3นปช.ล้มอาเซียนหวังลุ้น ศาลฎีกาเลื่อนตัดสิน3ธ.ค.


   

  ต่อลมหายใจ 3 แกนนำ นปช.คดีล้มเวทีการประชุมอาเซียน ศาลฎีกานัดอ่านคำพิพากษา "ไวพจน์ วรชัย-สำเริง" 3 ธ.ค.นี้   หลังจำเลยยื่นคำร้องขอถอนคำให้การเพื่อรับสารภาพหวังให้ศาลวินิจฉัยบทลงโทษใหม่ แต่ยังไร้เงา "กี้ร์-นิสิต-วัลลภ-ชัยชนะ" 

    ที่ศาลจังหวัดพัทยา จ.ชลบุรี วันที่ 31 ตุลาคม ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นำพากลุ่มคนเสื้อแดงบุกล้มการประชุมอาเซียนที่โรงแรมรอยัลคลิฟบีชรีสอร์ท เมืองพัทยา เมื่อวันที่ 11 เม.ย.2552 ที่พนักงานอัยการจังหวัดพัทยา เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง, นายนพพร นามเชียงใต้, พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์, นายสมญศฆ์ พรมภา, นายนิสิต สินธุไพร, นายสำเริง ประจำเรือ, นายศักดา นพสิทธิ์, นายสิงห์ทอง บัวชุม, นายธนกฤต หรือวันชนะ ชะเอมน้อย หรือเกิดดี, นายวรชัย เหมะ, นายพายัพ ปั้นเกตุ, นายวัลลภ ยังตรง และนายพิเชฐ สุขจินดาทอง 
    ทั้งนี้ ได้พักคดี พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ และนายสุรชัย แซ่ด่าน เนื่องจากหลบหนี ขณะที่นายธรชัย ศักดิ์มังกร และ พ.ต.อ.สมพล รัฐกาญจน์ ศาลชั้นต้นยกฟ้อง
    คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2552 พวกจำเลยนำพากลุ่มคนเสื้อแดงบุกล้มการประชุมอาเซียนที่โรงแรมรอยัลคลิฟบีชรีสอร์ท ในช่วงที่กลุ่ม นปช.มีการชุมนุมใหญ่ปี 2552 ขับไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี โดยได้แจ้งข้อหา ประกอบด้วย 1.ร่วมกันขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน ซึ่งสั่งให้เลิกการมั่วสุม 2.ข้อหาร่วมกันเดินแถวเป็นขบวน และกระทำด้วยประการใดๆ ในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจร 3.ร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชน ด้วยวาจาหรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ และมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่ก่อให้เกิดความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร และเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน 4.มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองโดยเป็นหัวหน้า เป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำผิดนั้น และ 5.ร่วมกันบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ โดยขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, 215, 216, 358, 362, 364, 365 และ พ.ร.บ.จราจรทางบก มาตรา 108, 114, 148 
    ต่อมาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้จำคุกจำเลยจำนวน 13 คน เป็นเวลา 4 ปี ไม่รอลงอาญา
    โดยเมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา ศาลฎีกาได้นัดอ่านคำพิพากษาคดีแกนนำ นปช. นำพากลุ่มคนเสื้อแดงบุกล้มการประชุมอาเซียนฯ แต่ปรากฏว่าจำเลยทั้ง 13 คนมาเพียงคนเดียว ศาลจึงได้อ่านคำพิพากษาของนายศักดา นพสิทธิ์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อชาติ ซึ่งเป็นจำเลยที่ 10 ซึ่งชั้นศาลอุทธรณ์ภาค 2 นั้น พิพากษาให้จำคุกจำเลยที่ 1, 2, 3, 5, 6, 10, 11, 12, 13, 15, 16, 17 คนละ 4 ปีโดยไม่รอการลงโทษ ฐานร่วมกันทำให้ปรากฏแก่ประชาชนเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 (2) (3) ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด 
