เผือกร้อนมาแล้วจ้า 'สมรังสี'เข้ามาเลย์ 


   


    เผือกร้อน! "สม รังสี" บินเข้ากัวลาลัมเปอร์แล้ว ดิ้นหาทางเข้าไปจุดม็อบในกัมพูชา แต่ยังไม่รู้จะใช้เส้นทางไหน อเมริกา-องค์กรสิทธิฯ จอมเสี้ยมเอากันใหม่ อัดไทย-มาเลเซีย ขวางทาง เรียกร้องให้ชาติสมาชิกอาเซียนเคารพต่อหลักการแห่งกฎหมายระหว่างประเทศ ขณะที่ด่านปอยเปต ทหารติดอาวุธเพียบ คุมเข้มห้ามคนกัมพูชาเข้าไทย
    หลังนายสม รังสี ผู้นำพรรคฝ่ายค้านกัมพูชา โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า กำลังเดินทางออกจากกรุงปารีส ตามคำมั่นที่ให้ไว้ก่อนหน้านี้ ว่าจะกลับกัมพูชาเพื่อร่วมเดินขบวนต่อต้านสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชานั้น 
    นายสม รังสี ไม่ได้ระบุว่าเที่ยวบินของเขามีจุดหมายปลายทางที่ใด มีเพียงข้อความระบุด้านล่างของภาพนายสม รังสี อยู่ที่สนามบิน ว่าเขาเปลี่ยนจุดหมายในการบิน หลังไม่สามารถเช็กอินของสายการบินไทยขึ้นเครื่องบินโดยสารจากกรุงปารีสไปกรุงเทพมหานครเพื่อเดินทางโดยรถยนต์ต่อเข้าไปในกัมพูชาได้
    ต่อมาวันเสาร์ สำนักข่าวต่างประเทศพากันรายงานว่า นายสม รังสี เดินทางถึงกรุงกัวลาลัมเปอร์ นครหลวงของมาเลเซียแล้ว แต่ยังไม่มีการระบุว่าเขาจะเดินทางเข้ากัมพูชาอย่างไร ขณะที่ทีมงานของนายสม รังสี ที่เดินทางเข้ามาเลเซียก่อนนี้ได้ถูกผลักดันออกไปหมดแล้ว 
    ทั้งนี้ นายสม รังสี ถูกขัดขวางไม่ให้ขึ้นเครื่องบินของการบินไทยจากกรุงปารีสมายังกรุงเทพฯ เมื่อวันพฤหัสบดี เขาและแกนนำฝ่ายค้านคนอื่นๆ ที่เป็นสมาชิกพรรคกู้ชาติกัมพูชา ซึ่งเป็นพรรคการเมืองของเขาที่ถูกสั่งยุบไปแล้วกล่าวว่า พวกเขาต้องการกลับกัมพูชาโดยการข้ามพรมแดนประเทศไทยกลับไป
    ผู้สื่อข่าวรอยเตอร์ที่เดินทางพร้อมกับนายสม รังสี ถามเขาขณะที่อยู่บนเครื่องบินว่า คิดว่าจะได้รับการต้อนรับอย่างไรจากมาเลเซีย นายสม รังสี ตอบว่า ยังไม่รู้เหมือนกัน อาจจะเป็นการปูพรมแดงต้อนรับอย่างดี หรืออาจจะเจอกับกุญแจมือ
       สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวก่อนหน้านี้ว่า ความพยายามของนายสม รังสี และพรรคพวกในการกลับประเทศและจัดการชุมนุมถือเป็นความพยายามก่อรัฐประหาร 
    ส่วนโฆษกรัฐบาลกัมพูชาระบุว่า หากนายสม รังสี เดินทางกลับเข้ากัมพูชา เขาจะต้องเผชิญกับการถูกนำตัวไปขึ้นศาล เนื่องจากเชื่อว่าการกลับประเทศของเขาจะทำให้เกิดความวุ่นวายและไม่สงบขึ้นในประเทศ ซึ่งรัฐบาลกัมพูชาต้องดำเนินการควบคุมตัวเขา 
    ศูนย์สิทธิมนุษยชนแห่งกัมพูชาโพสต์ภาพและข้อความในทวิตเตอร์อธิบายว่า ตำรวจพร้อมอาวุธครบมือได้รับคำสั่งให้ประจำการตามแนวพรมแดนกัมพูชา-ไทย บริเวณจังหวัดปอยเปตของกัมพูชา ซึ่งเชื่อว่านายสม รังสี จะเดินทางข้ามพรมแดนจากไทยเข้าสู่กัมพูชา
