ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!


   

    รู้ยัง?
    เขานัดรวมพลคน "อยู่ ไม่ เป็น" กันอย่างเป็นทางการแล้วนะ 
    อนาคตใหม่เชิญชวน ผ่านโลกสมมุติ ช่วยกันปกป้องนายกฯ โซเชียล ตามที่ปักหมุดเอาไว้ว่า "อยู่ไม่เป็น ๑๖ พ.ย. ๖๒ รอฟังรายละเอียดเพิ่มเติมในเร็ววันนี้"
    และแล้ววานนี้ (๑๐ พ.ย.) เพจพรรคอนาคตใหม่ ออกคำชี้ชวนว่า 
    "หากนำเลือดของชาวอนาคตใหม่ไปตรวจ Deoxyribonucleic Acid (DNA) เราอาจพบยีนความ  'อยู่ไม่เป็น' ฝังอยู่ใน DNA ของพวกเราก็เป็นได้
    ด้วยเหตุนี้ เราจึงขอเชิญชวนทุกท่าน
    มาร่วมงานรวมพลคนอยู่ไม่เป็นไปพร้อมกัน
    ๑๖ พฤศจิกายนนี้
    JJ Mall ชั้น ๖ ห้องกำแพงเพชร
    ๑๒.๐๐ น. เป็นต้นไป....."
    ไปทำอะไรกัน?
    มารู้จักกับดีเอ็นเอส้มหวานก่อน 
    ถ้าจะให้พูดกันตรงๆ นี่คือดีเอ็นเอผ่าเหล่า 
    หรือกลายพันธุ์
    การขาดหายไปของส่วนใดส่วนหนึ่งของโครโมโซม ทำให้ยีนเดิมจากบรรพบุรุษขาดหายไปด้วย
    หยุดแค่รุ่นพ่อแม่ ไม่ได้ไปสู่ลูก 
    ที่ผ่านมาถกเถียงกันหนักมาก 
    ไม่ว่าจะเป็นประเด็นด้านวัฒนธรรม ความเป็นอยู่
    ประเด็นสถาบันพระมหากษัตริย์
    ล้วนพบพฤติกรรมผ่าเหล่า
    คงเพราะมียีนฝรั่งเศสอยู่ในตัวมากเกินไป 
    รู้อะไรมั้ย....... 
    ความจริงแล้วพันธุกรรมที่แตกต่างกัน ระหว่าง "มนุษย์" กับ "ลิงไม่มีหาง" นั้นมีอยู่ประมาณ ๕  เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น 
    ไม่แน่ใจว่าวันนี้ยีนที่ฝังในดีเอ็นเอ ธนาธร-ปิยบุตร และพวก ต่างจากบรรพบุรุษไปกี่เปอร์เซ็นต์แล้ว  แต่เชื่อเถอะ 
    ต่างพอควร!
    ต่างถึงขนาดจ้องจะล้มล้างให้แหลกลาญกันไปข้าง ตามประสาเด็กเล่นกับไฟ 
    เมื่อไฟลวกแทนที่จะโทษตัวเอง กลับโทษว่าไฟกลั่นแกล้ง ไฟไม่ชอบขี้หน้า 
    เอาล่ะ....๑๖ พ.ย. พวกดีเอ็นเออยู่ไม่สุข ไปรวมตัวกันเพื่อทำอะไร?
    มีการตั้งรหัสให้ถอด ทอน บุตร ยัน กาลิเลโอ        
    คนเขาสรุปให้ว่า นี่คือการปลุกฟ้าให้ตื่นมาปกป้องพ่อและพรรค 
    เพื่อให้รอดพ้นจากการถูกยุบพรรค และตัดสิทธิ์ทางการเมือง 
    ตั้งใจจะจุดม็อบ ท้าทายศาลรัฐธรรมนูญที่จะวินิจฉัยคดีหุ้นในวันที่ ๒๐ พ.ย.หรือเปล่า?  
    ลองอ่านโพสต์ของ "ชาญวิทย์ เกษตรศิริ" ผู้เฒ่าส้มหวานดู น่าจะบอกอะไรได้บางอย่าง 
    ......How to live?
    อยู่เปน ก้อไม่รอด ถ้า...อยู่ไม่เปน อาจรอด ถ้า...
    CK...comment...
    น่าเปนห่วงว่า จะไม่รอด
    แต่ ก้อไม่แน่
    ขึ้นอยู่กับว่า "ฝ่ายโน้น คือ ฝ่ายอำนาจเดิม" ประเมินว่า
    ถ้าทำแล้วชนะ ก้อคงทำ อย่าง ๒๔๙๐, ๒๕๐๐, ๒๕๓๔, ๒๕๔๙, ๒๕๕๗...
