อัยการภาค7อบรมเดือด'ศรีวราห์'


   

"ศรีวราห์" หอบสำนวน 2 แฟ้ม 857 แผ่นเสนออัยการสั่งฟ้อง "เปรมชัย" กับพวก 9 ข้อหา ขึงขังเสือดำต้องไม่ตายฟรี "อสส." ตั้งคณะทำงานพิจารณาคดี "อัยการภาค 7" การันตีไม่มีดองสำนวน ชี้ไม่สบายใจมีคนให้สัมภาษณ์รายละเอียดสำนวนคดี หวั่นอีกฝ่ายนำไปเป็นข้อต่อสู้  "ผบก.ปทส" ระบุ "เจ้าสัว" เข้ารับทราบอีก 2 ข้อหา 14 มี.ค.นี้

เมื่อวันอังคาร พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล  รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่ สภ.ทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี  เพื่อติดตามความคืบหน้าสำนวนการสอบสวนคดีนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และพวก ลักลอบเข้าล่าสัตว์ป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร จ.กาญจนบุรี

พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวก่อนเดินทางว่า เดินทางไปตรวจสำนวนที่ สภ.ทองผาภูมิ ในคดีนายเปรมชัย ซึ่งแจ้งข้อหาไว้ 9 ข้อหา ซึ่งหากสำนวนครบถ้วนสมบูรณ์ ก็จะประสานกับพนักงานอัยการจังหวัดทองผาภูมิส่งฟ้องนายเปรมชัยในบ่ายวันนี้ทันที

"ขณะนี้สำนวนมีความสมบูรณ์เรียบร้อย 99 เปอร์เซ็นต์ ครบถ้วนทั้งพยานหลักฐาน ส่วนการตรวจซากสัตว์ ชิ้นเนื้อ และวัตถุพยานอื่นๆ ทางกรมอุทยานฯได้ส่งรายงานเบื้องต้นมาแล้ว" พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าว 

ถามว่า ดีเอ็นเอไม่ระบุชัดว่าเป็นของใคร จะกระทบต่อสำนวนหรือทำให้หลักฐานอ่อนหรือไม่ รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ก็อยู่ที่เกิดเหตุ ดีเอ็นเอของคนไม่ใช่ปัญหา เราสามารถใช้พยานบุคคล ซึ่งเป็นตัวเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง หลักฐานมีเพียงพอที่จะสามารถฟ้องได้

ซักว่านายเปรมชัยจะเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาก่อนกำหนดที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  (บก.ปทส.) พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานจากพนักงานสอบสวน แต่ถ้าประสงค์จะเดินทางมาก่อนก็สามารถกระทำได้ พนักงานสอบสวนก็ดำเนินการไปตาม ป.วิอาญา มารับทราบข้อกล่าวหา แล้วก็นำส่งศาล  ขอคัดค้านการประกันตัว ใช้มาตรฐานเดียวกัน ขอยืนยันคดีนี้เสือดำต้องไม่ตายฟรี

จากนั้นเมื่อถึง สภ.ทองผาภูมิ พล.ต.อ.ศรีวราห์เข้ารับฟังรายงานการสรุปสำนวนคดีนายเปรมชัยจากพนักงานสอบสวน 

พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า พนักงานสอบสวนสรุปสำนวนมีความเห็นสั่งฟ้องทั้ง 9 ข้อหา กรณีนายเปรมชัย พร้อมพวกรวม 4 คน ร่วมกันล่าสัตว์ป่าฯ ทุ่งใหญ่นเรศวร โดยพนักงานสอบสวนมีการสอบปากคำพยานทั้งสิ้น 51 ปาก ส่งหลักฐานและวัตถุพยานไปตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ 28 รายการ จำนวน 225 ชิ้น เอกสารสำนวน 2 แฟ้ม รวมทั้งสิ้น 857 แผ่น

ต่อมา พล.ต.อ.ศรีวราห์พร้อมพนักงานสอบสวนได้นำสำนวนส่งมอบให้กับนายทนง ตะภา อัยการจังหวัดทองผาภูมิ พร้อมคณะ เพื่อพิจารณามีคำเห็นต่อไป

อัยการตั้งทีมดูสำนวน

ด้านนายธรัมพ์ ชาลีจันทร์ รองเลขานุการอัยการสูงสุดและรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด พร้อมนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด, นางสมศรี วัฒนไพศาล อธิบดีอัยการภาค 7 และนายทนง ตะภา อัยการจังหวัดทองผาภูมิ แถลงข่าวการรับสำนวนการสอบสวนคดีอาญาของ สภ.ทองผาภูมิ ซึ่งเป็นคดีระหว่างนายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก กล่าวหานายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน), นายยงค์ โดดเครือ, นางนที เรียมแสน และนายธานี ทุมมาศ ผู้ต้องหาที่ 1-4 

