‘ชัยวัฒน์’ออกสื่อท้าชน ชี้มีขบวนการกลั่นแกล้ง


   

 "อธิบดีดีเอสไอ" มั่นใจสรุปสำนวนสั่งฟ้อง "ชัยวัฒน์" กับพวกอุ้มฆ่าบิลลี่ทันตามกำหนด "อดีต หน.อุทยานฯแก่งกระจาน" ยันมีขบวนการกลั่นแกล้ง ชี้ทำคดีใหญ่เยอะจนไปเหยียบเท้าใคร เตรียมนำลูกน้องอีก 3 รายไปสาบานยืนยันความบริสุทธิ์

    เมื่อวันที่ 13 พ.ย. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนคดีฆาตกรรมนายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่ง-บางกลอย หลังแจ้งข้อกล่าวหานายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) พร้อมพวกรวม 4 ราย ว่าพนักงานสอบสวนกำลังรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมสรุปสำสวนสั่งฟ้องนายชัยวัฒน์กับพวกตามขั้นตอน คาดว่าจะสามารถสรุปสำนวนได้ตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ ซึ่งขณะนี้ยังพอมีเวลา ก็จะทยอยเก็บหลักฐานให้ครบถ้วน ไม่อยากให้มีช่องว่างช่องโหว่แต่อย่างใด
    พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าวว่า ในส่วนที่ น.ส.พิณนภา พฤกษาพรรณ หรือ มึนอ ภรรยาของบิลลี่ กังวลใจที่ผู้ต้องหาทั้ง 4 รายถูกปล่อยตัวชั่วคราวเกรงไม่ปลอดภัยนั้น สามารถยื่นคำร้องต่อศาลขอให้พิจารณาการถอนประกันตัวได้ เนื่องจากเงื่อนไขในการให้ประกันตัว ผู้ต้องหาจะต้องไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานหรือข่มขู่พยาน ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์ปกติในทุกคดี
    ถามว่านายชัยวัฒน์ตั้งข้อสังเกตถึงระยะเวลาในการดำเนินคคีประมาณ 6 เดือน ซึ่งดูเหมือนเร่งรัดมากเกินไป พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าวว่า ตนไม่อยากจะไปโต้แย้งอะไรกับผู้ต้องหา ดีเอสไอมีหน้าที่เก็บรวบรวมพยานหลักฐาน ก็ทำตามขั้นตอน ไม่ได้เร่งรัดเร่งรีบ ดีเอสไอมีกรอบระยะเวลาในการทำคดีทุกอย่าง ว่ากันตามพยานหลักฐาน 
    "นายชัยวัฒน์จะพูดจะให้สัมภาษณ์อะไรก็กระทำได้ เป็นสิทธิของนายชัยวัฒน์ ยิ่งพูดยิ่งดี ดีเอสไอก็เก็บข้อมูลไปเรื่อยๆ ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ซึ่งตอนนี้ยังไม่ออกหมายบุคคลใดเพิ่มเติม รวมทั้งยังต้องตรวจสอบพยานหลักฐานบางส่วนในการตรวจค้นบ้านไร่ชัยราชพฤกษ์เมื่อวันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมาด้วย" อธิบดีดีเอสไอกล่าว
    มีรายงานว่า กรมป่าไม้ได้ส่งผลการตรวจสอบเบื้องต้นกรณีการครอบครองที่ดินไร่ชัยราชพฤกษ์ จ.เพชรบุรี จำนวน 73 ไร่ ของครอบครัวนายชัยวัฒน์ ให้ดีเอสไอและ ป.ป.ท.ตรวจสอบเพิ่มเติม หลังจากก่อนหน้านี้กรมป่าไม้ตรวจสอบพบที่ดินผืนดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนฯ มีนายไพโรจน์ ลิ้มลิขิตอักษร พี่ชายนายชัยวัฒน์ เป็นผู้ถือหนังสือรับรองสิทธิทำกิน หรือ สทก.1 ก ซึ่งตามกฎหมายจะถือครองได้ไม่เกินครอบครัวละ 20 ไร่ ห้ามบุกรุกแผ้วถางป่าเพิ่มเติม และห้ามซื้อขายให้กับบุคคลอื่น ซึ่งหากตรวจสอบพบการครอบครองไม่เป็นไปตามข้อกำหนดจะถูกเพิกถอนสิทธิทำกินและเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ป่าสงวนฯ
    ขณะที่นายชัยวัฒน์ได้ออกรายการโหนกระแส ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ยืนยันตอนหนึ่งว่า นายบิลลี่เป็นตัวละครตัวหนึ่งที่มีคนสร้างขึ้นมา เพราะผ่านไป 5 ปี ดีเอสไอไปเจอถังอยู่ใต้น้ำ แถวสะพานแขวน เขาบอกว่าเจอเศษซากกระดูกพิสูจน์ดีเอ็นเอเป็นบิลลี่ ลักษณะที่เห็นต้องมองเลยว่ามันต้องมีคนชี้ 
    "ต้องคิดถึงความเป็นจริง 5 ปีมีการเผามีการทิ้ง ในช่วง 5 ปี วันที่เกิดเหตุ ผมถูกย้ายออกนอกพื้นที่นะ แล้วถูกสอบสวน ถูกฟ้องศาล ในช่วงเกิดเหตุใหม่ๆ 2 3 4 ไม่มีใครรู้เลยเหรอ ว่ามีการเผา มีการทำลาย แล้วอยู่มา 5 ปีก็ไม่มีใครรู้นะ มาเจอถังเจอกระดูก ผมให้คนที่บอกว่าเจอตรงนี้ มาชี้เลยว่าใครเป็นคนฆ่า ใครคนทิ้ง ใครคนทำ ถ้าชี้มาที่ผม ผมยอมติดคุกเลย” นายชัยวัฒน์กล่าว
    พิธีกรถามว่า หัวหน้าพูดว่าถูกกระบวนการหนึ่งกลั่นแกล้ง กระบวนการไหน นายชัยวัฒน์กล่าวว่า วันนี้ตนทำหน้าที่ปกป้องธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตนจับกุมคดีใหญ่ๆ เยอะแยะ เรื่องนี้สำคัญที่สุดคือการไปเหยียบเท้าใคร มันชัดอยู่แล้ว
    มีรายงานว่า ในวันที่ 16 พ.ย. นายชัยวัฒน์พร้อมผู้ต้องหาทั้งหมดจะเดินทางไปสาบานที่สะพานแขวนในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเองด้วย.


โง่แล้วโทษ "กล้วย"! อย่างนี้ต้องให้ "เพื่อไทย-อนาคตใหม่" กินไข่แทนกล้วย เยื่อหุ้มสมองจะได้แข็งแรง คิดอะไรได้มากกว่าเอะอะ "วอล์กเอาต์"

เพื่อไทย 'หลอกแก้ผ้า' น้องใหม่
'ความลับทางทหารที่จำแม่น'
พรรคร่วม 'หลวม' ในแกนนำ
มีอะไรเสนอนอกจาก 'แบน'?
จากสภาสู่ 'พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์'
สภา "ปลาน้ำลึก-ปลาน้ำตื้น"