สอบสีกากีเอี่ยว แก๊งรีดลิขสิทธิ์


   


    เหยื่อล่อซื้อสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ทยอยแจ้งความ ตำรวจเร่งรวบรวมหลักฐานก่อนพิจารณามออกหมายจับ 3 ตัวแทน "วิระชัย" สั่งตั้งกรรมการสอบสีกากีมีเอี่ยวหรือไม่ ประธานศาลฎีกาชี้ฎีกายกฟ้องคดีลิขสิทธิ์ที่ถูกยุยงให้กระทำผิด เพราะจำเลยขาดเจตนา
    เมื่อวันพฤหัสบดี ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายวรกร พงศ์ธนากุล ทนายความ พากลุ่มผู้เสียหายที่ถูกจับคดีลิขสิทธิ์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย นำหลักฐานเอกสารเข้าขอความเป็นธรรมจาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. โดยขอให้มีคำสั่งให้หัวหน้าสถานีตำรวจทั่วประเทศใช้ดุลพินิจปล่อยตัวชั่วคราวเหยื่อที่ถูกแจ้งจับโดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ เนื่องจากพบว่ามีการใช้ช่องว่างของกฎหมายนี้เรียกรับผลประโยชน์ และทบทวนกฎหมาย พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ที่พบว่าปัจจุบันมีช่องว่างเปิดโอกาสให้กลุ่มมิจฉาชีพฉวยโอกาสในการเรียกรับผลประโยชน์ในการไม่ดำเนินคดีในความผิดลิขสิทธิ์
    ด้านผู้เสียหายคนหนึ่ง เป็นหญิงขายเสื้อผ้าในตลาดนัดจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า ถูกชุดจับลิขสิทธิ์แช้ตสั่งซื้อชุดลายโดราเอมอน และนัดส่งมอบที่ห้างแห่งหนึ่ง เมื่อไปถึงมีการส่งมอบและจ่ายเงิน ชุดลิขสิทธิ์ดังกล่าวได้แสดงตัวพร้อมตำรวจแสดงหนังสือมอบอำนาจจากเจ้าของลิขสิทธิ์และเข้าจับกุม จากนั้นถูกพาตัวไปที่ สภ.เมืองนครปฐม ถูกเรียกค่าเสียหาย 50,000 บาท แต่เนื่องจากมีเงินไม่เพียงพอ จึงต่อรองลดเหลือ 10,000 บาท ระหว่างการต่อรองกลับถูกข่มขู่ว่าจะถูกคุมขัง จึงยอมจ่ายเงินเพื่อให้ตัวแทนลิขสิทธิ์ถอนแจ้งความ โดยไม่มีหลักฐานเอกสารในการชำระค่าปรับจากตำรวจ
    ที่ สภ.เมืองนครราชสีมา เหยื่อที่ถูกตัวแทนบริษัทลิขสิทธิ์การ์ตูนดังล่อซื้อจับกุมที่จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 38 ราย ได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน โดย พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. สั่งการให้เปิดศูนย์รับแจ้งความร้องทุกข์ มีการระดมพนักงานสอบสวนกว่า 20 นาย คอยรับแจ้งความ โดยพนักงานสอบสวนได้สอบปากผู้เสียหายแต่ละราย เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีกับตัวแทนลิขสิทธิ์ ซึ่งหากมีหลักฐานเพียงพอ ตำรวจก็จะขอศาลออกหมายจับกลุ่มตัวแทนลิขสิทธิ์ดังกล่าวทันที เบื้องต้นคาดว่ากลุ่มตัวแทนลิขสิทธิ์ที่จะถูกดำเนินคดีมี 3 ราย
