'เกม' ไม่ใช่ของเล่นๆ


   

                เรื่องของเกม มันไม่ใช่แค่เรื่องสันทนาการอีกต่อไป แต่มันหมายถึงธุรกิจบันเทิง ที่มีมูลค่ามหาศาล เป็นที่ทราบโดยทั่วกันว่า อุตสาหกรรมเกม เป็นธุรกิจบันเทิงที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก ขนาดรวมเอาอุตสาหกรรมภาพยนตร์ และดนตรีรวมกันก็ยังมีมูลค่าน้อยกว่า 'เกม'

                ฉะนั้น เรื่องของเกม จึงไม่ใช่เรื่องเล่นๆ อีกต่อไป โดยเฉพาะในปัจจุบันที่เทคโนโลยีมีความก้าวหน้า สมาร์ทโฟนทำงานได้ดั่งคอมพิวเตอร์ เกมจึงถูกเข้าถึงได้ง่าย และที่สำคัญราคาไม่แพงเหมือนอย่างในอดีต

                ล่าสุด จากข้อมูลของ นายต่อบุญ พ่วงมหา ผู้อำนวยการกลุ่มด้านธุรกิจออนไลน์สเตชั่น บริษัท ทรูวิชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า "มูลค่าตลาดเกมทั่วโลกในปี 2562 มีมูลค่ารวม 4.6 ล้านล้านบาท ในขณะที่ตลาดเกมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีมูลค่ารวม 140,000 ล้านบาท และสำหรับตลาดเกมในไทยเอง คาดการณ์ว่าจบปีจะมีมูลค่ารวมอยู่ที่ 22,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 13%

                จะเห็นได้ว่า อุตสาหกรรมเกมในประเทศไทยโตถึงเลขสองหลักในแต่ละปี โดยสัดส่วนประเภทเกมในประเทศไทยแบ่งตามแพลตฟอร์มดังนี้ เกมมือถือ 67%, พีซี (PC) 24% และคอนโซล (Console) 9% ด้วยปัจจัยประกอบ เมื่อสมาร์ทโฟนกลายเป็นอุปกรณ์ที่อยู่ติดตัวทุกคน อินเทอร์เน็ตเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้สัดส่วนของเกมบนแพลตฟอร์มมือถือจึงสูงเป็นอันดับ 1 ขณะที่อุตสาหกรรมบันเทิงอื่นๆ ดูซบเซาไม่คึกคัก ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์หรือดนตรี 

                เมื่อเห็นได้ชัดว่า อุตสาหกรรมเกมนั้นมีการเติบโตมากขนาดนี้ และมีเม็ดเงินจำนวนมหาศาลขนาดนี้ บรรดาพ่อแม่ผู้ปกครอง และผู้วางนโยบายทางการศึกษา อาจจะต้องหันมาปรับทัศนคติเกี่ยวกับการเล่นเกมใหม่ เพราะสมัยนี้การเล่นเกมกลายเป็นอาชีพ และสร้างรายได้ในการหาเลี้ยงตัวเอง และครอบครัวได้

                แต่ทั้งนี้ การส่งเสริมหรือการสอนจะต้องมีควบคู่ ไม่ใช่ปล่อยให้เล่นจนติด หรือมากไป อันนี้ก็จะมีปัญหา เรื่องนี้มันเป็นสิ่งที่ผู้ปกครองจะต้องทำหน้าที่สอดส่อง และมองหาข้อดีของการเล่นเกม การฝึกแบ่งเวลา การฝึกซ้อม หรือการเล่นเพื่อสันทนาการ รวมถึงจะต้องพยายามชี้แนะและสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กๆ เพราะถ้าแบ่งเวลาถูกต้อง กิจกรรมการเรียนก็จะไม่เสียด้วย

                ขณะเดียวกัน ระดับนโยบายและการศึกษาดูเหมือนว่า ภาครัฐและระบบการศึกษาจะยังเข้าไม่ถึงการส่งเสริมอุตสาหกรรมเกมอย่างเต็มตัว ซึ่งหากมีการวางแผนที่ดี การพัฒนาเกม โดยผู้ผลิตชาวไทย ก็น่าจะมีความเป็นไปได้ เพราะเอาเรื่องความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย ก็ไม่แพ้ชาติใดในโลก เพียงแต่คิดได้ ผลิตได้ แต่การตลาดไปไม่ถึง สร้างการรับรู้ไม่ได้ มันก็ไม่เกิดผล รวมถึงการสร้างคนในวงการ ซึ่งดูเหมือนว่าในมหาวิทยาลัยก็ยังสร้างบัณฑิตทางด้านนี้ออกมาน้อยเกินไป

                ทุกอุตสาหกรรมมันต้องมีเวทีให้โชว์ เกมก็เช่นกัน เราจะเห็นผู้ผลิตเกมระดับโลก ซึ่งมีงบประมาณมหาศาล สามารถส่งออกเกมของตัวเองไปยัง ผู้เล่นได้ทั่วทั้งโลก มีการจัดแข่งขัน ชิงรางวัล ก่อให้เกิดอีกหลายอาชีพตามมา ทั้งนักแคสเกม นักกีฬาอี-สปอร์ต

                ทั้งนี้ หากอุตสาหกรรมเกมได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐ และภาคเอกชนขนาดใหญ่ เล็งเห็นถึงความสำคัญ ก็สามารถที่จะมาช่วยสนับสนุนวงการนี้ให้เป็นอีกอุตสาหกรรมที่หารายได้เข้าประเทศ ซึ่งตอนนี้แม้ตลาดจะโตขึ้น แต่เป็นเพราะไทยเราไปซื้อคอนเทนต์จากต่างประเทศเข้ามา ซึ่งเราก็ต้องปล่อยให้เงินไหลออกนอกประเทศ

                ดังนั้น หากทุกฝ่ายช่วยกันส่งเสริม ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนเวที สำหรับอุตสาหกรรมเกม การพัฒนาระบบการศึกษาที่สอดรับกับการสร้างบุคลากรในวงการ ขณะที่วงการแข่งขันอี-สปอร์ต หากช่วยสนับสนุนเป็นสปอนเซอร์ และการฝึกซ้อม ทุกอย่างก็จะช่วยยกระดับให้คนไทยเข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมเกม ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมบันเทิงอันดับ 1 ของโลกได้ในที่สุด. 

ลลิตเทพ ทรัพย์เมือง


ขอโทษที............ จู่ๆ ผมหายต๋อม บางท่านอาจตำหนิ ที่ไม่บอกกล่าวอะไรกันเลย ตามประสา "ชราชน" น่ะครับ ปุปปับ พรรคพวกต้องหามเข้าโรงพยาบาล นอนดูน้ำเกลือหยด ติ๊ก..ติ๊ก..อยู่ ๔ คืน

คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'