'มุน แจอิน' คุย 'ชินโซ อาเบะ' นอกรอบอาเซียน


เพิ่มเพื่อน    

ประธานาธิบดีมุน แจอิน ของเกาหลีใต้ และนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่น พบปะพูดคุยกันนอกรอบการประชุมอาเซียนที่กรุงเทพฯ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เป็นการเจรจากันโดยตรงครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปีนับแต่ความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติร้าวฉานอย่างหนักทั้งด้านการเมืองและการค้าสืบเนื่องจากความขัดแย้งกรณีการบังคับใช้แรงงานสมัยอดีต

ประธานาธิบดีมุน แจอิน (ที่ 2 จากขวา) พูดคุยกับนายกฯ ชินโซ อาเบะ (ที่ 2 จากซ้าย) เมื่อวันจันทร์ / YONHAP / AFP

    รายงานของเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันจันทร์ที่ 4 กันยายน 2562 อ้างคำแถลงของโค มินจุง โฆษกหญิงของทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ว่า ประธานาธิบดีมุนและนายกฯ อาเบะ ประชุมหารือกันนอกรอบการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนบวกสามที่กรุงเทพฯ วันเดียวกันนี้ การพูดคุยที่จริงจังและเป็นมิตรอย่างมากใช้เวลา 11 นาที แต่เธอไม่ได้บ่งบอกว่าการหารือระหว่างผู้นำทั้งสองครั้งแรกในรอบ 13 เดือน ได้ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมหรือไม่

    "ผู้นำทั้งสองเห็นด้วยกับทัศนะที่ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีกับญี่ปุ่นมีความสำคัญ และย้ำการยืนยันหลักการที่ว่าประเด็นทวิภาคีควรหาทางออกผ่านการเจรจา" เธอกล่าว

    โกกล่าวว่า มุนเสนอให้ทั้งสองฝ่ายทบทวนการประชุมระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงหากจำเป็น ซึ่งผู้นำญี่ปุ่นตอบรับว่า ประเทศเพื่อนบ้านทั้งสองควรพยายามหากทางออกด้วยการใช้ "หนทางทุกทางที่มีอยู่"

    รายงานของสถานีเอ็นเอชเคของญี่ปุ่นกล่าวเช่นกันว่า ผู้นำทั้งสองเห็นพ้องกันว่าความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศมีความสำคัญ และควรหาทางออกของความขัดแย้งผ่านการเจรจา เอ็นเอชเคบอกอีกว่า อาเบะได้แสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของมารดาประธานาธิบดีมุนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วด้วย

    เกาหลีใต้และญี่ปุ่นต่างเป็นชาติพันธมิตรของสหรัฐที่กำลังเผชิญปัญหาท้าทาย 2 ด้านเหมือนๆ กัน ทั้งภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือซึ่งมีอาวุธนิวเคลียร์ กับท่าทีดึงดันมากขึ้นของจีน ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองถึงจุดตกต่ำเมื่อปีที่แล้ว สืบเนื่องจากความขัดแย้งประเด็นญี่ปุ่นเคยบังคับใช้แรงงานชาวเกาหลีในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่นำไปสู่การตอบโต้กันด้วยการคว่ำบาตรทางการค้าและบานปลายถึงความร่วมมือด้านความมั่นคง

    ความขัดแย้งนี้ทำให้อาเบะและมุนไม่ได้จัดซัมมิตกันอีกเลย แม้ว่าทั้งคู่จะจับมือทักทายกันที่การประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศจี 20 ที่ญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพเมื่อเดือนมิถุนายน

    พระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะที่กรุงโตเกียวเมื่อเดือนที่แล้ว มุนก็ไม่ได้มาร่วมด้วยตนเอง แต่ส่งนายกรัฐมนตรี ลี นักยอน เป็นผู้แทน พร้อมกับแนบจดหมายส่วนตัวของเขาเพื่อเรียกร้องให้สองประเทศปรับปรุงความสัมพันธ์

    อย่างไรก็ดี ประเด็นที่เป็นชนวนเหตุของความขัดแย้งครั้งนี้ยังไม่คลี่คลาย เอ็นเอชเครายงานว่า อาเบะยังคงย้ำกับมุนว่า ประเด็นการบังคับใช้แรงงานช่วง 35 ปีที่ญี่ปุ่นยึดครองคาบสมุทรเกาหลีระหว่างปี 2453-2488 นั้นได้รับการแก้ไขและชดใช้เรียบร้อยแล้วตามสนธิสัญญาปี 2508 ที่นำไปสู่การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างเกาหลีใต้กับญี่ปุ่น

    รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศใช้มาตรการทางการค้าหลายอย่าง เพื่อตอบโต้ที่ศาลเกาหลีใต้มีคำพิพากษาให้บริษัทของญี่ปุ่นจ่ายเงินชดเชยการบังคับใช้แรงงานในอดีต เช่นเมื่อเดือนกรกฎาคม ญี่ปุ่นควบคุมการส่งออกสารที่เป็นส่วนสำคัญสำหรับการผลิตสินค้าของบริษัทเกาหลีใต้ รวมถึงของซัมซุง ขณะที่เกาหลีใต้ก็ตอบโต้ด้วยมาตรการแบบเดียวกัน และประกาศจะระงับข้อตกลงความร่วมมือกับด้านการแบ่งปันข่าวกรองทางทหาร โดยข้อตกลงดังกล่าวจะหมดอายุในเดือนนี้.


เชื่ออะไรผมอย่างได้มั้ย? คือผมจะบอกว่า..... เห็นความ "ดิบ-กระแดะ-ด้าน" ของนักเรียน-นักศึกษาใต้ปฏิบัติการล้างสมองของสามสัสแล้ว ไม่ต้องห่วงกันไปหรอกว่า เมื่อพวกนี้โตขึ้น จะเป็นผู้เข้ามากำหนดอนาคตประเทศ

ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?
เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