         ก่อนหน้านี้ รัฐบาลสหรัฐแสดงความวิตกกังวลต่อนโยบายการปราบปรามฝ่ายต่อต้านรัฐบาลของรัฐบาลสมเด็จฮุน เซน เนื่องจากนำไปสู่การจับกุมนักเคลื่อนไหวทางการเมืองแล้วหลายสิบคน รวมทั้งทำให้แกนนำพรรคฝ่ายค้านหลายคนไม่สามารถกลับเข้าประเทศได้ 
    โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐกล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐประสงค์จะเรียกร้องให้ชาติสมาชิกอาเซียนเคารพต่อหลักการแห่งกฎหมายระหว่างประเทศ ด้วยการไม่บีบบังคับให้นักเคลื่อนไหวทางการเมืองและนักการเมืองฝ่ายค้านของกัมพูชากลับประเทศ ซึ่งอาจจะไปสู่ความเสี่ยงที่จะทำให้พวกเขาได้รับอันตรายและการลงโทษจากทางการกัมพูชา
    ขณะที่องค์การนิรโทษกรรมสากลวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลไทยและมาเลเซียที่ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลกัมพูชาด้วยการพยายามขัดขวางการเดินทางกลับกัมพูชาของแกนนำพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งรวมถึงนายสม รังสี ผู้นำพรรคฝ่ายค้านของกัมพูชาที่ลี้ภัยการเมือง
        ที่บริเวณด่านพรมแดนปอยเปต ประเทศกัมพูชา ซึ่งอยู่ตรงข้าม ด่าน ตม.อรัญประเทศ จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ยังคงมีทหาร ตำรวจติดอาวุธของกัมพูชาตรวจตราอย่างเข้มงวด โดยอนุญาตให้ชาวไทยและชาวต่างชาติสามารถเดินทางผ่านเข้า-ออกกัมพูชาได้ตามปกติ ยกเว้นชาวกัมพูชาที่จะเดินทางเข้าประเทศไทย จนท.กัมพูชายังคงห้ามไม่อนุญาตให้ชาวกัมพูชาที่จะเข้ามาค้าขายและซื้อสินค้าในตลาดโรงเกลือเข้ามาในประเทศไทย 
    โดยทางกัมพูชาอ้างเป็นมาตรการที่ทางกรุงพนมเปญต้องการสกัดกั้นขบวนการของนายสม รังสี ปลุกระดมมวลชนชาวกัมพูชาในประเทศไทย มาต่อต้านและโค่นล้มรัฐบาลกัมพูชา จึงมีคำสั่งห้ามชาวกัมพูชาเดินทางเข้าประเทศไทยเป็นการชั่วคราว ส่วนยานพาหนะทุกชนิดกัมพูชายังไม่อนุญาตให้ผ่านเข้า-ออกด่านพรมแดนปอยเปต
       นอกจากนี้ ยังมีข่าวลือออกมาจากกรุงปอยเปต ประเทศกัมพูชา ว่าทางการกัมพูชาในกรุงปอยเปตได้ประกาศเคอร์ฟิวห้ามชาวกัมพูชาและชาวต่างชาติที่พำนักในกรุงปอยเปตออกนอกเคหสถานยามค่ำคืน เพื่อความปลอดภัย โดยมีการแชร์บอกต่อๆกันในโลกโซเชียลของกัมพูชา ทำให้ชาวกัมพูชาในกรุงปอยเปต ต่างตื่นตระหนกหวั่นเกิดสงครามกลางเมือง
