ย้อนเกล็ดเสรีพิศุทธ์ชงสอบจยย.ฉาว


   

  “เสรีพิศุทธ์” ไม่ให้ราคา “ปารีณา” ฟุ้งเคยเป็น ผบ.ตร. ถ้าไม่ดีจริงทำไมถูกเลือกนั่งประธาน “เอ๋ ตัวจี๊ด” เล็งใช้ประสบการณ์สอน ส.ส.สมัยแรกอย่าบ้าอำนาจ พ่วงย้อนเกล็ดสอบยุค “มอเตอร์ไซค์ไทเกอร์” สภาเคาะแล้วให้ “สิระ-ปารีณา” นั่งเก้าอี้ เรื่องยาว “ไพบูลย์-เด็ก พปชร.” ร้องผู้ตรวจการแผ่นดินตีความอำนาจ กมธ. 

      เมื่อวันพุธที่ 6 พ.ย. เป็นวันที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ได้เรียก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เข้าชี้แจงกรณีการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน และการเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 
โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าติดประชุม ครม. ที่ผ่านมาได้ทำหนังสือชี้แจงไปแล้ว และต่อมาหลังประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเรื่องนี้อีกครั้งถึงกรณี กมธ.อาจมีหนังสือเชิญครั้งที่ 3 เพื่อให้ชี้แจงว่า จริงๆ แล้ววันนี้ติดประชุม ครม. เดี๋ยวกำลังหารือกันอยู่ว่าควรจะปฏิบัติต่อไปอย่างไร
    ทั้งนี้ ในเวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา นายประสาน หวังรัตนปรานี กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ได้นำหนังสือของ พล.อ.ประวิตรมายื่นต่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ โดยระบุว่าเป็นหนังสือชี้แจงใน 2 ประเด็นที่ทาง กมธ.ได้สอบถามไปเกี่ยวกับเรื่องการถวายสัตย์ฯ และการจัดทำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ซึ่ง พล.อ.ประวิตรก็ยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ 
    ด้าน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า พล.อ.ประวิตรส่งหนังสือมาขอเลื่อนแถลงข้อเท็จจริงในวันนี้ เนื่องจากติดภารกิจประชุม ครม. และก่อนหน้านี้ทางเลขาธิการนายกฯ ก็ส่งหนังสือเลื่อนของนายกฯ มาด้วยเหตุผลเดียวกัน ซึ่งเห็นว่าเป็นความจำเป็นที่ต้องเลื่อนจริงๆ และ กมธ.ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร ก็ขอให้นายประสานช่วยนำความไปกราบเรียนด้วยว่าขอบคุณทั้ง 2 ท่านที่ให้ความร่วมมือกับ กมธ. ทั้งนี้ ตนเองเป็น ส.ส.ก็ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุล ให้เกียรติซึ่งกันและกัน และไม่นำการเมืองเข้ามายุ่งเกี่ยว 
    พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ยังกล่าวถึงกรณี ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) 2 คน ลาออกจากการเป็น กมธ. ว่าหนังสือลาออกยังมาไม่ถึง แต่ทราบจากข่าวแล้ว ส่วนการที่ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรค พปชร. ซึ่งจะเข้ามาเป็น กมธ.แทน และระบุว่าจะสั่งสอน ส.ส.สมัยแรกที่บ้าอำนาจและกร่างนั้น ตนเองเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มาก่อน ถามว่างานปราบปรามและป้องกันการทุจริตเป็นสมัยแรกหรือไม่ และแม้จะเป็น ส.ส.สมัยแรก เหตุใด กมธ.ทุกคนจึงไว้ใจให้เป็นประธาน กมธ. ดังนั้นการมี กมธ.ลาออกไปก็ไม่เป็นไร พรรคจะส่งใครมาก็มาทำงานร่วมกัน ถ้าทำไม่ได้ก็ว่ากันไป
         ด้านนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรค พปชร. กล่าวถึงกรณีจะเข้าไปดำรงตำแหน่ง กมธ.การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ว่าได้ยื่นลาออกจาก กมธ.แก้ปัญหาหนี้สินแห่งชาติแล้ว เพื่อจะเข้าเป็น กมธ.ปราบทุจริตฯ ในวันที่ 6 พ.ย. และคาดว่าตนเองและ น.ส.ปารีณาจะไปร่วมประชุม กมธ.ได้ในวันที่ 13 พ.ย.นี้ และจะเข้าไปทำหน้าที่เพื่อรักษาผลประโยชน์ประเทศ ยืนยันว่ามีคุณสมบัติเหมาะสม เพราะเคยทำงานด้านตรวจสอบทุจริตมาก่อน
    “สิ่งที่ผมจะเข้าไปเสนอต่อที่ประชุม กมธ. คือทบทวนมติต่างๆของ กมธ. อาทิ การเชิญ พล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตรมาชี้แจง ว่าอยู่ในอำนาจหน้าที่ของ กมธ.หรือไม่ และขอฝากไปยัง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ว่าอายุเยอะแล้ว หากมีเวลาควรไปโรงพยาบาลตรวจสุขภาพจิตและสุขภาพกายบ้าง” นายสิระกล่าว
