แนะใช้'อาเซียน' คุยทวิภาคีมะกัน แอ๊ดจวกสันดาน


   


    "นักวิชาการ" แนะรัฐบาล ใช้เวทีประชุมอาเซียนถกสหรัฐแก้ปมตัดสิทธิ์จีเอสพีไทย พร้อมหนุนหาตลาดใหม่เพิ่มเติม "อาจารย์ ม.มหิดล" ขอนักการเมืองอย่าดึงต่างชาติมาหาประโยชน์ทางการเมืองจนประเทศเสียหาย "หมอประกิต" ชี้ไทยแบน 3 สารพิษไม่ขัดกฎการค้าระหว่าง ปท. "แอ๊ด คาราบาว" ซัดแรงอเมริกาไร้คุณธรรม
    ความเคลื่อนไหวในส่วนนักวิชาการ ภายหลังจากสหรัฐอเมริกาเตรียมตัดสิทธิพิเศษภาษีศุลกากรสินค้า (จีเอสพี) ของประเทศไทยในอีก 6 เดือนข้างหน้า โดยอ้างว่าไทยไม่สามารถแก้ปัญหาแรงงานได้ เป็นไปตามหลักสากลนั้น
    เมื่อวันที่ 27 ต.ค. นายปณิธาน วัฒนายากร อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า สหรัฐได้ขอทบทวนการให้สิทธิพิเศษกับไทยมา 2 ปีแล้ว โดยยื่นเงื่อนไขหากจะได้สิทธิพิเศษ ไทยควรจะต้องเปิดตลาดเครื่องในสุกรให้สหรัฐ แต่ไทยยังอยู่ในระหว่างการตั้งคณะทำงานพิจารณา เนื่องจากเครื่องในสุกรของสหรัฐมีสารเร่งเนื้อแดงที่อาจเป็นอันตรายได้ จึงยังไม่ได้อนุญาต ซึ่งเรื่องนี้เป็นหนึ่งในเหตุผลที่สหรัฐตัดสิทธิพิเศษกับไทย และอีกหนึ่งเงื่อนไขคือสหรัฐมองว่าการปรับปรุงสิทธิแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานประมงของไทยยังไม่ดีขึ้น รวมทั้งปัจจัยด้านการเมือง เนื่องจากสหรัฐกำลังอยู่ในช่วงหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดี แต่ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้กำไรการค้าจากสหรัฐ 
    "เรื่องการที่ไทยแบน 3 สารเคมี ไม่ได้มีการระบุว่าเป็นสาเหตุ อีกทั้งนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.พาณิชย์ ยืนยันไม่ใช่ โดยไทยยังมีเวลา 6 เดือน ในการชี้แจงประเด็นที่ถูกนำมาใช้ในการตัดสิทธิ์  ทั้งเป็นโอกาสดีที่ไทยจะใช้โอกาสในการประชุมอาเซียนพูดคุยกับสหรัฐในเรื่องนี้ด้วย ขณะเดียวกันทางรัฐบาลก็จะต้องหามาตรการและหาตลาดเพิ่มเติมมากขึ้น" นายปณิธานกล่าว
    ส่วน ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจเพื่อการปฏิรูป สถาบันเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ผลกระทบสหรัฐตัดสิทธิ์จีเอสพีสินค้าไทยจะกระทบกับกลุ่มธุรกิจส่งออกที่ใช้วัตถุดิบภายในประเทศในสัดส่วนที่สูง และจำนวนไม่น้อยจะเป็นกิจการขนาดเล็กและขนาดกลาง หรือ SME ค่อนข้างมาก เกษตรกรและชาวประมงจะได้รับผลกระทบไปด้วย สินค้าครอบคลุมมากถึง 573 รายการ ตั้งแต่อาหารทะเลหลากชนิด ผักผลไม้ น้ำเชื่อมและน้ำตาล ซอสถั่วเหลือง น้ำผักผลไม้ เมล็ดพันธุ์ อุปกรณ์เครื่องครัว ไม้อัด ไม้แปรรูป เหล็กแผ่น สเตนเลส ดอกไม้ประดิษฐ์ เครื่องประดับ จามชาม เป็นต้น 
    "หากทางการไทยมีการทำงานเชิงรุกมากขึ้น เพื่อปกป้องผลประโยชน์ทางการค้าของประเทศ การตัดสิทธิ์จีเอสพีครั้งนี้ควรเข้าสู่กระบวนการเจรจาต่อรองในการประชุมอาเซียนที่จะมีขึ้นในช่วงต้นเดือน พ.ย.นี้ ทางการไทยควรยื่นข้อเสนอไปยังผู้แทนรัฐบาลสหรัฐที่มาร่วมประชุม เพื่อให้สหรัฐทบทวนการตัดสิทธิ์จีเอสพีดังกล่าว" ผศ.ดร.อนุสรณ์กล่าว
