'วราวุธ'หนุน1ครอบครัว1กระทง ร่วมใจใช้วัสดุธรรมชาติ


เพิ่มเพื่อน    

11 พ.ย.62- ที่โรงยิมเนเซี่ยม องค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงการรณรงค์ใช้กระทงที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติว่า วันนี้ต้องขอความร่วมมือร่วมใจทุกคนให้ใช้กระทงที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติ และขอให้ใช้เพียงกระทงเดียวต่อครอบครัว เพื่อเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อมและทำให้แม่น้ำมีความสะอาด เพราะทุกปีภายหลังจากการลอยกระทงตอนเช้าจะมีขยะเต็มแม่น้ำ จึงต้องขอความเห็นใจจากทุกคนช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อรักษาคุณภาพน้ำในแม่น้ำลำคลอง เพื่อให้ทุกคนได้มีแม่น้ำที่ใสสะอาดสำหรับบุตรหลานในอนาคต

นายวราวุธ กล่าวด้วยว่า ถึงแม้ว่าหลายคนจะใช้กระทงที่ทำจากวัสดุธรรมชาติหรือกระทงจากขนมปังที่จะเป็นอาหารให้ปลา แต่อะไรก็แล้วแต่ที่มากจนเกินพอดีแม่น้ำลำคลองก็ไม่สามารถที่จะรับไหว และทำให้แม่น้ำเน่าเสียได้ วันนี้วันลอยกระทงเชื่อว่าทุกคนอยากลอยความทุกข์ออกไป จึงอยากให้นึกถึงเรื่องเหล่านี้ ไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อมและไม่สร้างภาระให้คนที่จะต้องมาเก็บ 

เมื่อถามว่าที่ผ่านมาทำความเข้าใจกับประชาชนได้มากน้อยแค่ไหน นายวราวุธกล่าวว่า ประชาชนตอบรับดีแต่จะได้ผลแค่ไหนต้องรอในวันพรุ่งนี้ (12 พ.ย.) โดยดูจากปริมาณขยะของกระทงจะเป็นตัวชี้วัด และหากปีนี้ไม่สำเร็จปีหน้าก็จะรณรงค์กันใหม่เพราะปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่ใช่หน้าที่ของรัฐมนตรีหรือรัฐบาลเพียงอย่างเดียว แต่เป็นบทบาทของประชาชนทั้ง 67 ล้านคนต้องช่วยกัน เมื่อถามว่าประเมินปีนี้กับปีที่ผ่านมาเกี่ยวกับการรณรงค์ใช้วัสดุธรรมชาติเป็นอย่างไร นายวราวุธ กล่าวว่า เชื่อว่าคนส่วนใหญ่จะใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นขนมปังหรือต้นกล้วย ใบตอง แต่อย่างที่บอกไปไม่ว่าจะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแค่ไหนหากมากเกินไปก็จะเป็นพิษกับสิ่งแวดล้อมอยู่ดี. 
 


บอกก่อน.....ผมไม่รู้จริงๆ ว่า "พรรคพลังประชารัฐ" เขาเล่นอะไรกัน?รัฐบาลกำลังไปได้ดีจู่ๆ ก็เล่นเกมชิงเก้าอี้ "หัวหน้าพรรค" โดย กก.บห. "เกินกึ่งหนึ่ง" รวมหัวกัน ยื่นหนังสือลาออก เมื่อวาน (๑ มิ.ย.๖๓)เป็นผลให้คณะกรรมการบริหารพรรค "พ้นตำแหน่ง" ทั้งคณะ ต้องเลือกตั้ง กก.บห.กันใหม่ทั้งหมด ภายใน ๔๕ วัน!

"การเมืองวันที่ไม่มีประยุทธ์"
เมื่อ "ทัวร์ลง" เดือนพฤษภา.
"ความต่างระหว่างคนกับสัตว์"
ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'