"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา


   

                 ขอโทษที............

                จู่ๆ ผมหายต๋อม บางท่านอาจตำหนิ ที่ไม่บอกกล่าวอะไรกันเลย

                ตามประสา "ชราชน" น่ะครับ

                ปุปปับ พรรคพวกต้องหามเข้าโรงพยาบาล นอนดูน้ำเกลือหยด ติ๊ก..ติ๊ก..อยู่ ๔ คืน

                หมอบอกว่า เป็นโรค "ออฟฟิศ ซินโดรม"!

                ประเคนยาทั้งทางแขน ทางปาก ทั้งกายภาพ ยาแต่ละชนิด...ก็นะ กินปุ๊บ เจ้าชายนิทรามาเยี่ยมเลย

                ก็ยังไม่เข้าที่หรอก ต้องกายภาพต่อเนื่อง จนกว่า บ่า-คอ-ไหล่ จะรู้จักการมีมรรยาท คลายความแข็งกระด้างลง

                เหตุที่ผมต้องแย่งคุณ "ผักกาดหอม" คุยวันนี้ ก็ร้อนด้วยเงินที่ผมขอท่านคนละพัน-สองพัน นั่นแหละ

                ตั้งใจว่าจะได้ซัก ๒ แสน.....

                แล้วจะส่งไปให้ญาติๆ ๑๕+๕ วีรชนคนกล้าลำพะยา จ.ยะลา เป็นพันธสัญญาทางใจว่า พวกเราคนไทย ไม่ว่าอยู่ที่ไหน จะไม่ทอดทิ้งกัน

                ปรากฏว่า ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์-จันทร์ รวม ๔ วัน ทั้งเงินโอนเข้าบัญชี ทั้งมอบผ่านผม ท่วมหัว-ท่วมหู

                รวม ๓,๕๘๙,๗๒๓.๘๔ บาท

                เพื่อเป็นตัวเลขกลมๆ พนักงานไทยโพสต์สมทบอีกหมื่นกว่าบาท รวมเป็นยอดเงินจากพี่น้องไทยสู่ ๑๕+๕ วีรชนคนกล้าลำพะยา

                "๓ ล้าน ๖ แสนบาทถ้วน"

                สรุป เป็นความเข้าใจตรงนี้ก่อนว่า ผมปิดรับเงินแล้วนะ ถ้ามีโอนเข้ามาหลังวันที่ ๑๓ พ.ย.

                ผมจะรวบรวมในนาม ๑๕+๕ วีรชนลำพะยา มอบให้โรงพยาบาลสงฆ์ เพื่อการรักษาพระผู้อาพาธ

                เงิน ๓.๖ ล้านบาทนี้ ผมได้โอนไปให้ "คุณพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ" นายกเทศมนตรีนครยะลา เมื่อบ่าย ๑๓ พ.ย.

                และได้ประสานท่านนายกฯ นครยะลา เรียบร้อยแล้วว่า

                วันศุกร์ที่ ๑๕ พ.ย. จะทำพิธีมอบที่ลำพะยา

                เชิญญาติ ๑๕ วีรชน ผู้พลีชีพ และอีก ๕ วีรชน ที่บาดเจ็บ มารับพร้อมกัน

                ในจำนวน ๓.๖ ล้าน..........

                นำ ๑ แสนบาท ไปเป็นค่าทำเมรุเผาศพชั่วคราว ๙ เมรุ โลงศพ ๙ โลง สำหรับ ๙ ร่างวีรชนลำพะยา รวมทั้งค่าอาหารเลี้ยงดูในงาน

                โดย "นายทนง ไหมเหลือง" นายกฯ อบต.ลำพะยา เป็นผู้บริหาร-จัดการในส่วนนี้

                ดังนั้น สุทธิของเงินแบ่งปัน ๑๕+๕ วีรชนลำพะยา จะเป็นดังนี้

                ๓.๕ ล้าน หารด้วย ๒๐

                ก็จะได้รายละ ๑๗๕,๐๐๐ บาท!