    แต่ถ้าประเมินว่า ถ้าทำ ก้อจะเกิด ตุลา ๒๕๑๖ หรือ พฤษภา ๒๕๓๕ ก้ออาจ ไม่ทำ ครับ
    ป.ล.
    สุวัฒน์ วรดิลก หรือ รพีพร เคยปรารภ ไว้นานแล้ว ที่งานสมาคมธรรมศาสตร์ว่า อย่า underestimate  ผู้ปกครองเดิมๆ
    เพราะว่า statecraft ของพวกเขาและเธอนั้น ลึกล้ำเหลือ...
    อนึ่ง ครับ ยังทำให้นึกถึงวลี ของหลวงวิจิตรฯ ที่คนรุ่นเก่าๆ ชอบกันมาก ที่ว่า
    "จงทำดีแต่อย่าเด่น จะเป็นภัย
    ไม่มีใครอยากเห็นเราเด่นเกิน"
    ครับ อนาคตใหม่ โดยเฉพาะธนาธร ดูจะเด่นเกินไปเสียแล้ว ล่ะ ๕๕๕๕๕........
     ประเมินกันว่าไง????
    อยากเห็นตุลาวิปโยค พฤษภาทมิฬ กันอย่างนั้นหรือ? 
    ลองยืนหน้ากระจกแล้วพิจารณาตนเองกันบ้าง
    "ธนาธร" ไปขึ้นศาลรัฐธรรมนูญ เอาแต่พูดเรื่องโอนหุ้นตัวเองว่า ไม่รู้ จำไม่ได้ ท้าทายและต่อรองศาล แบบนี้หรือเปล่าที่เรียกว่า อยู่ไม่เป็น 
    แล้วจะมาสร้างวาทกรรมปลุกม็อบ ให้คนอื่นตายแทนอย่างนั้นหรือ 
    ถามดังๆ!
    ลอกการบ้านกันมาหรือเปล่า?
    ครั้งหนึ่ง ทักษิณ-นปช. ปลุกม็อบบ้าคลั่งอ้างว่าจะโค่นล้มอำมาตย์ 
    วันนี้คนปลุกไม่หนีไปต่างประเทศก็อยู่ในคุก 
    หลายรายกำลังจะเข้าไปนอนนับซี่กรงเหล็กในห้องขังเร็วๆ นี้
    ถ้าอยากจะอยู่ให้เป็นสุข ที่จริงก็ไม่ยากนะ 
    การเมือง ศาสนา คือความเชื่อและศรัทธา 
    การปฏิบัติต่อผู้มีความเชื่อที่แตกต่าง สำคัญกว่า เชื่อหรือไม่เชื่ออะไร
    วันนี้อนาคตใหม่ปฏิบัติต่อ ผู้มีความเชื่อทางการเมืองที่แตกต่างอย่างไร 
    กลับไปคิดกันเยอะๆ
    ขยะ
    สนิม 
    ไม่ใช่ทางออก 
    เก็บผลไม้ยังต้องโน้มกิ่งเข้าหาตัว 
    การจะเก็บเกี่ยวมิตรภาพ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องโน้มตัวเข้าหาผู้อื่น 
    แต่เมื่อคิดว่า การโน้มตัวคือความคิดที่คร่ำครึ นั่นเท่ากับปิดทุกประตู ที่จะแลกเปลี่ยนความคิดทางการเมือง และหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับประเทศไทย 
    และเมื่อคิดว่าตัวเองแน่กว่าใคร ไม่มีอะไรเจ๋งกว่าตำราฝรั่งเศส มันจึงยากที่จะหาจุดบรรจบได้ 
    ประจวบเหมาะกับกระแสรื้อรัฐธรรมนูญ.....
    เตือนด้วยความหวังดี ไปยังพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะประชาธิปัตย์ และอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อย่าผลีผลามกระโดดเข้าไป
    เพราะอาจมีคนตั้งใจก่อวิกฤติรัฐธรรมนูญขึ้นมา 
    ใช้ประโยชน์จากวิกฤตินี้ในการก่อม็อบ อาจซ้ำรอย ตุลา ๒๕๑๖ หรือ พฤษภา ๒๕๓๕ สมใจเฒ่าส้มหวานก็ได้
    แม้กรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นมา มีหน้าที่แค่ศึกษาแนวทาง 
    ไม่ได้เป็นผู้แก้ไข
    แต่หาก กมธ.เสียงส่วนใหญ่ เพราะมี กมธ.จากพรรคประชาธิปัตย์ไปโหวตให้ กมธ.พรรคฝ่ายค้าน มีมติให้ปลดล็อกมาตรา ๒๕๖ เพื่อตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) นั่นเท่ากับผลักประเทศเข้าสู่ความขัดแย้งรอบใหม่
    เพราะเป็นการยกร่างเพื่อเปลี่ยนรัฐธรรมนูญ
    มิใช่การแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราแต่อย่างใด 
    หากใช้สมองคิดกันสักนิด ย้อนมองอดีต ประเทศไทยมี ส.ส.ร.มาแล้ว ๒ ชุด 
    ชุดแรกตั้งเมื่อปี ๒๕๓๙ "อุทัย พิมพ์ใจชน" นั่งเป็นประธาน ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ 
    ชุดที่สอง ตั้งในปี ๒๕๕๐ มี "นรนิติ เศรษฐบุตร" เป็นประธาน ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ 
    ชุดที่สามกำลังจะตามมา?