    ขณะที่นายปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์ นักวิชาการมหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์เฟซบุ๊กเรื่องดังกล่าวว่า คนไทยต้องเป็นไท เรื่องต่างประเทศเข้ามาแทรกแซงประเทศไทยต้องอยู่เหนือการเมืองหรือพรรค ผลประโยชน์และความอยู่รอดของชาติเป็นเรื่องสำคัญ 
    "สำหรับคนที่อยู่ในแวดวงการเมือง ผมมีข้อติงอยู่ 2 เรื่อง 1.พรรคไหนหรือใครจะเล่นการเมืองอย่างไรก็เล่นไป แต่ไม่ควรดึงต่างชาติมาเพื่อเปลี่ยนเกมทางการเมืองให้ตนเองได้ประโยชน์เหนือพรรคอื่น อย่าทำตัวเป็นหุ่นเชิดทางการเมืองให้ต่างชาติ ไม่เช่นนั้นเราจะไม่มีชาติให้อยู่อาศัย 2.คนที่เป็นรัฐบาลก็ต้องโปร่งใส ดูแลประชาชนอย่างทั่วถึง อย่าเล่นพรรคเล่นพวกมาก อย่าปล่อยให้มีการทุจริต กฎหมายเป็นกฎหมาย ไม่ใช่ว่าใครเป็นพรรคพวกตัว จะต้องรอดจากกฎหมาย ต้องได้ศรัทธาจากประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ สงครามพันทางจากต่างชาติจึงจะใช้ไม่ได้ผล" นายปฐมพงษ์กล่าว
    นักวิชาการ ม.มหิดลกล่าวว่า การคว่ำบาตรของอเมริกาจะทำให้ประเทศไทย 1.หันมาพึ่งตนเองมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิจัยและผลิตยาจากตำรายาในคัมภีร์ใบลาน ซึ่งมีอยู่มากเพื่อให้คนไทยได้ใช้ในราคาถูก ลดการพึ่งพายาจากบริษัทยาในต่างประเทศมากยิ่งขึ้น ต้องไม่ลืมว่าขณะนี้ เวเนซุเอลาและอิหร่านก็ถูกอเมริกาคว่ำบาตรทั้งยาทั้งอาหาร ห้ามมิตรประเทศอเมริกาซื้อขายยาและอาหารกับอิหร่าน คนไทยต้องลดการนำเข้ายาจากต่างประเทศ มีตลาดใหม่ที่ดีกว่า สรุปว่าพึ่งพาตนเองได้ทั้งยา ทั้งอาหารในระยะยาว    
    นอกจากนี้ 2.หันไปคบมิตรประเทศหรือมหาอำนาจที่ค้าขายอย่างเป็นธรรม และไม่เอาเปรียบอย่างรัสเซียให้มากขึ้น ไม่ใช่แค่ทำ MOU ไว้สร้างภาพ แผนการต่างๆ ที่ทำไว้ต้อง implement ให้บังเกิดผลในทางปฏิบัติอย่างรวดเร็ว เมื่อถูกอเมริกาคว่ำบาตรก็สามารถหาตลาดใหม่ได้    
    "ระวังกันเอาไว้ครับ การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจก็เพื่อให้ไทยยอมจำนนหรือจนตรอกแล้วหันไปทำตามคำสั่ง ถ้าไม่ยอมจำนนก็จะมีมาตรการคว่ำบาตรอื่นๆ ตามมา รวมทั้งไล่รัฐบาลไปด้วย ประเทศเล็กๆ ต้องตระหนักรู้ ทำใจและเตรียมตัวให้พร้อม ผมมองว่าการคว่ำบาตรของอเมริกาจะทำให้คนไทยเห็นคุณค่าในภูมิปัญญาเศรษฐกิจพอเพียงและรู้จักแยกแยะประเทศที่เป็นมิตรแท้มิตรเทียม และเลือกคบประเทศที่เคารพศักดิ์ศรี บูรณภาพของดินแดนและความเป็นไทของประเทศไทยมากยิ่งขึ้นครับ" นักวิชาการผู้นี้ระบุ