                ส่วนรายละเอียด เป็นครอบครัวอะไรบ้าง ใครเป็นผู้รับเงิน พร้อมเอกสารภาพถ่าย นายกฯ พงษ์ศักดิ์จะส่งมาให้ผม และผมจะได้นำเผยแพร่ให้ทุกท่านได้ทราบ

                ครับ.....

                ก็ถือว่าการ "ร่วมใจให้" ของเราทั้งหลายครั้งนี้ สำเร็จแล้ว ขอ "สุข" จากการ "ให้" จงเป็นอานิสงส์สนองทุกท่าน

                ทีนี้มาถึงเรื่องที่เป็นปัญหาทางใจนิดหน่อยสำหรับผม คือ ท่านโอนเงินเข้าบัญชีกันมา รวมแล้วใช้สมุดบัญชีต่อกัน ๑๗ เล่ม

                ยอด ๓.๖ ล้านนั้น มาจากผู้โอนเงิน ซึ่งผมคำนวณแล้วทั้งหมดประมาณ ๒,๐๔๐ ราย

                แต่มีผู้แจ้งชื่อมาร้อยกว่ารายเท่านั้น!

                หมายถึง มีแต่ผู้ประสงค์ออกเงิน แต่ไม่ประสงค์ออกนาม บางราย โอนมา ๒ แสนบ้าง ๑ แสนบ้าง แต่ไม่บอกอะไรเลย

                สรุปแล้ว ยอด ๓.๖ ล้านบาท เฉพาะแจ้งชื่อมา ๖ แสนกว่าบาทเท่านั้น!

                เมื่อได้ชื่อเท่านี้ ก็เอาเท่านี้ไปก่อน ผมจะนำลงพิมพ์ ส่วนท่านที่ส่งเงินมาแล้ว แต่ยังไม่ได้แจ้ง

                ว่างวันไหน แจ้งมาที่เบอร์ ๐๒-๒๔๙-๔๕๔๙ จะขอบคุณมาก หรือที่ plew_seengern12@yahoo.

                หลายๆ เรื่อง เกี่ยวกับความสูญเสียร่วมกันทางสังคม ชาติ เหตุเกิดใหม่ๆ หลากหลายผู้คนเห็นใจ ดูอบอุ่น

                แต่จริงๆ แล้ว.........

                ไม่มีใครเป็นเจ้าภาพในความสูญเสียให้ใคร

                สุดท้าย ทุกข์จะเป็นทุกข์ทวีทับกับผู้สูญเสีย!

                ร้อยคนมา ร้อยคนไป

                ส่วนภาระ ร้อยคนอยู่ แต่หนึ่งคนแบก

                ฉะนั้น ขอให้ทุกท่านที่รวมเงิน-รวมใจส่งไปลำพะยา จงรับรู้เถิดว่า

                คนละพัน-ครึ่งพัน จนถึงแสนนั้น ได้ทั้งสร้างเมรุวิมาน ได้ทั้งซื้อปราสาท คือโลง ๙ โลง   ได้ทั้งเลี้ยงดูคนมาในงาน

                ไม่มีการให้อะไรจะสัมฤทธิผลเท่าการให้ครั้งนี้อีกแล้ว ท่านทั้งหลายเอ๋ย!

                มาดูการบ้าน-การเมืองบ้าง อันที่จริงไม่ค่อยได้ติดตาม ก็อย่างที่บอก นอนเหมือนคนกินฝิ่น

                หลับสะลึมสะลือเพราะยาต่อเนื่อง โหวงเหวงถึงตอนนี้ยังไม่หาย

                เห็นฝ่ายค้านเขาจะอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ กับรัฐมนตรีมิใช่หรือ?