โดยกล่าวหาผู้ต้องหาทั้ง 4 ว่า ร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่, ร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่, ร่วมกันพยายามล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่, ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากของสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่, ร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ช่วยพาเอาไปเสียหรือรับไว้ด้วยประการใดๆ ซึ่งซากของสัตว์ป่า อันได้มาโดยการกระทำผิดกฎหมาย, ร่วมกันนำเครื่องมือสำหรับใช้ในการล่าสัตว์ป่าหรือจับสัตว์หรืออาวุธใดๆ เข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่, ร่วมกันเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่, ร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และโดยไม่มีเหตุอันสมควร รวม 9 ข้อหา ซึ่งในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 4 ได้ให้การปฏิเสธ 

นายธรัมพ์กล่าวว่า คดีนี้พนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวนพร้อมความเห็นเสนอให้สั่งฟ้องนายเปรมชัย ผู้ต้องหาที่ 1 จำนวน 8 ข้อหา ส่วนข้อหาที่ 9 ที่เป็นข้อหาพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น พนักงานสอบสวนมีความเห็นควรสั่งไม่ฟ้อง เนื่องจากอาวุธปืนของกลางเป็นของนายเปรมชัยที่ได้รับอนุญาตให้มีไว้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย ส่วนความผิดข้อหาร่วมกันกระทำอันเป็นการทารุณกรรมสัตว์ พนักงานสอบสวนไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหากับผู้ต้องหาทั้งหมด เนื่องจากเห็นว่าการกระทำไม่เป็นความผิดตามกฎหมาย และพนักงานสอบสวนเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาที่ 2-4 ใน 9 ข้อกล่าวหา

ส่วนนางสมศรีกล่าวว่า เนื่องจากคดีนี้สื่อให้ความสนใจ และเป็นข่าวอย่างต่อเนื่อง ได้เรียนอัยการสูงสุด ไปว่า ได้ตั้งคณะทำงานจะทำคดีให้ดีที่สุด ให้ประชาชนเชื่อมั่น เชื่อถือในองค์กรอัยการ จึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานประกอบด้วย นายสมเจตน์ อำนวยสวัสดิ์ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 2 ภาค 7 เป็นหัวหน้าคณะทำงาน พร้อมด้วยนายทนง ตะภา อัยการจังหวัดทองผาภูมิ, พ.ต.ท.อำนาจ สุจริตชัย รองอัยการจังหวัดกาญจนบุรี และนายกฤษฎา ชูโต รองอัยการจังหวัดทองผาภูมิ เป็นคณะทำงาน ซึ่งเมื่อคณะทำงานพิจารณาและมีความเห็นเสนอตน และมีคำสั่งทางคดีเรียบร้อยแล้ว จะได้มีการแถลงความคืบหน้าคดีนี้ให้ทราบต่อไป

"คดีนี้บางท่านไม่รู้อะไรไปออกทีวีว่าอัยการจะดองสำนวน ขอเรียนว่านโยบายของสำนักงานอัยการสูงสุดทุกสมัยให้เร่งรัดคดี และรัฐธรรมนูญเองก็ระบุว่าการอำนวยความยุติธรรมต้องไม่ล่าช้า ซึ่งเร็วหรือช้าอยู่ที่เนื้อหาในสำนวนการสอบสวนที่พนักงานสอบสวนรวบรวมมา ขณะนี้ยังตอบไม่ได้ว่าต้องสั่งสอบสวนเพิ่มเติมหรือไม่ หรือสั่งฟ้องได้เลย ถ้าสั่งสอบสวนเพิ่มเติมจะล่าช้าหรือไม่อยู่ที่พนักงานสอบสวน แต่เราจะเร่งรัดทุกๆ 7 วัน เพราะพนักงานอัยการไม่สามารถลงไปสอบสวนคดีเองได้ เป็นหน้าที่พนักงานสอบสวน จึงอยู่ที่ตำรวจว่าเขาทำให้เราได้รวดเร็วแค่ไหน" นางสมศรีกล่าว 

อธิบดีอัยการภาค 7 กล่าวว่า บางครั้งพนักงานอัยการไม่สบายใจ การให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับสำนวนการสอบสวน คือพนักงานอัยการเองเป็นผู้พิจารณา สิ่งที่พนักงานสอบสวนรวบรวมมาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา สำนวนการสอบสวนรายละเอียดต่างๆ ไม่ควรเปิดเผย เพราะจะเป็นประเด็นให้อีกฝ่ายนำไปเป็นข้อต่อสู้ หลักๆ แล้วรายละเอียดในสำนวนเขาจะไม่พูดกัน 

แจ้งข้อหาเพิ่ม 'เปรมชัย'

