ฮ่องกงวิกฤติ! สั่งปิดโรงเรียน นศ.จีนหนีตาย


   

 ผู้ประท้วงในฮ่องกงเปลี่ยนกลยุทธ์ป่วนย่านธุรกิจในวันทำงานเป็นวันที่ 3 ติดต่อกันเมื่อวันพุธ พร้อมเปิดสมรภูมิใหม่ในรั้วมหาวิทยาลัย ทางการสั่งปิดโรงเรียนทุกระดับวันพฤหัสบดี นักศึกษาจีนแผ่นดินใหญ่เผ่นหนีตาย สถานกงสุลใหญ่ฯ เตือนคนไทยหลีกเลี่ยงพื้นที่ประท้วง

    รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันพุธที่ 13 พ.ย.62 เผยว่า สถานการณ์ประท้วงในฮ่องกงเกิดการปะทะรุนแรงขั้นเลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งในรอบ 5 เดือน นับแต่ผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยออกมาชุมนุมต่อต้านรัฐบาลฮ่องกงและรัฐบาลจีนเมื่อเดือนมิถุนายน การประท้วงรุนแรงครั้งนี้เกิดต่อเนื่องมาตั้งแต่วันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน โดยมีชนวนจากเหตุการณ์ตำรวจใช้กระสุนจริงยิงใส่ผู้ประท้วงไร้อาวุธได้รับบาดเจ็บสาหัสกลางย่านธุรกิจในเขตเซ็นทรัล ภาพดังกล่าวเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ ขณะเดียวกันบรรยากาศความขัดแย้งก็เข้มข้นขึ้น โดยตำรวจกล่าวว่า "ผู้ก่อจลาจล" ซึ่งเป็นคำที่ทางการใช้เรียกผู้ประท้วงก่อความรุนแรง ราดน้ำมันจุดไฟเผาชายวัย 57 ปีคนหนึ่งที่สนับสนุนจีนระหว่างการโต้เถียงกัน เขาบาดเจ็บสาหัส
    ที่เขตเซ็นทรัล ผู้ประท้วงราว 1,000 คนออกมาชุมนุมปิดถนนหลายสายในช่วงพักเที่ยงจำนวนมากแต่งชุดพนักงานออฟฟิศสวมหน้ากากปิดใบหน้าออกมาเดินขบวนและขว้างปาก้อนอิฐระเกะระกะถนน บริเวณใกล้ตลาดหุ้น ตำรวจปราบจลาจลพยายามขับไล่ฝูงชน ใช้ไม้กระบองไล่ตีและจับกุมไว้ได้บางราย การประท้วงขยายสู่สมรภูมิใหม่เมื่อวันอังคารโดยมีการปะทะในรั้วมหาวิทยาลัยหลายแห่งเป็นครั้งแรก การปะทะรุนแรงเกิดขึ้นตลอดคืนวันอังคาร ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาและกระสุนยาง ส่วนผู้ประท้วงใช้ระเบิดขวดและก้อนอิฐ สถานการณ์ตึงเครียดต่อเนื่องถึงวันพุธ นักศึกษาพากันจัดตั้งสิ่งกีดขวาง โดยตำรวจเฝ้าคุมเชิงไม่คิดฝ่าแนวกั้นเข้าไป 
    อย่างไรก็ดี การปะทะรุนแรงมักจะรุนแรงขึ้นในช่วงค่ำ สภาพโกลาหลที่สุดเมื่อคืนวันอังคาร เกิดภายในมหาวิทยาลัยจีนแห่งฮ่องกง (ซียูเอชเค) มีทั้งเสียงระเบิด กลุ่มควัน เสียงร้องตะโกน ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาและกระสุนยางอย่างไม่หยุดยั้ง มีคนบาดเจ็บหลายรายที่นี่ ส่วนการปะทะที่อื่นๆ นั้น ผู้ประท้วงปิดถนน เผารถหลายคัน ปาระเบิดขวดใส่โรงพัก และทุบทำลายทรัพย์สินภายในศูนย์การค้าใหญ่แห่งหนึ่ง ตำรวจกล่าวว่ามีผู้ประท้วงถูกจับกุม 142 คนนับแต่วันอังคาร ธนาคารและร้านค้าหลายแห่งในย่านธุรกิจของฮ่องกงปิดทำการเมื่อวันพุธ ขณะที่ระบบขนส่งมวลชนเป็นอัมพาต นอกจากถนนใช้สัญจรไม่ได้แล้ว ระบบรถไฟและรถไฟใต้ดินก็ได้รับผลกระทบ รถไฟใต้ดินหลายสายระงับบริการทำให้คนจำนวนมากไม่สามารถไปทำงานได้ และต้องหยุดการเดินรถเร็วขึ้น 2 ชั่วโมงเป็นเวลา 22.00 น.
