ก.ต.จ่อถกแผนคุมเข้มรปภ.ศาล


   

 จับแล้วเสมียนตราฝ่ายโจทก์ มือยิง "พล.ต.ต.ธารินทร์"  ตายกลางศาล ส่วนตำรวจศาลโดนด้วย ถูกตั้งกรรมการสอบโทษฐานยื่นปืนให้ อาจมีความผิดร่วมกันฆ่าผู้อื่น "สราวุธ" เผยชงเรื่องอาวุธในศาลเข้าที่ประชุม ก.ต. 18 พ.ย.นี้

    เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 เวลา 07.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี นำกำลังเข้าจับกุม นายธนากร วีรวโรตม เสมียนตราฝ่ายโจทก์ ที่เป็นผู้ต้องหาคดียิง พล.ต.ต.ธารินทร์ จันทราทิพย์ อดีตตำรวจตายในศาลจันทบุรี ขณะ พล.ต.ต.ธารินทร์ได้ก่อเหตุกราดยิงทนายฝ่ายโจทก์และลูกความบาดเจ็บและเสียชีวิต ภายในห้องพิจารณาคดี บัลลังก์  2 โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศาลจังหวัดจันทบุรี เป็นผู้ยื่นปืนให้กับ นายธนากรยิง พล.ต.ต.ธารินทร์จำนวน 6 นัดจนถึงแก่ความตาย 
    ทั้งนี้ กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศาลยื่นปืนให้นายธนากรเป็นผู้ยิงไว้อย่างชัดเจน จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขออนุมัติศาลจังหวัดจันทบุรีออกหมายจับนายธนากร โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตามจับกุมนายธนากรได้ที่โรงแรมกลางเมืองจันทบุรี หลังไปหลบซ่อนตัว ก่อนนำตัวไปสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี 
    เบื้องต้นนายธนากรปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ และแจ้งว่าจะไม่ให้การใดๆ ในชั้นพนักงานสอบสวน และจะให้การในชั้นศาลอย่างเดียว พร้อมแต่งตั้งทนายมาต่อสู้คดีต่อไป 
    เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อหานายธนากรคือฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศาลจังหวัดจันทบุรี ทาง พล.ต.ต.เสถียร บุญค้ำ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี จะเรียกมาทำการสอบสวน พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง กรณีในการยื่นปืนให้นายธนากรเป็นคนยิงอดีตตำรวจถึงแก่ความตายก็จะมีความผิดร่วมกันฆ่าผู้อื่นด้วย รวมทั้งอาจจะปลดจากการเป็นตำรวจ เบื้องต้นอยู่ระหว่างการสอบสวน
    พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. แถลงข่าวว่า จากการสืบสวนสอบสวนเบื้องต้นถึงมูลเหตุที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ น่าจะมาจากสาเหตุปัญหาเรื่องที่ดินจำนวน 86 แปลง เนื้อที่ประมาณ 3,800 ไร่ ตั้งอยู่ในจังหวัดจันทบุรี ซึ่งมีการฟ้องร้องคดีกันไปมาอีกหลายคดี เป็นเวลานานกว่า 10 ปี ในส่วนของผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระปกเกล้า ทาง สภ.เมืองจันทบุรีได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ความคุ้มครองตลอดเวลา ประกอบกับ บุตรสาวนายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ (ผู้เสียชีวิต) และนางสุภาพร ปรมีศณาภรณ์ (ผู้บาดเจ็บ) ได้ร้องขอเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ความคุ้มครอง เนื่องจากเกิดความหวาดกลัว จึงได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงจำนวนไปให้ความคุ้มครองตามที่ร้องขอ
    ส่วนที่โรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี นายเกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี พร้อมนายวรา เศลวัตนะกุล รองนายแพทย์สาธารณสุขจันทบุรี พร้อมทีมแพทย์ แถลงข่าวอาการของนางสุภาพร ปรมีศณาภรณ์ อายุ 59 ปี ที่ถูกอดีตยิงบริเวณท้องและขาซ้ายเข้ารับการผ่าตัด ช่วงนี้อาการปลอดภัยดี แต่ยังคงต้องพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ส่วนนายวิชัย อุดมธนภัทร อายุ 51 ปี ที่ถูกยิงบริเวณนิ้วก้อยมือขวาได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้