    นายศรีอัมพร ศาลิคุปต์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์ กล่าวตอนหนึ่งถึงการที่สหรัฐตัดจีเอสพีไทยว่า บทเรียนที่เกิดนี้ขอให้เป็นอุทาหรณ์ที่คนไทย รัฐบาลไทยต้องระมัดระวังได้ทันท่วงที และการแสดงออกให้ปรากฏแก่สังคมโลกว่าอย่าได้ใช้อำเภอใจ หรือความวู่วามในการแก้ปัญหาของประเทศ ตลอดจนการพูดจาของผู้ใหญ่ในบ้านเมืองก็เป็นสิ่งที่ควรระมัดระวัง มิฉะนั้นแล้วก็จะเกิดปัญหาซ้ำซากเช่นนี้แก่ประเทศอีก และน่าจะเป็นสัญญาณที่ประเทศไทยจะต้องหันมาฉุกคิด และทบทวนบทบาททางการเมืองระหว่างประเทศและการค้าของไทยว่ามีอะไรที่ผิดปกติหรือไม่ หรือทำให้ขัดอกขัดใจแก่ประเทศสหรัฐบ้าง ก็ต้องค่อยๆ คิด ค่อยๆ ทำไปเพื่อหาทางแก้ไขต่อไป
    ด้าน ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวถึงกรณีผู้ช่วยรัฐมนตรีเกษตร และสถานทูตอเมริกา คัดค้านและขอให้ไทยทบทวนมติการแบน 3 สารเคมีกำจัดศัตรูพืชว่า ไม่มีความชอบธรรมที่จะกดดันรัฐบาลไทย เพราะการตัดสินใจของรัฐบาลไทยไม่ได้ขัดต่อกฎกติกาการค้าระหว่างประเทศใดๆ และเหตุการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นแล้วเมื่อ 30 ปีก่อน ที่สำนักผู้แทนการค้าและสถานทูตอเมริกาพยายามแทรกแซงนโยบายควบคุมยาสูบของไทยและประเทศอื่นๆ ด้วยเงื่อนไขที่เอื้อต่อธุรกิจยาสูบอเมริกา แต่ไม่สำเร็จ
    นายยืนยง โอภากุล หรือ แอ๊ด คาราบาว ศิลปินแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊ก Add Carabao เชื่อว่าสหรัฐออกมาตรการดังกล่าวเพื่อตอบโต้กรณีที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายลงมติแบน 3 สารเคมีทางการเกษตร เนื่องจาก เท็ด แมคคินนี ผู้ช่วยรัฐมนตรีเกษตรเพื่อการค้าและกิจการเกษตรระหว่างประเทศของสหรัฐ เคยทำงานมานาน 19 ปี ให้กับบริษัท ดาว อะโกรไซแอนส์ เจ้าของผลิตภัณฑ์สารเคมีกำจัดแมลง "คลอร์ไพริฟอส" ซึ่งเป็นหนึ่งในสารเคมีที่ประเทศไทยประกาศแบน
    "เห็นสันดานอเมริกาหรือยังครับพี่น้อง มันหาได้คำนึงถึงชีวิตของคนอื่นเลย มุ่งแต่จะเอาประโยชน์เพื่อตนฝ่ายเดียว รัฐบาลไทยอย่าไปยอมมันนะครับ มันจะเเบนสินค้าเราก็ช่างแม่- เวลานี้ คุณสมคิด คุณจุรินทร์ ได้ออกเดินสายหาคู่ค้ารายใหม่ๆ ในประเทศต่างๆ ที่มีคุณธรรมเเละไม่เอาเปรียบข่มเหงรังแกเรา ขอให้พวกเราต้องร่วมกันสู้นะครับ เพื่อเห็นเเก่ประโยชน์สุขของประชาชนคนไทย ถ้าไม่สู้เราก็ตายผ่อนส่งต่อไปเรื่อยๆ ขอเป็นกำลังใจให้ทั้งภาครัฐและเอกชน สู้ๆๆๆ ถึงเวลาที่ต้องทิ้งประโยชน์ส่วนตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวมแล้วครับพี่น้อง" แอ๊ด คาราบาว ระบุ.


"เป็นกำลังใจให้จีน สู้..สู้" สำหรับพวกเราคนไทย....... ยามนี้ ไม่มีอะไรดีไปกว่าช่วยกันส่งแรงใจไปให้พี่น้องจีนที่กำลังเผชิญไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ค่อนข้างเดียวดายขณะนี้ โดยเฉพาะที่ "อู่ฮั่น"

การตั้งรับ 'ไวรัส' ของรัฐบาล
สัญญาณ 'ล้างบาง' ตำรวจ
ทำไมต้อง "กดบัตรแทนกัน"?
แรงจูงใจของอาชญากร
ที่ไม่ได้วินิจฉัย 'ใช่ว่าไม่ผิด'
'ศิษย์หนุ่มกับอาจารย์ทารก'