สหรัฐตัดGSPไทย ‘ทรัมป์’เอาคืนสินค้า571รายการโทษฐานแบนสารเคมีพิษ3ชนิด


เพิ่มเพื่อน    

 "ทรัมป์" ลงนามตัดสิทธิ์จีเอสพีไทยมูลค่าร่วม 4 หมื่นล้านบาท อ้างไม่สามารถยกระดับสิทธิแรงงานให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล แต่มีเสียงวิจารณ์หึ่งตอบโต้ไทยแบน 3 สารเคมีพิษทางการเกษตร "อนุทิน" โต้ทันควันไม่มีความชอบธรรมทางจริยธรรม แต่ฝ่ายค้านได้ทีขย่มแหลก "วัฒนา" ไล่รัฐบาลลาออก เหน็บประเทศไม่ใช่ที่ฝึกงานของทหารเกษียณ

    ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ได้ลงนามในคำประกาศเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2562 ส่งถึงรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ประธานวุฒิสภา และนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎร ระบุถึงการระงับสิทธิจีเอสพีแก่สินค้าส่งออกบางประเภทจากไทย 
    ทรัมป์อ้างเหตุผลจากรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยยังไม่สามารถยกระดับสิทธิแรงงานให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล
        อย่างไรก็ตาม ข้อความในจดหมายของทรัมป์ไม่ได้แจกแจงรายการสินค้าว่ามีอะไรบ้าง แต่ระบุแต่เพียงว่าสินค้าดังกล่าวคิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 40,300 ล้านบาท
    ทั้งนี้ สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) ระบุว่า มาตรการที่จะใช้กับไทย จะมีผลบังคับใช้ภายใน 6 เดือน จะครอบคลุมสินค้าของไทยที่ได้รับสิทธิพิเศษประมาณ 1 ใน 3 แต่ในส่วนของสินค้าอาหารทะเลทุกประเภทจะถูกระงับจีเอสพี เนื่องจากปัญหาสิทธิและสวัสดิการแรงงาน
    มีรายงานว่า สินค้าไทยที่อยู่ในการที่จะถูกตัดสิทธิ์จีเอสพีตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน 2563 จะมีถึง 571 รายการ ครอบคลุมทั้งของกินและของใช้ ตั้งแต่อาหารทะเล ผักและผลไม้ เมล็ดพันธุ์ น้ำเชื่อมและน้ำตาล ซอสถั่วเหลือง น้ำผักและผลไม้ ไปจนถึงอุปกรณ์เครื่องครัว ประตูหน้าต่าง ไม้อัดและไม้แปรรูป เครื่องประดับ แผ่นเหล็ก และสเตนเลส เป็นต้น 
    โดยมีรายงานว่า การตัดสินใจของทรัมป์เป็นผลสืบเนื่องมาจาก การแบนสารเคมีอันตราย 3 ชนิด ในภาคการเกษตร โดยเฉพาะสารไกลโฟเซต ซึ่งสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอให้ทบทวน 
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันจันทร์ที่ 28 ตุลาคม นายกีรติ รัชโน ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ จะแถลงรายละเอียดกรณีสหรัฐตัดสิทธิ์จีเอสพีไทย ณ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เวลา 10.30 น.
    นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้ความเห็นว่า ได้โพสต์สุขภาพของประชาชน ต้องอยู่เหนือผลประโยชน์ทางธุรกิจ เขาไม่มีความชอบธรรมทางจริยธรรมที่จะมากดดันรัฐบาลไทย ที่ได้ตัดสินใจให้ความสำคัญกับสุขภาพของประชาชน เหนือผลประโยชน์ทางธุรกิจ และที่เราทำไป ก็ไม่ได้ขัดต่อกฎกติกาการค้าระหว่างประเทศใดๆ ทั้งสิ้น
ยังมีเวลาพอรับมือ
     นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องอยู่ที่ภาครัฐในการกำหนดท่าทีต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอีกครั้ง เพราะจะมีผลวันที่ 25 เมษายน 2563 ยังพอมีเวลารับมือ แต่อย่างไรก็ตาม ในมุมของเอกชนกังวลต่อผลกระทบที่จะเกิดขึ้นแน่นอน โดยเฉพาะด้านการส่งออก แต่เชื่อว่าสินค้าไทยกลุ่มดังกล่าวยังเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคสหรัฐ เพราะเป็นสินค้าในชีวิตประจำวัน และไทยผลิตสินค้าที่มีคุณภาพและหลากหลาย แต่ผลกระทบที่กังวลมากกว่าคือตัวผู้ประกอบการส่งออกของไทย ที่ปัจจุบันกำลังเผชิญกับสถานการณ์เงินบาทที่แข็งค่าที่สุดในโลก เท่ากับว่าไทยโดน 2 เด้ง ดังนั้นอยากให้หน่วยงานอย่างธนาคารแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เข้ามาดูแลเรื่องเงินบาทโดยด่วน
    นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ยังไม่ได้ศึกษาข้อมูลในเรื่องนี้ จึงเร็วเกินไปที่จะระบุว่ามาตรการดังกล่าวจะมีผลกระทบอย่างไรต่อเราบ้าง แต่เชื่อว่าอาจจะมีผลกระทบ ดังนั้นจึงต้องขอเวลาในการศึกษารายละเอียด ทั้งในส่วนอัตราภาษีจีเอสพี และขอประเมินมูลค่าการเสียสิทธิก่อน เกรงว่าหากลงรายละเอียดในขณะนี้ข้อมูลอาจคลาดเคลื่อน
         อย่างไรก็ตาม มองว่าอย่างน้อยผลกระทบที่เกิดขึ้นจากมาตรการดังกล่าว คือสินค้าในกลุ่มที่ถูกตัดสิทธ์จีเอสพีจะมีราคาแพงขึ้น ซึ่งในกลุ่มสินค้าประเภทอาหารทะเลถือว่าไทยเป็นเจ้าตลาดพอสมควร ขณะเดียวกันผู้ประกอบการก็ต้องเร่งปรับตัว เพื่อให้สามารถลดต้นทุนในการผลิตและตั้งราคาที่สามารถแข่งขันได้
    "กรณีนี้หากเทียบเคียงกับกรณีสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน สหรัฐเองก็ยังขาดดุลทางการค้ากับจีน ซึ่งนั่นหมายความว่า จีนยังสามารถที่จะส่งสินค้าไปยังสหรัฐได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งลดลงจากเดิมอย่างมาก จึงคิดว่าไม่น่าจะแตกต่างกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับไทยมากนัก" นายธนวรรธน์กล่าว 
    นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ให้ความเห็นว่า ถ้าไทยเข้ากลุ่มองค์การความร่วมมือแห่งเซี่ยงไฮ้ ก็ไม่ต้องกลัวได้รับผลกระทบใดๆ จากเรื่องแบบนี้อีกต่อไป มิฉะนั้นระบบเศรษฐกิจไทยและการค้าต่างประเทศไม่มีวันที่จะมีเสถียรภาพและความมั่นคงได้เลย เว้นแต่จะยอมเป็นเมืองขึ้นแบบบางประเทศ ข้อกล่าวหาแบบนี้จะกล่าวหากันได้ทุกวัน
    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สาเหตุที่รัฐบาลสหรัฐตัดสิทธิ์ เนื่องจากรัฐบาลไทยล้มเหลวการยกระดับสิทธิแรงงานให้เท่าเทียมมาตรฐานโลก พล.อ.ประยุทธ์เป็นรัฐบาลมา 5 ปี จะโยนความผิดไปใส่รัฐบาลไหนคงไม่ได้ ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์คุยมาตลอดว่า ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ สามารถออกกฎหมายได้มากที่สุด
ไล่รัฐบาลลาออก
         “วันนี้คงถึงบางอ้อแล้วว่า ประสิทธิภาพของการออกกฎหมาย ขึ้นอยู่กับเนื้อหา รายละเอียด ความเป็นสากล ไม่ใช่ปริมาณ โจทย์ใหญ่ที่ท้าทายรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์คือเรื่องเศรษฐกิจ ท่ามกลางข้อจำกัดทางการคลัง ความล่าช้าของงบปี 63 อย่างน้อย 3 เดือน การหดตัวของการส่งออก การซบเซาของการท่องเที่ยวที่ต้องเผชิญ พล.อ.ประยุทธ์ต้องตอบว่าจะรับผิดชอบปมสหรัฐตัดสิทธิ์จีเอสพี สินค้าไทยอย่างไร” โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าว
    ด้านนายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ท่ามกลางความขัดแย้งของสองมหาอำนาจ ไทยต้องระมัดระวังท่าทีและบทบาทที่จะส่งผลทางการเมือง พึงระลึกว่าเราไม่ควรเข้าไปอยู่ตรงกลางในระหว่างที่เสือสองตัวกำลังสู้กัน การแสดงท่าทีเลือกข้างหรือเอียงไปทางใดทางหนึ่ง ได้ส่งผลเสียหายต่อประเทศแล้ว จากนี้ไปคนไทยจะเผชิญความยากลำบากมากขึ้นจากความไร้สติปัญญาของรัฐบาล