"ไม่ได้หมายความปล่อยให้อึมครึม แต่ทางทีมโฆษกจะแถลงเป็นระยะๆ ถ้าสำนวนการสอบสวนสมบูรณ์ ไม่ช้าแน่นอน ขอให้สบายใจได้ เรื่องจะล่าช้านั้นไม่ต้องกลัวพวกพี่อ่านเร็ว ทำคดีชูวิทย์มากกว่านี้อีก สำนวนผู้ต้องหากว่า 200 คน พยานกว่า 200 คน แต่คดีนี้สำนวนน้อยกว่ามาก ยังตกใจเลย" อธิบดีอัยการภาค 7 กล่าว 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้พนักงานสอบสวนไม่ได้มีการส่งตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 มาพร้อมกับสำนวน เนื่องจากตัวผู้ต้องหาได้มีการฝากขังไว้ที่ศาลจังหวัดทองผาภูมิแล้ว ตามคดีหมายเลขดำที่ ฝ.34/2561 โดยจะครบกำหนดฝากขังครั้งที่ 4 ในวันที่ 25 มี.ค.นี้

ที่ บก.ปทส. พล.ต.ต.ปัญญา ปิ่นสุข ผบก.ปทส. เรียกประชุมพนักงานสอบสวนเตรียมความพร้อมในการรับตัวนายเปรมชัยที่จะเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาคดีเกี่ยวกับการครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตและครอบครองงาช้างโดยผิดกฎหมาย 

พล.ต.ต.ปัญญากล่าวว่า ทางทนายความของนายเปรมชัยได้ติดต่อมายืนยันนายเปรมชัยจะเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียก ในวันที่ 14 มี.ค.นี้ เวลา 10.00 น. แต่ไม่ได้แจ้งว่าจะนำหลักฐานใดมาบ้าง ส่วนกระแสข่าวที่บอกว่ามีการขอเลื่อนนัดนั้น ตนไม่ได้รับรายงานแต่อย่างใด

"ได้แบ่งพนักงานสอบสวนเป็น 2 คดี เพื่อความสะดวกในการสอบสวน โดยกำหนดประเด็นเรื่องการครอบครองอาวุธปืนและงาช้าง เพื่อให้พนักงานสอบสวนได้สรุปพยานหลักฐาน แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เพราะเป็นเรื่องของสำนวนคดี ในขณะนี้เจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานที่จะกล่าวหา ส่วนจะมีผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีกหรือไม่ ต้องรอพิจารณาก่อน" พล.ต.ต.ปัญญากล่าว

ผบก.ปทส.กล่าวว่า การออกหมายเรียกกรณีครอบครองงาช้างทั้ง 3 คน คือ นายเปรมชัย, นางคณิตา ภรรยาของนายเปรมชัย ซึ่งเป็นผู้แจ้งครอบครอง และน.ส.วันดี ที่เป็นพยานเซ็นรับรองการแจ้งว่าเป็นงาช้างไทย เจ้าหน้าที่จะต้องสอบสวนผู้ที่รับแจ้งการครอบครองงาช้าง คือเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานฯ ที่รับแจ้งด้วย ซึ่งพนักงานสอบสวนได้สอบสวนแล้ว ทราบว่ารับแจ้งไว้เมื่อปี 58 แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เพราะเป็นเรื่องของสำนวนคดี ส่วนครอบครองตั้งแต่เมื่อใดนั้นต้องรอสอบถามจากตัวเจ้าของงาช้าง 

ถามว่า จะมีการอายัดตัวนายเปรมชัยในคดีพยายามติดสินบนเจ้าพนักงานหรือไม่ ผบก.ปทส.กล่าวว่า ยังไม่มีคำสั่งจาก พล.ต.อ.ศรีวราห์ แต่ตนได้ประสานไปยัง บก.ปปป.แล้วว่านายเปรมชัยจะมา บก.ปทส.ตามหมายเรียก จึงให้ บก.ปปป.เข้ามาแจ้งข้อกล่าวหาพยายามติดสินบนเจ้าพนักงานในคราวเดียวกัน.    


ในส่วน "ราชอาณาจักร"...........คสช.ปักธงปฏิรูปตั้งแต่ พฤษภา ๕๗ มัวรุ่มร่ามอยู่กับการออกแบบ ๔ ปีผ่านไป "แกะแบบ" ลงมือเป็นเนื้อ-เป็นหนังได้ส่วนเดียว คือ EEC!

หัวหน้าพรรค 'เพื่อไทย' ตัวจริง
ถอดรหัสเลือกตั้ง "ต้นปี ๖๒"
'ใครหัวหน้า' สำคัญกว่าถูกดูด    
แอมเนสตี้ที่ 'สังคมไม่ต้องการ'
อีกก้าวของ 'นายกฯ เผด็จการ'
คสช.คือกบฏแผ่นดิน?