รวบอดีตสันติบาล ตั้งซุ้มมือปืนรับงาน


   

    กองปราบฯ ตามรวบอดีตตำรวจสันติบาลผันตัวตั้งซุ้มมือปืนรับจ้าง รับงานจากนักโทษคดียาเสพติดในเรือนจำบางขวางยิงทิ้งคู่อริจากปมขัดแย้งธุรกิจมืด แต่เหยื่อหนีรอดไปได้ เลยลวงพยานปากสำคัญไปฆ่าตัดตอน สอบสวนยังให้การปฏิเสธ
    ที่กองปราบปราม วันที่ 13 มีนาคมนี้ พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป., พ.ต.ท.ศราวุธ จันต๊ะวงค์ สว.กก.1 บก.ป. จับกุมนายอนันต์ หินชีระนันท์ อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 32/4 หมู่ที่ 3 ต.ไร่ใหม่พัฒนา อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1020/2555 ข้อหา “ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนโดยเป็นผู้ใช้” จับกุมได้ภายในรีสอร์ตแห่งหนึ่งใน จ.ประจวบคีรีขันธ์
    สืบเนื่องจากนายอนันต์ ผู้ต้องหารายนี้ ในอดีตเคยรับราชการเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจยศ จ.ส.ต.สังกัดสันติบาล กระทั่งเมื่อประมาณปี 2547 ได้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสถานบันเทิงแห่งหนึ่งใน จ.ภูเก็ต เสียชีวิต หลังจากมีปากเสียงทะเลาะวิวาทกับผู้ตาย จนทำให้ต้องถูกออกจากราชการ ก่อนจะผันตัวเองมาเป็นผู้จัดหามือปืนรับจ้าง
    ต่อมาเมื่อปีช่วงเดือน มิ.ย.2555 ได้รับการว่าจ้างจากนายมาโนช บุตร์น้ำเพชร์ อายุ 46 ปี นักโทษคดียาเสพติดในเรือนจำบางขวาง ให้จัดหามือปืนไปยิงนายอดิศร ศรีสุข อายุ 29 ปี ยี่ปั๊วสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่มีปัญหาขัดแย้งผลประโยชน์ธุรกิจยาเสพติดกับผู้ว่าจ้าง จากนั้นนายอนันต์จึงประสานให้นายศราวุธ เสียงใหญ่ อายุ 27 ปี, นายศักรภพน์ คล้ายคลึง อายุ 44 ปี, นายนพดล หินชีระนันท์ อายุ 38 ปี, นางสมพร ศรีวัฒนกุลพร อายุ 48 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มลูกน้องและสมาชิกซุ้มมือปืนรับจ้างในจังหวัดเพชรบุรี เป็นผู้ลงมือ โดยมือปืนกลุ่มดังกล่าวสบโอกาสจังหวะที่นายอดิศร และเพื่อนอีก 2 คน กำลังขับรถยนต์ยี่ห้อเบนซ์ เข้าไปภายในหมู่บ้านตะวันนา แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. ลงมือก่อเหตุ ใช้อาวุธปืนยิงถล่มเข้าใส่รถของนายอดิศรและพวก แต่เนื่องจากกระสุนไม่ถูกจุดสำคัญ จึงทำให้นายอดิศรและพวกรอดชีวิตหลบหนีไปได้
    หลังก่อเหตุไม่นาน กลุ่มผู้ต้องหาเกรงว่าจะถูกเจ้าหน้าที่สืบหาเบาะแสถึงตัวผู้บงการได้ จึงได้ก่อเหตุลวงนายทัศนนท์ ธงอาสา อายุ 27 ปี พยานปากสำคัญในคดีดังกล่าวซึ่งรู้เห็นเรื่องราวทั้งหมด ไปยิงจนเสียชีวิตที่ จ.เพชรบุรี เพื่อฆ่าตัดตอนไม่ให้ถูกสาวถึงตัว 
    ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถแกะรอยติดตามจับกุมตัวนายศราวุธ ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนขี่รถจักรยานยนต์ในการก่อเหตุทั้ง 2 คดีดังกล่าว พร้อมทั้งขยายผลติดตามไปจับกุมตัวนายศักรภพน์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นมือปืน แต่เนื่องจากขณะเข้าจับกุมนายศักรภพน์เกิดต่อสู้ขัดขืน จึงถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญเสียชีวิต พร้อมกับอายัดตัวนายมาโนช นักโทษในเรือนจำบางขวางดำเนินคดีเพิ่มเติม กระทั่งต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่า ปัจจุบันนายอนันต์ ผู้ต้องหารายนี้ ได้หลบหนีไปกบดานอยู่ในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงนำกำลังเข้าจับกุมตัวได้ดังกล่าว ทำให้ขณะนี้คงเหลือผู้ต้องหาที่ยังอยู่ระหว่างการหลบหนีอีก 2 รายคือ นายนพดล และนางสมพร ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ชี้เป้าและดูต้นทาง อยู่ระหว่างการขยายผลติดตามจับกุมตัว
    จากการสอบสวน นายอนันต์ยังคงให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าไม่ได้มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าวแต่อย่างใด แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อคำให้การ จึงแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธินดำเนินคดีต่อไป.


"ตัวอะไรเอ่ย........... หางอยู่ไทย หัวไปส่ายอยู่นอกประเทศ?" ไม่ใช่หัวเดียวนะ แต่ "ทีเดียว ๒ หัว" เลย

ถอดรหัสเลือกตั้ง "ต้นปี ๖๒"
'ใครหัวหน้า' สำคัญกว่าถูกดูด    
แอมเนสตี้ที่ 'สังคมไม่ต้องการ'
อีกก้าวของ 'นายกฯ เผด็จการ'
คสช.คือกบฏแผ่นดิน?
ยุทธศาสตร์ชาติกับทิศทางโจร