    สำนักงานการศึกษาฮ่องกงประกาศปิดโรงเรียนทุกระดับชั้นในวันพฤหัสบดีเพื่อความปลอดภัย ซึ่งเป็นครั้งแรกที่โรงเรียนทุกแห่งถูกปิดเพราะการชุมนุมประท้วง ส่วนระดับอุดมศึกษานั้น มหาวิทยาลัยหลายแห่งเปลี่ยนไปใช้การศึกษาทางไกล หรือยกเลิกการเรียนการสอนช่วงนี้
    ตำรวจฮ่องกงและมหาวิทยาลัยหลายแห่งเผยด้วยว่า นักศึกษาชาวจีนแผ่นดินใหญ่เริ่มหนีออกจากฮ่องกงแล้วเมื่อวันพุธ ทั้งโดยรถบัสและเรือข้ามฟาก เนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัย แต่ยังไม่ชัดเจนว่ามีจำนวนเท่าใด ภาพข่าวจากสแตนด์นิวส์สื่อท้องถิ่นเผยให้เห็นผู้คนหลายสิบคน บางคนลากกระเป๋าเดินทาง ยืนรอเรือที่มีตราของตำรวจเพื่ออพยพออกจากซียูเอชเค เพราะไม่สามารถอพยพผ่านทางรถยนต์ได้เนื่องจากถนนถูกปิด
    วันเดียวกัน สถานกงสุลใหญ่ ณ นครฮ่องกง ออกคำเตือนผ่านเพจ Royal Thai Consulate-General, Hong Kong ว่า สถานกงสุลใหญ่ฯ ได้รับรายงานว่าในวันพุธที่ 13 พ.ย.62 เวลาตั้งแต่ 07.00 น. เป็นต้นไป มีการชุมนุมประท้วงด้วยการขัดขวางเส้นทางจราจรและระบบขนส่งสาธารณะ (รถประจำทาง รถราง และรถไฟใต้ดิน MTR) ทั่วเกาะฮ่องกง จึงแจ้งมาเพื่อให้คนไทยทุกคนในฮ่องกงเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ความไม่สะดวกที่อาจจะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ และเผื่อเวลาเดินทาง
    ในการนี้ เนื่องด้วยการชุมนุมประท้วงในขณะนี้มีการใช้ความรุนแรงบ่อยครั้ง สถานกงสุลใหญ่ฯ จึงขอย้ำคนไทยในฮ่องกงและนักท่องเที่ยวไทยในฮ่องกง โปรดหลีกเลี่ยงการเดินทางหรือเข้าใกล้สถานที่มีการชุมนุมประท้วง และใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษหากเกิดการประท้วงในบริเวณใกล้ รวมทั้งโปรดงดการถ่ายภาพในระยะใกล้ของเหตุการณ์ประท้วง ผู้ประท้วง และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงการกระทำอื่นๆ ที่อาจเป็นการยั่วยุผู้ประท้วง เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของคนไทยทุกคน รวมทั้งเผื่อเวลาในการเดินทาง ทั้งทางรถยนต์และรถไฟใต้ดิน MTR.


ทำไม......... "พรรคอนาคตใหม่" จึงรณรงค์เรื่อง "ยกเลิกเกณฑ์ทหาร" ชนิดเอาเป็น-เอาตาย? ไม่ใช่เพราะ พล.ท.พงศกร สอบไม่ผ่านเข้าโรงเรียนเสธฯ หรอกนะ

ความเมืองเรื่อง "กล้วยและไข่"
เพื่อไทย 'หลอกแก้ผ้า' น้องใหม่
'ความลับทางทหารที่จำแม่น'
พรรคร่วม 'หลวม' ในแกนนำ
มีอะไรเสนอนอกจาก 'แบน'?
จากสภาสู่ 'พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์'