    เขาบอกว่า ทางรอดเดียวที่เหลืออยู่คือรัฐบาลต้องกระตุ้นให้เกิดการบริโภคภายใน อันเป็นเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจตัวเดียวที่เหลือที่ยังสามารถกระตุ้นได้ หัวใจสำคัญคือต้องทำให้คนไทยส่วนใหญ่ โดยเฉพาะคนยากจนเกิดกำลังซื้อ ซึ่งทำได้สองแบบคือแจกเงินแบบที่กำลังทำอยู่ หรือลงทุนเพื่อให้คนเห็นอนาคต หรือการแจกโอกาสเพื่อให้ประชาชนเอาไปต่อยอดให้เกิดการผลิตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน 
    "ถ้าไม่มีปัญญาจะทำอะไรมากไปกว่าการแจกเงินก็ลาออกไป ประเทศไม่ใช่ที่ฝึกงานของทหารเกษียณ" นายวัฒนากล่าว
    ขณะที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกกำลังจะชะลอตัวลงอีก การค้าระหว่างประเทศลดลง ขณะที่สงครามการค้ายังเดินหน้าต่อไป และส่งผลกระทบไปทั่วโลก เบร็กซิตยังไม่มีข้อยุติง่ายๆ การส่งออกซึ่งเคยเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดเติบโตเป็นลบ เศรษฐกิจไทยเติบโตต่ำสุดในอาเซียน ล่าสุดสหรัฐประกาศตัดสิทธิ์ GSP ไทยมูลค่าเกือบ 40,000 ล้านบาท ซึ่งจะมีผลต่อการส่งออกเป็นแสนๆ ล้าน เศรษฐกิจไทยจะเป็นอย่างไรต่อไป ประเทศไทยจะทำอย่างไรกันต่อไป ถึงเวลาต้องคุยกันอย่างจริงจังแล้ว
ไม่เชื่อเพราะแบนสารเคมี
    นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี (ไบโอไทย)  มองว่า ไม่น่าเกี่ยวกับแบนสารเคมี ซึ่งกรณีนี้ก็ไม่จำเป็นต้องทบทวนหรือชี้แจงใดๆ คนละส่วนกัน และขอย้ำว่าอันนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกีดกันทางการค้าใดๆ เลย เพราะมีข้อมูลทางด้านวิทยาศาสตร์ ข้อมูลสุขภาพ
    เขากล่าวถึงกรณีมีคนแสดงความเห็นผ่านเพจ Biothai ข่มขู่เรื่องเปิดเผยเบื้องหลังสหรัฐ ขอให้ไทยยกเลิกมติแบน 3 สารพิษ มาจากผู้บริหารของสมาคมที่จัดตั้งขึ้นโดยบริษัทสารเคมีกำจัดศัตรูพืชว่า อาจจะตายสักวัน ว่าจากการที่ได้ปรึกษากับทนายความ ก็ได้รับคำแนะนำว่าให้ไปลงบันทึกประจำวันไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย โดยจะเดินทางไปยังสถานีตำรวจนนทบุรี วันที่ 28 ต.ค.นี้ เวลา 10.00 น. และจะรวบรวมข้อมูลส่งให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย ส่วนการชี้แจงต่อสหรัฐมองว่าไม่จำเป็นที่ระดับนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีจะต้องชี้แจง เนื่องจากตามวิธีการทูตแล้ว สามารถแจ้งให้ระดับเจ้าหน้าที่ เช่น อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ที่เป็นเลขานุการของคณะกรรมการวัตถุอันตรายเป็นผู้ชี้แจงต่อทางฝ่ายสหรัฐได้เลย
         นายวิฑูรย์บอกว่า การชี้แจงเบื้องต้นอาจประกอบด้วย 1.เราดำเนินการภายใต้กฎหมายไทย และ 2.ดำเนินการตามหลักพื้นฐานข้อมูลทางด้านวิทยาศาสตร์ ที่อิงตามพื้นฐานขององค์การอนามัยโลก (WHO) สถาบันวิจัยมะเร็งนานาชาติ เป็นต้น 
    นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า วันอาทิตย์เดินทางไปจังหวัดอุดรธานี เพื่อประชุม 3 ฝ่าย ประกอบด้วย กลุ่มเกษตรกร ภาคเอกชน และภาครัฐ ในการประกันรายได้เกษตรกร มันสำปะหลัง ซึ่งจะมีการกำหนดราคาที่จะตกลงประกันรายได้รวมกัน ซึ่งผลจะออกมาเป็นอย่างไร จะได้ในราคากิโลกรัมละเท่าไหร่ ต้องรอผลสรุปในวันพรุ่งนี้