    ที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ ญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุยิงกันในศาลจังหวัดจันทบุรีทั้ง 2 ฝ่าย ทั้ง พล.ต.ต.ธารินทร์ จันทราทิพย์ อดีตรองจเรตำรวจ ผู้ก่อเหตุ และพ่อแม่ ญาติของคู่กรณีที่ถูกยิงและนายวิจัย สุขรมย์ ทนายความ เดินทางมารอรับศพทั้ง 2 ราย เพื่อนำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า
    โดย น.ส.เขมจิรา บัณฑูรนิพิท อดีตภรรยาของ พล.ต.ต.ธารินทร์ ผู้ก่อเหตุ ระบุว่า เชื่อว่าสาเหตุที่อดีตสามีลงมือก่อเหตุ เพราะถูกกดดันเกิดจากความเครียดสะสม ไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างสูง และยังถูกทางฝ่ายโจทก์ไปร้องเรียนจะถอดยศว่าเอาเวลาราชการมาทำคดี และเชื่อว่ามาจากความเครียดที่มูลนิธิอภิธรรมมหาธาตุวิทยาลัยเปลี่ยนฝ่ายไปให้การเป็นพยานของฝ่ายโจทก์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งตนเองมองว่าไม่ชอบมาพากล เพราะมูลนิธิเป็นผู้เสียหายในกรณีฟ้องร้องเรื่องที่ดิน 3,800 ไร่ แต่เหตุใดจึงไม่รักษาสิทธิ์ตนเอง และที่ผ่านมาเวลาขึ้นศาลมีการโต้เถียงกันบ่อยครั้ง เคยส่งนิ้วกลางในห้องศาล
    ฝ่ายโจทก์ยังมีการท้าตบกับทนายหญิงฝ่ายจำเลยหน้าศาล ทะเลาะกันหลายครั้ง ส่วนตัวได้เลิกกับ พล.ต.ต.ธารินทร์มา 4 ปีแล้ว จึงรู้สึกเสียใจที่ต้องสูญเสีย และไม่อยากให้อดีตสามีตายฟรี
    สาเหตุที่ทำให้รู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในคดี เนื่องจากอีกฝ่ายแจ้งจำนวนทายาทไม่ตรงกับความเป็นจริงในช่วงที่มีการพิจารณาคดี รวมถึงฝ่ายตนเองได้รับหลักฐานยืนยันกรรมสิทธิ์ที่ดินมาภายหลังจากที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาแล้ว ทำให้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงผลคำพิพากษาได้ ทั้งนี้ หาก พล.ต.ต.ธารินทร์รับรู้ ตนอยากจะขอโทษที่ทำให้เขาต้องมาวุ่นวายกับคดีดังกล่าว แทนที่จะได้ใช้ชีวิตบั้นปลายเกษียณกับครอบครัวอย่างมีความสุข อย่างไรก็ตาม ร่างของ พล.ต.ต.ธารินทร์จะนำไปประกอบพิธีกรรมที่ จ.ปราจีนบุรีต่อไป
    ด้านนายสาคร สุขรมย์ พ่อของนายวิจัย สุขรมย์ ผู้เสียชีวิต ยอมรับว่ารู้สึกเสียใจที่ลูกชายซึ่งเป็นเสาหลักของครอบครัวต้องมาจบชีวิตลงเพราะอาชีพที่ตัวเองรัก และตั้งใจทำงานมาตลอด 25 ปี
 อยากให้คดีนี้เป็นเรื่องสุดท้ายที่เกิดขึ้นในศาล ที่มีการพกอาวุธเข้ามาห้ำหั่นกัน พร้อมอยากให้มีการทบทวนเรื่องการรักษาความปลอดภัยในศาล ส่วนตัวยังไม่ได้คุยกับครอบครัวคนยิง หากจะมาขอโทษก็ยินดีรับ แต่ขอโทษแล้วได้อะไร ไม่ทำให้ลูกชายฟื้นกลับมาได้ และไม่ขอจองเวรจองกรรมต่อกันอีก หลังจากนี้จะนำศพไปทำพิธีที่วัดป่ามัชฉิมวงศ์รัตนาราม จ.อุดรธานี
    นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวว่า จะออกหนังสือเวียนมาตรการรักษาความปลอดภัยในบริเวณศาล ที่เคยออกมาในช่วงปี 2522 ช่วงนั้นเกิดเหตุจังหวัดสงขลาและนครศรีธรรมราช ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะกำหนดขั้นตอนชัดเจนว่ามาตรการร่วมกันระหว่างการดำเนินงานของสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมราชทัณฑ์ จะต้องจัดการงานอย่างไรบ้าง จากที่เราเคยตกลงกันก็ต้องมีการกำชับให้มีการปฏิบัติหน้าที่ให้เรียบร้อย 
    เขากล่าวถึงเหตุการณ์ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในศาลจังหวัดจันทบุรีว่า กำลังดำเนินการสอบสวนอยู่ เรื่องอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุจากกล้องวงจรปิดจับภาพได้ว่า พล.ต.ต.ธารินทร์ได้มารอจังหวะตอนเดินเข้าศาลห่างจากจุดตรวจประมาณ 10 เมตร ในช่วงเวลา 7.45 น. ซึ่งเป็นการรอจังหวะที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกำลังเตรียมตัวเคารพธงชาติ เมื่อได้จังหวะจึงแอบนำอาวุธเข้าไป 