    น.ส.ปารีณากล่าวเช่นกันว่า พร้อมและเต็มใจเข้ามาทำงานใน กมธ. โดยเมื่อได้เข้าไปทำงานแล้วจะเข้าไปดูการทำงานของ กมธ.ว่ามีการทำงานเกินขอบเขตหรือมีอะไรที่ผิดกฎหมาย ซึ่งอาจเกิดจากการอ่อนโลกหรืออ่อนประสบการณ์ของ ส.ส.สมัยแรกที่อาจทำให้การใช้อำนาจมากเกินไป นอกจากนี้จะเรียกร้องไปถึง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ให้ตรวจสอบเกี่ยวกับการจัดซื้อจักรยานยนต์ไทเกอร์ โดยเรียกมาชี้แจงใน กมธ.ป.ป.ช.ด้วย
    “อยากจะฝากถึง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ว่า ส.ส.กับตำรวจอำนาจอาจต่างกัน ขอให้ท่านใช้อำนาจด้วยความระมัดระวัง ในฐานะที่ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าผู้แทนราษฎร มีหน้าที่รับใช้ประชาชน อยากให้ท่านวางตัวและกิริยาให้เกียรติคนอื่น คำพูดคำจาก็อยากให้นุ่มนวลลง” น.ส.ปารีณาแนะ 
    เมื่อถามว่า จะเป็นตัวจี๊ดและจะสร้างสีสันให้ กมธ.ชุดดังกล่าวหรือไม่ น.ส.ปารีณาตอบว่า “ได้ค่ะ ตัวเองพร้อมรับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์ แต่ขอให้ดูการทำงานเป็นหลัก”
    และเมื่อเวลา 16.30 น. ในการประชุมสภาได้ให้การรับรองการปรับเปลี่ยนตำแหน่งในคณะ กมธ.หลายคณะ โดยเฉพาะใน กมธ.ป.ป.ช. ที่ได้รับรองนายสิระและ น.ส.ปารีณาที่เข้ามาทำหน้าที่แทน ส.ส.ที่ลาออกไป
    วันเดียวกัน ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. ได้ยื่นหนังสือให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.บ.คำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของ ส.ส.และ ส.ว.2554 มาตรา 5, 8 และ 13 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 129 หรือไม่
    นายไพบูลย์กล่าวว่า หลังจากที่ได้ยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจฯ แล้วจะนำสำเนาหนังสือที่ยื่นและหนังสือตอบรับไปยื่นต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เพื่อให้นำไปเตือนประธานกรรมาธิการ ป.ป.ช. และประธาน กมธ.ชุดต่างๆ ว่าให้ระงับการออกคำสั่งเรียกบุคคลมาชี้แจง เพราะการเรียกบุคคลมาชี้แจงของ กมธ.ไม่ได้มีผลบังคับแต่เป็นลักษณะการขอความร่วมมือจากบุคคลนั้นที่จะมาชี้แจงเองหรือส่งเอกสารชี้แจง
     ต่อมา นายสนธิญา สวัสดี สมาชิกพรรค พปชร. ยื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเช่นกัน โดยขอให้แสวงหาข้อเท็จจริงว่า กมธ.ชุด พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มีอำนาจในการเรียก พล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตรหรือไม่ หรือกระทำการนอกเหนือไปจากที่กฎหมายบัญญัติไว้หรือไม่ โดยนายสนธิญาระบุว่า ได้ยื่นเรื่องสอบถามในกรณีดังกล่าวไปยังนายชวนตั้งแต่วันที่ 30 ต.ค.แล้ว แต่กลับไม่ได้รับคำตอบ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องยื่นเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริง
    ขณะที่นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ "อย่าเอาการต่อสู้กันทางการเมือง ไปทำลายความเข้มแข็งของกฎหมายระบบตรวจสอบฯ" ระบุว่า กรณีนายไพบูลย์เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดินขอให้เสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยพระราชบัญญัติคำสั่งเรียกของ กมธ.นั้น น่าจะเกิดจากความรำคาญใจต่อพฤติกรรมของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ แต่ควรแก้ปัญหาให้ตรงจุด เพราะเรื่องนี้ประเด็นอยู่ที่คนใช้กฎหมายไปในทางที่ผิด ไม่ใช่ความผิดของกฎหมาย 
    "ผมคิดว่าการทำลายความเข้มแข็งของระบบตรวจสอบโดยคิดแต่ประโยชน์ทางการเมืองเป็นเรื่องที่เห็นแก่ตัวเกินกว่าจะรับได้ เรื่องนี้ปัญหาอยู่ที่คนใช้กฎหมาย ท่านก็ไปเล่นงานคนที่ใช้กฎหมายไปในทางที่ผิด ท่านต้องไปบอก พล.อ.ประยุทธ์ให้ไปฟ้องร้องดำเนินคดีเลย จะได้ไม่เป็นเยี่ยงอย่างที่ไม่ดีต่อไป แต่อย่าใช้วิธีปกป้องทางการเมืองด้วยการทำลายระบบตรวจสอบที่เข้มแข็งของ กมธ." นายเชาว์กล่าว และว่า ขอเรียกร้องไปยังกรรมาธิการ ป.ป.ช.ทั้งชุดอีกครั้ง ให้ทบทวนบทบาทหน้าที่ของตัวเอง และปฏิบัติในกรอบข้อบังคับการประชุมสภา หมวด 5 ข้อ 90 (22) จะได้ไม่มีใครต้องติดคุกเพราะการเอาคืนกันทางการเมือง.


ขอโทษที............ จู่ๆ ผมหายต๋อม บางท่านอาจตำหนิ ที่ไม่บอกกล่าวอะไรกันเลย ตามประสา "ชราชน" น่ะครับ ปุปปับ พรรคพวกต้องหามเข้าโรงพยาบาล นอนดูน้ำเกลือหยด ติ๊ก..ติ๊ก..อยู่ ๔ คืน

คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'