ได้จังหวะ “หญิงหน่อย” เชื่อเศรษฐกิจแย่ ปีหน้าตกงานอีก 5แสนคน


เพิ่มเพื่อน    

เมื่อเวลา 15.40 น. ที่โรงแรมรอยัล ปริ๊นเซส หลานหลวง คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรรคเพื่อไทย ให้ความเห็นกรณีที่ สินค้าไทย 517 รายการ ถูกสหรัฐอเมริกา ออกประกาศระงับการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร เป็นการทั่วไปหรือ GSP ว่า การตัด GSP ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ ที่กระทบต่อภาวะเศรษฐกิจอย่างมาก เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า ขณะนี้การส่งออกมีปัญหาอยู่แล้ว จากค่าเงินบาทที่แข็งค่ามาก ประกอบกับสงครามการค้าระหว่าง จีนกับสหรัฐฯ แต่ในสงครามการค้าไทยเรายังมีโอกาส จากที่สหรัฐฯไม่ซื้อสินค้าหลายอย่างจากจีน เราก็อาจเข้าเป็นตัวแทนได้

แต่เมื่อถูกตัด GSP และตัวสินค้าที่เป็นธุรกิจกลุ่ม sme ซะส่วนใหญ่ ยกเว้นธุรกิจรายใหญ่อย่างชิ้นส่วนยานยนต์ ดังนั้นจึงกระทบคนส่วนใหญ่ และยังกระทบไปสู่การเลิกจ้างแรงงาน ดังนั้นถือเป็นเรื่องใหญ่ที่รัฐบาลต้องเร่งเจรจา และหาสาเหตุ ในการถูกตัด GSP และแก้ให้ถูกจุด ว่าจะสามารถเจรจากับสหรัฐได้อย่างไร ในฐานะคู่ค้า ประเทศไทยจะต้องไม่เป็นลูกไล่ของประเทศใด เรามีศักดิ์ศรีที่ทัดเทียมกับทุกประเทศ

ขณะที่โลกยุคใหม่ เป็นโลกแห่งการค้าเสรี ทุกคนมีสิทธที่จะค้าขายกันดังนั้นเราต้องเจรจาในฐานะผู้ค้า ที่เป็นคู่ค้ากัน ในบทบาทที่ทัดเทียมกัน เราต้องหาสาเหตุให้ได้ว่าเขาใช้เหตุผลที่เป็นธรรมอะไรมาตัด GSP  และเราจะยกเรื่องอะไรมาต่อสู้ เพื่อยกอำนาจการต่อรองกับเขา โดยที่สหรัฐฯเองก็ต้องพึ่งพาเราหลายเรื่อง ขณะเดียวกันเราต้องพึ่งพาซึ่งกันและกันหลายเรื่องเช่นเดียวกัน ดังนั้นการตัด GSP โดยที่เหตุผลไม่พอ เป็นสิ่งที่รัฐบาลไทยต้องปกป้องผลประโยชน์ของคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การตัด GSP ครั้งนี้ มีมูลค่าถึง 40,000 ล้านบาท จะต้องกระทบเศรษฐกิจอย่างแน่นอน

“ขณะนี้ 4 เครื่องยนต์แรกของเรา คือการส่งออก ก็สลบอยู่แล้ว ค่าเงินบาทที่แข็งก็ยังแก้ปัญหาไม่ได้ การท่องเที่ยวก็ชะลอตัวลงมาก ขณะที่การลงทุนใหม่ไม่มีเลย เพราะเขาไม่เชื่อมั่นในประเทศไทย ส่วนเรื่องกำลังซื้อ รัฐบาลก็แก้ไม่ถูกจุด ใช้วิธีการหว่านเงิน แต่เป็นการหว่านเงินที่ไม่สามารถส้รางเศรษฐกิจ รายได้ใหม่กับประชาชน ในกลุ่มใหญ่ได้ขณะที่โรงงานกำลังปิดตัวลงเพราะกำลังซื้อไม่พอ เพราะการส่งออกน้อยลง แล้วยังต้องมาได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้อีก อาจทำให้คนตกงานเยอะ ปีหน้า คาดว่าคนจะตกงานถึง 500,000 คน ดังนั้นรัฐบาลต้องเร่งแก้ไขปัญหา และต้องเจรจราต่อรองอย่างเอาจริงเอาจัง โดยไม่ต้องรอเวทีประชุมอาเซียน” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวและว่า เมื่อเขาตัด GSP เราโดยไม่แจ้งล่วงหน้า เราสามารถที่จะเจรจาได้ตั้งแต่เดี๋ยวนี้เป็นต้นไป ไม่ต้องรอเวทีที่จะมีการประชุมร่วม และถือเป็นเรื่องใหญ่ที่รัฐบาลต้องเจรจาว่า เหตุใด มาตัด GSP และการเจรจรา ต้องอยู่บนพื้นฐานผลประโยชน์ของคนไทย และบนศักดิ์ศรีที่ทัดเทียมกัน ขณะที่ในส่วนของสหรัฐฯ ก็ขอให้พิจารณาบนพื้นฐานข้อมูลที่เป็นธณรมกับประเทศไทย และเปิดทางการพูดคุย