    พล.ต.อ.วิระชัยกล่าวว่า ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบหลักฐานใบอนุญาตต่างๆ ของตัวแทนลิขสิทธิ์ว่าได้รับมอบอำนาจจริงและถูกต้องหรือไม่ ซึ่งหากได้รับมอบอำนาจถูกต้อง ก็ต้องตรวจสอบดูว่าตัวแทนลิขสิทธิ์ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของผู้มอบอำนาจมาหรือไม่ ก่อนที่จะดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวน ว่ามีใครเกี่ยวข้องหรือมีส่วนสนับสนุนกับกลุ่มตัวแทนลิขสิทธิ์หรือไม่ หากพบว่าตำรวจนายใดมีส่วนเกี่ยวข้องก็ต้องถูกดำเนินการอย่างเด็ดขาด
    นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา ให้สัมภาษณ์กรณีมีบุคคลใช้กฎหมายลิขสิทธิ์โดยบิดเบือน กลั่นแกล้งจับกุมเพื่อหาผลประโยชน์ ว่า ในเรื่องแบบนี้ศาลฎีกาเคยมีคำวินิจฉัยไว้หลายคดี ซึ่งเนื้อหาเป็นการจับกุมจำเลยในคดีละเมิดลิขสิทธิ์ แต่การได้มาซึ่งตัวจำเลยนั้นกลับมีการล่อซื้อ มีการวางแผนจับกุม โดยบางครั้งเหมือนกับว่าไปยุยงส่งเสริมให้มีการกระทำความผิด จำเลยไม่ได้เป็นคนริเริ่มเอง มีคดีที่บริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ไปว่าจ้างจำเลยให้ทำคอมพิวเตอร์ บอกให้บรรจุโปรแกรมอะไรบ้าง จำเลยผลิตแต่คอมพิวเตอร์ ไม่ได้ผลิตโปรแกรม พอมีคำสั่งซื้อเข้ามา ก็ไปเอาโปรแกรมที่ติดลิขสิทธิ์มาใส่ ศาลฎีกาตัดสินว่าจำเลยมีอาชีพผลิตคอมพิวเตอร์ การทำโปรแกรมไม่ใช่อาชีพของเขา การไปล่อซื้อโดยระบุต้องเอาโปรแกรมมาใส่ให้ ศาลฎีกามองว่าจำเลยขาดเจตนาละเมิดลิขสิทธิ์ ให้ยกฟ้อง
    ในส่วนของการจับกระทงละเมิดลิขสิทธิ์ นายไสลเกษกล่าวว่า ยังไม่รู้ข้อเท็จจริงในคดี ทราบจากข่าวเช่นกันว่ามีคนมาว่าจ้างเด็กให้ใช้รูปแบบลายการ์ตูน ลักษณะเหมือนรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือไม่ แล้วมีการเข้าไปจับกุม ตนก็ไม่อยากให้ความเห็นลงลึกไป เพราะอาจจะเป็นการไม่ให้ความเป็นธรรมกับอีกฝ่ายหนึ่ง เแต่หลักกฎหมายที่เราพอจะสรุปได้คือ ถ้าไม่มีความตั้งใจละเมิดลิขสิทธิ์ แต่มีการยุยงส่งเสริมให้ทำขึ้น กรณีแบบนี้เกิดจากบุคคลที่อ้างเป็นผู้เสียหายมีส่วนที่ก่อให้เกิดการกระทำความผิด คำพิพากษาศาลฎีกาเคยวินิจฉัยในเนื้อหาว่า ผู้เสียหายมีส่วนในการยุยงให้เกิดการกระทำความผิด จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยที่จะมีอำนาจเอาคดีมาฟ้องได้.


ขยันดีนะ....ฝ่ายค้านชุดนี้ เคาะกะลากันรายวัน จะแก้รัฐธรรมนูญ จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล งานเต็มมือ!    เรื่องหาวิธีชำเรารัฐธรรมนูญพูดกันไปเยอะแล้ว มาที่เรื่องซักฟอกรัฐบาลดูบ้าง 

ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'
อ้อย 'ฤๅจะหวานเท่า' ไทย-จีน