    พล.ต.อ.คน ซอมโบ รองอธิบดีตำรวจตรวจคนเข้าเมืองกัมพูชา พร้อมด้วย พ.ต.อ.คึม จิตรา ผกก.ตม.ปอยเปต ประเทศกัมพูชา ได้เดินทางเข้ามาร่วมหารือกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยที่ห้องประชุมกองร้อยทหารพรานที่ 1201 ด่านพรมแดนคลองลึก อ.อรัญประเทศ ช่วงเที่ยงวันเสาร์ 
    โดยมี พ.อ.ชิษณุพงษ์ รอดศิริ รองผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา, พ.อ.สหัสดนย์ ธเนศชัยพิทักษ์ ผบ.กรม.ทพ.12, พ.ต.ท.จิรัสย์ ขนิษฐวงษ์สกุล รอง ผกก.ตม.จว.สระแก้ว ร่วมหารือ ซึ่งในการหารือทางฝ่ายกัมพูชาได้มาขอความร่วมมือจากประเทศไทยในการสกัดกั้นกลุ่มต่อต้านรัฐบาลกัมพูชาไม่ให้มีการปลุกระดมมวลชนเพื่อไปต่อต้านรัฐบาลกัมพูชา
         อย่างไรก็ตาม ฝ่ายไทยรับปากว่าประเทศไทยจะไม่ให้ชาวต่างชาติมาใช้พื้นที่ประเทศไทยปลุกระดมมวลชน หรือต่อต้านรัฐบาลประเทศเพื่อนบ้านอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ฝ่ายกัมพูชายังได้บอกถึงสาเหตุที่ต้องเข้มงวดที่ด่าน ตม.ปอยเปต เนื่องจากเกรงว่ากลุ่มต่อต้านรัฐบาลกัมพูชาจะใช้เส้นทางดังกล่าวเพื่อเข้าไปก่อเหตุชุมนุมต่อต้านรัฐบาลกัมพูชา
    ส่วนบรรยากาศที่จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ ตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ มีประชาชนทั้งชาวไทยและชาวกัมพูชาสัญจรไปมากันตามปกติ ขณะที่จุดบริเวณชายแดนฝั่งกัมพูชา ตำบลตระเปียงไปร อำเภออัลลองเวง จังหวัดอุดรมีชัยนั้น มีกองกำลังทหารจากหน่วยทหารป้องกันชายแดนที่ 403 กองกำลังทหารภูมิภาคที่ 4 ประเทศกัมพูชา ตำรวจตระเวนชายแดนกัมพูชานับร้อยนายพร้อมอาวุธประจำกายครบมือ ทำการตรวจเข้มผู้คนเข้า-ออกประเทศ เนื่องจากเป็นวันชาติกัมพูชา
    นอกจากนี้ ยังมีการแจกจ่ายภาพประกาศจับนายสม รังสี และพรรคพวกในข้อหากบฏให้กับเจ้าหน้าที่ฝั่งไทยด้วย
    ด้านนายสรศิริ จันดีบุตร ปลัดฝ่ายป้องกัน อ.ภูสิงห์ ได้เข้าไปพบปะเจรจาแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกับฝ่ายทหารกัมพูชา พร้อมกับแจ้งว่า ทางฝ่ายเจ้าหน้าที่ของไทยพร้อมและยินดีที่จะให้ความร่วมมือและช่วยเหลือในทุกด้าน จากการที่ทหารและ ตชด.กัมพูชาตรวจรถยนต์และบุคคลที่ผ่านเข้า-ออกจุดผ่านแดน ยังไม่พบสิ่งผิดปกติและไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ สถานการณ์ยังเป็นไปด้วยความเรียบร้อย บริเวณจุดผ่านแดนชาวกัมพูชาและชาวไทยยังคงข้ามแดนไปทำการค้าขายและท่องเที่ยวตามปกติเหมือนเช่นทุกวัน.


ขอโทษที............ จู่ๆ ผมหายต๋อม บางท่านอาจตำหนิ ที่ไม่บอกกล่าวอะไรกันเลย ตามประสา "ชราชน" น่ะครับ ปุปปับ พรรคพวกต้องหามเข้าโรงพยาบาล นอนดูน้ำเกลือหยด ติ๊ก..ติ๊ก..อยู่ ๔ คืน

คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'