เมื่อถามว่า สาเหตุของการตัด GSP มาจาก การแบน 3 สารพิษ ของรัฐบาลนั้น คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า เป็นเพียงแค่การคาดเดา และอยากให้แยกเหตุผลในการพิจารณา โดยเรื่องการแบนสารพิษนั้น ก็เป็นสิ่งที่เราต้องทำ ซึ่งตนก็เป็นหนึ่งในคนที่ยกมือสนับสนุนให้มีการแบน แต่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการที่ทำอยู่ตอนนี้เพราะยังขาดการให้ความรู้ความเข้าใจรวมทั้งมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร ต่อวิธีการกำจัดศัตรูพืช ทางเลือกอื่น ที่ไม่เป็นอันตราย เพราะไม่แน่ว่า ในอนาคต อาจมีสารตัวใหม่ขึ้นมาหรือ เพียงค่การเปลี่ยนชื่อ แล้วกลายเป็น ทำให้สารพิษต่างๆลงสู่ใต้ดิน ซึ่งไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน โดยตนเห็นว่า ควรต้องออกมาตรการควบคุม คู่กันไป เช่นการให้กู้โดยปลอดภาษี 5 ปี หรือการให้ความรู้ต่อการให้ทางเลือกในการใช้สารอินทรีย์

ที่ผ่านมารัฐไม่ได่สนับสนุน หรือวิจัยพัฒนาในเรื่องนี้เลย เราต้องทำให้เกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจการผลิตอาหารที่ไม่เป็นอันตราย แต่ต้องปลอดภับต่อผุ้บริโภค และต้องระวังไม่ให้ใช้สารพิษลงดิน สนบัสนุนให้มีการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นพนวกกับเทคโนโลยีเหมือนที่ในอดีต ที่เราใช้ DDT ฉีดฆ่ายุง หากสั่งแบนไม่มีใช้ ก็อาจทำให้ไข้เลือดออกระบาด แต่เรายังสามารถสร้างทางเลือกได้ คือการใช้ตะไคร้หอม แทนสารเคมี

ส่วนที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลออกมาพูดถึงความสำเร็จของการแก้ปัญหาแรงงานและได้รับการยอมรับจากสหรัฐ แต่สวนทางกับ เหตุผลที่ใช้ตัดสิทธิ์ไทยในครั้งนี้นั้น คุณหญิงสุดารัตน์ระบุว่า เป็นเรื่องหนึ่งที่รัฐบาลจะต้องทำให้เกิดความชัดเจน เพราะการแก้ปัญหาประมงของรัฐบาล คือการทำลายระบบภาคประมงทั้งหมด ทำให้คนเป็นแสนเป็นล้านต้องตายสนิท เพื่อแลกกับเรื่องของแรงงาน ท้ายที่สุดเมื่อรัฐบาลบอกว่าสำเร็จ แต่เป็นสาเหตุของการถูกตัดสิทธิ์ gsp ก็ต้องมาดูว่าเป็นข้อบกพร่องในส่วนใด ที่รัฐบาลต้องแก้ไข


วันนี้...ศุกร์ ๒๑ กุมภา. บ่าย ๓ โมง ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ถนนแจ้งวัฒนะ หลังประชุมอภิปรายและลงมติแล้ว

'บทบาท กมธ.ที่น่าทบทวน'
เรื่องกฎหมาย 'สไตล์ปิยบุตร'
พงศกร 'สะท้อนภาพ' ธนาธร
จะเอาให้ 'เผาศาล' กันใช่มั้ย?
จำเลย 'สารภาพ' แต่ดิ้นโชว์
"ออมสิน" ในปริศนา "เสี่ยสั่ง"