    ส่วนเรื่องจะมีการตั้งกรรมการสอบหรือไม่นั้น ในขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าพนักงานตำรวจศาล (คอร์ตมาร์แชล) เดินทางไปลงพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงกลับมารายงาน ก่อนมีการพิจารณากันต่อไป ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์และมาตรการการรักษาความปลอดภัยกับ ผอ.ประจำศาลจังหวัดจันทบุรี
    นายสราวุธกล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ในวันที่ 18 พ.ย.นี้ ก็จะมีการรายงานในที่ประชุม ก.ต.ให้ได้รับทราบ ซึ่งในวันดังกล่าวก็จะมีการรายงานผลสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์นายคณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดยะลา ที่ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองในศาลด้วย
    ที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ถ.พหลโยธิน นายนิพนธ์ จันทเวช เลขาธิการสภาทนายความและโฆษกสภาทนายความ พร้อมด้วยนายภักดี บุษยะบุตรี อุปนายกฝ่ายกิจการพิเศษ ร่วมกันแถลงชี้แจงกรณีว่าที่ ร.ต.ถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความฯ เสนอนโยบายทนายความพกปืน โดยนายนิพนธ์กล่าวว่า นโยบายที่ให้ทนายความมีใบอนุญาตพกปืนนั้น อยู่ในขั้นตอนรอผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) อนุมัติ ยังเหลือการพิจารณาเรื่องการกำหนดค่าธรรมเนียม ไม่ใช่ให้พกปืนเข้าไปในบริเวณศาล แต่ให้เพื่อสวัสดิภาพในการทำงาน การเดินทาง ครอบครัว เพราะเป็นงานเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งคู่ความ น่าจะมีไว้ป้องกันตัว โดยจะมีประธานสภาทนายความจังหวัดรับรองความประพฤติ และนายกสภาทนายความฯ กับ ผบ.ตร.รับรอง
     ขณะที่นายภักดีกล่าวเสริมว่า ทนายความในคดีแพ่งมีเงินและทรัพย์สินของลูกความไว้จ่ายค่าธรรมเนียมศาล ต้องปกป้องทรัพย์สินของผู้อื่นด้วย ในศาลเป็นพื้นที่เฉพาะไม่มีใครพกปืนได้ ยกเว้นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหรือตำรวจเท่านั้น เราประสานกระทรวงมหาดไทยจัดซื้อปืนสวัสดิการ สิทธิที่จะพกพาเป็นอำนาจของ ผบ.ตร. การพกปืนเป็นเรื่องเฉพาะที่จะพิจารณารายบุคคลว่าเหมาะสมหรือไม่
      ส่วนกรณีเหตุยิงกันที่ศาลจังหวัดจันทบุรี นายนิพนธ์กล่าวว่า สภาทนายฯ เสียใจจากการสูญเสียนายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ เนื่องจากเป็นทนายความชั้นผู้ใหญ่ เราพร้อมให้ความช่วยเหลือแก่ครอบครัว ผู้เกี่ยวข้อง และเป็นเรื่องดีที่เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม และ รมว.ยุติธรรม ต่างออกมากวดขันเร่งรัดการรักษาความปลอดภัยให้ดียิ่งขึ้น
     นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ เปิดเผยว่า วันที่ 14 พ.ย. ที่ประชุมกรรมาธิการเตรียมหยิบยกเรื่องของความปลอดภัยภายในศาลมาหารือ หลังจากเกิดเหตุก่อยิงในพื้นที่ศาลหลายครั้ง ทั้งจังหวัดยะลาและจังหวัดจันทบุรี ซึ่งที่จังหวัดจันทบุรีมีผู้เสียชีวิตถึง 3 ราย จึงถึงเวลาแล้วที่ต้องพิจารณาปัญหานี้อย่างจริงจัง 
    “ในห้องพิพากษาคดีควรจะเป็นเขตที่ปลอดภัยล้านเปอร์เซ็นต์ และควรจะเป็นเขตที่พี่น้องประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐอัยการ ทนาย ผู้พิพากษาหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง จะเดินเข้าไปได้อย่างปลอดภัย” นายจิรายุกล่าว.


โง่แล้วโทษ "กล้วย"! อย่างนี้ต้องให้ "เพื่อไทย-อนาคตใหม่" กินไข่แทนกล้วย เยื่อหุ้มสมองจะได้แข็งแรง คิดอะไรได้มากกว่าเอะอะ "วอล์กเอาต์"

เพื่อไทย 'หลอกแก้ผ้า' น้องใหม่
'ความลับทางทหารที่จำแม่น'
พรรคร่วม 'หลวม' ในแกนนำ
มีอะไรเสนอนอกจาก 'แบน'?
จากสภาสู่ 'พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์'
สภา "ปลาน้ำลึก-ปลาน้ำตื้น"