         เขายังกล่าวถึงกรณีกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกาทำหนังสือถึงรัฐบาลไทย เพื่อขอให้ทบทวนการแบนสารเคมีอันตราย 3 ชนิดในภาคการเกษตร โดยเฉพาะสารไกลโฟเซต ว่าภายหลังกระทรวงเกษตรสหรัฐส่งเรื่องนี้มายังกระทรวงพาณิชย์ ก็ได้ส่งต่อเรื่องให้ กรมการค้าต่างประเทศได้นำไปพิจารณาแล้ว จะมีผลกระทบต่อประเทศอย่างไร ซึ่งต้องรอการพิจารณาของกรมการค้าต่างประเทศ ซึ่งเหตุผลที่ส่งเรื่องนี้ให้กรมการค้าระหว่างประเทศ เพราะอยู่ในคณะกรรมการวัตถุอันตราย
ชู"มนัญญา"หญิงแกร่ง
        ทั้งนี้ ในหนังสือกระทรวงเกษตรสหรัฐแสดงความห่วงใยเรื่องต้นทุนการใช้ยาตัวใหม่จะแพงขึ้น เฉลี่ยถึง 1 แสนล้านบาท พร้อมกับห่วงว่าสินค้าเกษตรบางอย่างของสหรัฐจะมีปัญหาการนำเข้าในประเทศไทยหรือไม่ ส่วนตัวสะท้อนให้เห็นว่าทางสหรัฐห่วงใยการส่งออกสินค้า ที่จะส่งออกไปยังต่างประเทศ โดยส่วนตัวขณะนี้ยังไม่สามารถให้คำตอบได้ว่าจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างไร ต้องรอให้หน่วยงานที่ข้องไปพิจารณาตามขั้นตอนก่อน
         อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้กระทรวงการต่างประเทศจะเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด อีกทั้งเรื่องนี้ยังจะไม่นำเข้าสู่ที่ประชุมอาเซียนที่จะมีขึ้นในต้นเดือนหน้า เพราะในส่วนของอาเซียนจะเป็นเรื่องการค้าการลงทุนเท่านั้น ส่วนตัวยังคงไม่สามารถตอบได้ว่าประเทศอื่นในอาเซียนจะได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ด้วยหรือไม่
    ด้าน พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่กำกับดูแลกรมวิชาการเกษตร ก็ได้ผนึกกำลังร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข ในการผลักดันแบน 3 สารพิษได้เป็นผลสำเร็จ ซึ่ง น.ส.มนัญญาถือเป็นรัฐมนตรีผู้หญิงเพียงคนเดียวของพรรคภูมิใจไทย ที่ทำงานเดินหน้าต่อสู้ในสิ่งที่ถูกต้อง 
    "แม้จะเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ แต่เรียกได้ว่าเป็นหญิงแกร่งแห่งพรรคภูมิใจไทย สู้ไม่ถอยในเรื่องที่ถูกต้อง เพื่อประโยชน์ เพื่อชีวิตที่ดีกว่าของพี่น้องประชาชน"
         พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์กล่าวว่า อยากให้พี่น้องประชาชนได้เห็นถึงความตั้งใจในการทำงานของพรรคภูมิใจไทย เราสัญญาว่าบุคลากรของพรรคภูมิใจไทยทุกคน จะเดินทำงานหนักอย่างไม่ย่อท้อ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนต่อไป นายอนุทินฝากขอบคุณทุกคน ทุกหน่วยงาน รวมถึงรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยทุกคน ที่ให้ความร่วมมือในการทำงานผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์ ให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมและประสบความสำเร็จอย่างดี 
    "ผลงานที่ออกมา ไม่ใช่เป็นของพรรคภูมิใจไทยเท่านั้น แต่ถือเป็นผลงานของรัฐบาลด้วย เพราะทุกนโยบายที่จะสำเร็จได้ ลำพังเพียงพรรคภูมิใจไทยพรรคเดียวไม่อาจทำให้สำเร็จได้ ต้องได้แรงสนับสนุนจากรัฐบาลด้วย ดังนั้นผลงานที่ออกมาต้องให้เครดิตกับทุกคนในรัฐบาล” โฆษกพรรคภูมิใจไทยกล่าว.


บอกก่อน.....ผมไม่รู้จริงๆ ว่า "พรรคพลังประชารัฐ" เขาเล่นอะไรกัน?รัฐบาลกำลังไปได้ดีจู่ๆ ก็เล่นเกมชิงเก้าอี้ "หัวหน้าพรรค" โดย กก.บห. "เกินกึ่งหนึ่ง" รวมหัวกัน ยื่นหนังสือลาออก เมื่อวาน (๑ มิ.ย.๖๓)เป็นผลให้คณะกรรมการบริหารพรรค "พ้นตำแหน่ง" ทั้งคณะ ต้องเลือกตั้ง กก.บห.กันใหม่ทั้งหมด ภายใน ๔๕ วัน!

"การเมืองวันที่ไม่มีประยุทธ์"
เมื่อ "ทัวร์ลง" เดือนพฤษภา.
"ความต่างระหว่างคนกับสัตว์"
ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'