างละ เพราะเป็นระยะที่ดวงเมืองโดดเด่นด้วยเรื่องศุภะ คือต่างประเทศและโชค

                หรือขบวนพยุหยาตราทางชลมารคที่จะมีขึ้นในวันที่ 12ธันวาคม 2562 โดยเลื่อนมาจาก 24 ตุลาคม 2562 (อันเป็นระยะที่พฤหัสบดี-ศรีจร-ยังอยู่ในนวางค์ขาดดินแดนอันตราย-ไม่สะดวก-ขัดข้องของราศีพิจิก) ฯลฯ

                8.คดีความใหญ่ๆ เดินหน้า ใครควรได้รับความยุติธรรมก็ได้ ใครที่ควรได้รับกรรมตามที่ทำไว้กับชาติบ้านเมืองก็ได้รับตามระดับกรรม เพราะยังอยู่ในระหว่างกรรมเก่าแรงจัดทั้งด้านดี-ร้าย(พระเสาร์จร 7 ยังทับพระเสาร์ดวงเดิม-กรรมเก่าแรง)

                9.จับตาประเด็นเกี่ยวกับ เด็ก-เยาวชน-วัยรุ่น ของเมืองที่จะมีข่าวดีให้ชื่นใจ

                ส่วนผลด้านร้ายที่คาดว่าจะเกิด เช่น

     1.หัวหน้าดาวดีและหัวหน้าดาวร้ายตรึงกำลังกันอีกรอบชนิดไม่มีใครยอมใคร ทำให้ มีเรื่องอึดอัดในเมืองอีกรอบ ไปถึงอย่างต่ำ 1 มีนาคม 2563 เช่นที่เคยเกิดหลังเลือกตั้งแล้วผลออกช้ากว่าจะได้นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลชุดใหม่

                และขณะนี้ ประเด็นจากต่างประเทศ (ศุภะ) ก็เริ่มก่อตัวรางๆ แล้ว เช่นการที่สหรัฐอเมริกาส่งสัญญาณไม่ให้ไทยแบนหรือห้ามนำเข้าสารเคมีบางตัว จึงคาดว่าจะต้องเจรจาต่อรองกันหนักมาก

                2.การรุกรับของทั้งสองฝ่ายในเมืองเองจะเป็นไปอย่างแปลกประหลาด ไม่มีใครยอมใคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ขณะนี้ฝ่ายค้านก็จองกฐินอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้วในเดือนธันวาคม 2562

                3.อาจมีข่าวการจัดตั้งองค์กรที่เป็นปฏิปักษ์กับรัฐไทยจากต่างประเทศหรือต่างประเทศสนับสนุน

                4.อันตรายจากน้ำมาก-ดินถล่ม-พายุเข้ายังต้องระวังต่อไป โดยคาดว่าจะมีพายุลูกหลงมาแบบแปลกๆ หนึ่งลูกทางภาคใต้ประมาณ 10 พฤศจิกายน 2562 ก่อนหรือหลัง 7 วัน (พระอังคารจรร่วมธาตุกับพระราหูจร) หรือไม่ก็อาจมีเรื่องเกี่ยวกับอากาศให้เป็นข่าวใหญ่

                สรุปคือ ชะตาเมืองก็เหมือนชะตาคนที่ ทั้งทุกข์ สุขที่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แต่เมื่อหัวหน้าเทวดาประจำเมือง(พฤหัสบดี) เข้มแข็งเต็มที่ในทางให้คุณ เมืองและคนในเมืองควรฉวยจังหวะทำอะไรดีๆ ซึ่งรอบนี้จะเป็นไปถึง 17 มีนาคม 2563

                จริงอยู่จังหวะดีๆ มากกว่าร้ายๆ ของเมืองอาจไม่ยาวนาน แต่ผู้เขียนเคยเห็นมากับตา คือคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ใช้ระยะที่ดวงดาวพลิกมาเป็นให้โชคใหญ่ (โชคเทวฤทธิ์) แค่เดือนเดียวก็เป็นนายกรัฐมนตรีได้

                ส่วนหลัง 17 มีนาคม 2563 แล้วเมืองจะมีทิศทางไปเช่นไรจะได้แจ้งให้ทราบอีกครั้ง. 


เสาร์นี้...เป็นเสาร์สุดท้าย "เดือนพฤษภา."นักสถิติศาสตร์การบ้าน-การเมืองบอกว่า "พฤษภา.กับตุลา." เป็นเดือน "ชง" ของประเทศ

"ความต่างระหว่างคนกับสัตว์"
ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้
"โลกเปลี่ยนไป-ไทยเปลี่ยนรวย"