    ขณะที่ชั้นศาลอุทธรณ์ ก็ให้ปรับจำเลยที่ 1, 2, 3, 5, 6, 10, 11, 12, 13, 15, 16, 17 คนละ 200 บาท ฐานร่วมกันเดินแถวเป็นกระบวนและกระทำในลักษณะกีดขวางการจราจร ตามที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาด้วย
      และได้นัดอ่านคำพิพากษาจำเลยที่อ้างว่าไม่ได้รับนัดหมายเรียกศาลมาเป็นวันที่ 31 ต.ค.2562 โดยวันนี้มีจำเลย 3 คน ที่เดินทางมารับฟังคำพิพากษาคือ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์, นายสำเริง ประจำเรือ และนายวรชัย เหมะ ทั้ง 3 คน ก่อนหน้านี้ไม่ได้รับหมายเรียกศาล ซึ่งศาลได้มีการอ่านคำพิพากษาไปแล้ว คือจำคุก 4 ปี ไม่รอลงอาญา และก็ได้เตรียมใจในการรับโทษ เพราะตามกระบวนการยุติธรรม หากมีคำพิพากษาไปแล้วแม้จำเลยจะเดินทางมารับฟังหรือไม่ก็ต้องรับโทษตามกระบวนการยุติธรรม
     สำหรับบรรยากาศในวันนี้ พบว่ามีนายจตุพร พรหมพันธุ์  หนึ่งในแกนนำ นปช. พร้อมนายอารี ไกรนรา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติ เดินทางมาให้กำลังใจจำเลยทั้ง 3 คนด้วย
     ก่อนหน้านี้ หลังจากที่ศาลฎีกาได้อ่านคำพิพากษานัดแรกไปเมื่อวันที่ 11 ก.ย.2562 ซึ่งมีเพียงนายศักดา นพสิทธิ์ ซึ่งเป็นจำเลยที่ 10 เพียงคนเดียวมารับฟังคำพิพากษา และในวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา มีจำเลยอีก 4 คน ได้เข้ามอบตัวต่อศาลจังหวัดพัทยา ประกอบด้วย นายพายัพ ปั้นเกตุ, นายพิเชฐ สุขจินดาทอง, นายสิงห์ทอง บัวชุม และนายนพพร นามเชียงใต้ ปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำ ตามคำพิพากษาจำคุก 4 ปี  
    อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ยังมีจำเลยอีก 4 คนที่ไม่ได้เดินทางมารับฟังคำพิพากษาของศาลฎีกาคือ นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง, นายแพทย์วัลลภ ยังตรง และนายธนกฤต หรือวันชนะ ชะเอมน้อย และนายนิสิต สินธุไพร 
     ทั้งนี้ หลังฟังคำพิพากษาศาลฎีกาจำเลยทั้ง 3 ได้ยื่นคำร้องขอถอนคำให้การเพื่อรับสารภาพ เพื่อให้ศาลวินิจฉัยบทลงโทษใหม่ ศาลจังหวัดพัทยาจึงส่งคำร้องไปยังศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย 
    ต่อมาศาลจังหวัดพัทยาให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาออกไปก่อน เนื่องจากจำเลยทั้ง 3 ได้ยื่นคำร้องเพิ่มเติมต่อศาลฎีกา ทั้งนี้ต้องรอให้ศาลฎีกาพิจารณาว่าจะรับคำร้องของจำเลยทั้ง 3 เพื่อวินิจฉัยใหม่หรือไม่ จึงให้เลื่อนไปเป็นวันที่ 3 ธันวาคม 2562 เวลา 10.00 น.


    


ไว้อาลัยแด่นักการเมืองรุ่นใหม่! คงติดโรคมาจากเมื่อครั้งเป็นพิธีกรข่าวโอ๊คทีวี พักหลัง ช่อ-พรรณิการ์ วานิช ถึงได้เปิดโรงน้ำแข็งหลอดรายวัน

งูเห่าหรือจะสู้ผึ้งแตกรัง
เรือดำน้ำกับทีท่ากรรมาธิการฯ
ทหารเกณฑ์ 'เกณฑ์ไปทำไม?'
ความเมืองเรื่อง "กล้วยและไข่"
เพื่อไทย 'หลอกแก้ผ้า' น้องใหม่
'ความลับทางทหารที่จำแม่น'