"สุวิทย์"พูดเป็นนัยมหา'ลัยไหนไม่ตอบโจทย์ควร"ปิด"


   



5พ.ย.62-“รมว.อว.” พบ “นายกสภาฯมหาวิทยาลัย”ย้ำยังให้อิสระมหา'ลัย แต่ต้องทบทวนใหม่กฎระเบียบ ข้อบังคับต่างๆ ที่มีอยู่เดิมทั้งหมด  ย้ำแต่อิสระที่ได้ตค้องแลกตอบโจทย์ คุณภาพ  ธรรมภิบาล   แย้มเป็นนัย ตามหลักการแห่งไหน  ไม่ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ ก็ควรปิด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับสถาบันที่ได้งบฯจากรัฐเหมือนกัน แต่กลบมีบทบาทช่วยพัฒนาประเทศชาติ


นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้มีการประชุมหารือร่วมกับนายกสภามหาวิทยาลัย กว่า 70 แห่งจากทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นว่าเป็นการเปิดมุมมองการทำงานของ อว.ให้เห็นภาพการเชื่อมต่อระหว่างผู้กำหนดนโยบายและการบริหารงานของมหาวิทยาลัยที่ชัดเจนขึ้น ส่งให้ อว. ต้องกลับมาทบทวนบทบาทการขับเคลื่อน ว่า ข้อต่อหนึ่งที่ยังเป็นส่วนสำคัญของมหาวิทยาลัย คือ ผู้ควบคุม หมายความว่า แม้ อว.จะให้ความเป็นอิสระกับมหาวิทยาลัย แต่ในหลายๆ เรื่องก็ยังคงมีกฎระเบียบ ข้อบังคับต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงานของมหาวิทยาลัย ดังนั้น อว.จะนำเรื่องกฎระเบียบที่มีทั้งหมดมาทบทวนใหม่ แต่อย่างไรก็ดี เมื่อมหาวิทยาลัยมีความเป็นอิสระแล้วจะต้องแลกกับเรื่องการตอบโจทย์ และทำประโยชน์ให้กับสังคมด้วย ซึ่งตนมองว่ามีอยู่ 3 เรื่อง คือ 1.ธรรมาภิบาลภายในมหาวิทยาลัย ตั้งแต่เรื่องการทุจริต ไปจนถึงปัญหาการฟ้องร้องต่างๆ ที่มีจำนวนมากมาย ส่งผลให้เสียเวลาในการขับเคลื่อนงาน 2.คุณภาพ ซึ่งในปัจจุบันหากมองภาพการบริหารงานทั้งระบบ เมื่อพบมหาวิทยาลัยที่ไม่ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศก็มีความจำเป็นที่จะปิดตัวลง ซึ่งทาง อว.ยังไม่ได้มีแนวคิดไปถึงเรื่องการปิดมหาวิทยาลัย แต่มหาวิทยาลัยควรที่จะต้องยกระดับให้มีคุณภาพและตอบโจทย์ความต้องการของประเทศให้ได้ เพราะการที่รัฐบาลจะสนับสนุนงบประมาณให้กับทุกมหาวิทยาลัยอย่างเท่าเทียมกัน ตนมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรม

นายสุวิทย์ กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องที่ 3.หลักสูตรการเรียนการสอน ซึ่งขณะนี้มหาวิทยาลัยต้องตั้งคำถามแล้ว ว่า หลักสูตรที่จัดการเรียนการสอนอยู่ปัจจุบันตอบโจทย์ความต้องการในศตวรรษที่ 21 ตอบโจทย์ประเทศหรือไม่ อย่างไรก็ตาม จากการหารือครั้งนี้ทำให้ตนได้รับเสียงสะท้อนหลายอย่างจากทางสภามหาวิทยาลัย ทั้งเรื่องงานวิจัยและพัฒนาเชิงนวัตกรรม ที่ค่อนข้างจะมีปัญหาเกี่ยวกับระบบที่จะเข้ามาเป็นกลไกในการขับเคลื่อน ดังนั้น อว.จะเร่งสร้างสมดุลในการขับเคลื่อนงานตรงนี้อย่างเร็วที่สุด แต่ในส่วนของทิศทางการขับเคลื่อนประเทศให้ไปข้างหน้าถือว่า ทุกฝ่ายเห็นตรงกันแล้ว แต่ยังต้องมีปรับปรุงระบบการขับเคลื่อนให้ก้าวไปได้ไวกว่านี้ ทั้งนี้ที่ประชุมยังไ้มีข้อเสนอแนะให้ทาง อว.มีการประชุมหารือร่วมกับสภาคณาจารย์ต่างๆ ด้วย ซึ่งตนเห็นด้วย เพราะทุกคนมีบทบาทในการขับเคลื่อนงานของ อว. และคาดว่าจะมีการเชิญสภาคณาจารย์มาเพื่อหารือในเร็วๆ นี้


โง่แล้วโทษ "กล้วย"! อย่างนี้ต้องให้ "เพื่อไทย-อนาคตใหม่" กินไข่แทนกล้วย เยื่อหุ้มสมองจะได้แข็งแรง คิดอะไรได้มากกว่าเอะอะ "วอล์กเอาต์"

เพื่อไทย 'หลอกแก้ผ้า' น้องใหม่
'ความลับทางทหารที่จำแม่น'
พรรคร่วม 'หลวม' ในแกนนำ
มีอะไรเสนอนอกจาก 'แบน'?
จากสภาสู่ 'พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์'
สภา "ปลาน้ำลึก-ปลาน้ำตื้น"