    และอาจมีชุดที่สี่ ห้า หก ไปเรื่อยๆ ไม่จบสิ้น
    ปัญหาคืออะไร?
    เรามีแต่นักการเมือง ที่เอาแต่โวยวายว่ารัฐธรรมนูญไม่ดี ต้องแก้ไข ต้องรื้อถอน 
    กลับกันนักการเมืองปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแค่ไหน 
    จริงอยู่ ไม่มีรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมาย ฉบับใดในโลกนี้ที่สมบูรณ์ ๑๐๐% ไม่ต้องแก้ไขใดๆ อีก แม้เวลาจะผ่านไปนานแสนนานก็ตาม 
    แต่การใช้รัฐธรรมนูญคือการเรียนรู้ 
    เมื่อพบจุดบกพร่องก็แก้ไข ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร 
    แล้วที่ผ่านมา นักการเมืองต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้กติกาสูงสุดของประเทศ สมบูรณ์ขึ้น  หรือแก้เพื่อสนองผลประโยชน์ทางการเมืองของตัวเองกันแน่ 
    รัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐ เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุด ที่จะอธิบายว่า เมื่อประชาชนต้องการรัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุด มีความเป็นประชาธิปไตยมากที่สุด และได้มาแล้ว แต่นักการเมืองเอาไปใช้อีกอย่าง 
    ระบอบทักษิณ เกิดขึ้นโดยการกระทำชำเรารัฐธรรมนูญ 
    รัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐ เป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่กลัวอำนาจทหาร จึงไปเพิ่มความแข็งแกร่งให้ฝ่ายบริหาร และ "ทักษิณ" ใช้ประโยชน์จากวิธีคิดเช่นนี้ 
    สร้างระบอบทักษิณขึ้นมา
    ดูด ส.ส. ควบรวมพรรคการเมือง สร้างความแข็งแกร่งให้รัฐบาลไทยรักไทย จนเลยขีดการตรวจสอบโดยวิถีทางรัฐสภา 
    ฉะนั้นอย่าแปลกใจกับคำว่า "ตุลาการภิวัฒน์" 
    ตุลาการภิวัฒน์ มิได้เกิดขึ้นมาลอยๆ แต่เพราะนักการเมืองใช้อำนาจจนเกินขอบเขต ที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งใช้อำนาจนั้นเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน
    วันนี้มีความพยายามกลับไปใช้รูปแบบเดิม ปลุกมวลชน ต่อต้านทุกอย่าง รวมทั้งกระบวนการยุติธรรม เพื่อเบี่ยงเบนการตรวจสอบ
    แล้ว "ทอน-บุตร" จะได้รู้ว่า.... 
    "อยู่ ไม่ ได้" มันหนักหนาสาหัสแค่ไหน
    ข่าวฝากจาก "ป๋าเปลว" ยอดเงินบริจาคสู่ ๒๐ ครอบครัว ชรบ.ลำพะยา ล่าสุดตอนนี้ สองล้านแปดแล้ว
    โอนวันจันทร์ได้อีกวัน แล้วไปสรุปยอดวันอังคาร
    อีกก้อนเป็นเงินสดที่แฟนไทยโพสต์บริจาคโดยตรงกับ "ป๋าเปลว" คร่าวๆ ก็กว่าแสน ไปสรุปยอดวันอังคารเช่นกัน
    จากนั้นลงใต้ถึงมือ ๒๐ ครอบครัว ชรบ.ลำพะยาทันทีครับ.
                                ผักกาดหอม    


ทำไม......... "พรรคอนาคตใหม่" จึงรณรงค์เรื่อง "ยกเลิกเกณฑ์ทหาร" ชนิดเอาเป็น-เอาตาย? ไม่ใช่เพราะ พล.ท.พงศกร สอบไม่ผ่านเข้าโรงเรียนเสธฯ หรอกนะ

ความเมืองเรื่อง "กล้วยและไข่"
เพื่อไทย 'หลอกแก้ผ้า' น้องใหม่
'ความลับทางทหารที่จำแม่น'
พรรคร่วม 'หลวม' ในแกนนำ
มีอะไรเสนอนอกจาก 'แบน'?
จากสภาสู่ 'พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์'