                ก็ไม่น่าแปลก สำหรับเพื่อไทย "แค้น" คือหัวใจพรรค

                แล้วอะไรล่ะ ของอนาคตใหม่เขาน่ะ อยู่เป็น-อยู่ไม่เป็น เห็นพูดกันแว่วๆ

                ขอโทษ...ผมไม่ได้ดูหมิ่น-ดูแคลนอะไร

                แต่บอกตรงๆ ไม่ได้สนใจ บ้านเมืองมีอะไรเป็นสาระมากกว่าเสียงเด็กเลี้ยงแกะตะโกน

                ปิยบุตร ศาสตราจารย์กฎหมาย แล้วเคยพูดอะไรถูกกฎหมายบ้างมั้ย?

                ธนาธร นักปฏิวัติสังคมชาติ แล้วเคยทำอะไรที่ไม่ชักน้ำเข้าลึก-ชักศึกเข้าบ้านบ้างมั้ย?

                พรรคอนาคตใหม่ ตั้งแต่สู่ระบบรัฐสภา บอกมาซักเรื่องซิ ว่าเรื่องไหนที่ไม่เป็นไปในทาง "ล้างชาติ"?

                เที่ยวฟาดงวง-ฟาดงาไปงั้น....

                ทำนองปลุกแนวร่วม ก่อน ๒๐ พ.ย. ที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำพิจารณาวินิจฉัยคดีซุกหุ้นสื่อ อันมีผลจะสิ้นสภาพ ส.ส.หรือไม่สิ้นเท่านั้น

                ภาษิตจีนเขาว่า โบ้ย สิ่วโคย อุ่ง หลัน ก่อ โซย ถ้าภาษิตไทยก็ประมาณว่า รำไม่ดี โทษปี่ โทษกลอง

                ทั้งหมดของธนาธร ไม่มีใครทำให้เลย

                มีแต่ธนาธรทำ ปิยบุตรทำ พรรณิการ์ทำ เมื่อสิ่งที่ทำนั้น ถึงคราวส่งผล แล้วจะโทษใคร?

                คดีหุ้นสื่อ คุยเองมีเอกสารเป็นลัง

                ปล่อยกู้พรรค โม้อวดฝรั่งเอง

                Blind Trust ก็จัดฉากโชว์เอง

                พอความจริงไล่ล่า ก็เที่ยวว่าฝ่ายโน้น-ฝ่ายนี้ใช้อำนาจกำจัดให้พ้นการเมือง คนทั้งโลกทำผิดหมด

                มีแต่คนอนาคตใหม่เท่านั้น ทำอะไรก็ถูกหมด!

                พูดกันตรงตัว...........

                ของเก๊ มันลอกเร็ว!

                ไอ้ที่ร้องหาพวก ชวนรุ่นใหม่-รุ่นเก่า ลงถนนไปเพื่อคนเฮงซวยนั้น

                ขอโทษที...........

                พ.ศ.นี้ คนไทยฉลาด แยกแยะได้ พวกไหนสร้างชาติ และพวกไหนทำร้ายชาติ

                ฝ่ายค้าน ยิ่งเล่นบทแค้น เท่ากับเสริมบารมีให้รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ไม่รู้หรือว่า นายกฯ ประยุทธ์มาจากปางหนุมานคลุกฝุ่น

                ยิ่งตี ยิ่งมีฤทธิ์

                และเพื่อไทยจะเป็นฝ่ายถ่ายกำลังให้ ต้องกลายเป็นฝ่ายค้านไปอีกนานแสนนาน.             

 


ทำไม......... "พรรคอนาคตใหม่" จึงรณรงค์เรื่อง "ยกเลิกเกณฑ์ทหาร" ชนิดเอาเป็น-เอาตาย? ไม่ใช่เพราะ พล.ท.พงศกร สอบไม่ผ่านเข้าโรงเรียนเสธฯ หรอกนะ

ความเมืองเรื่อง "กล้วยและไข่"
เพื่อไทย 'หลอกแก้ผ้า' น้องใหม่
'ความลับทางทหารที่จำแม่น'
พรรคร่วม 'หลวม' ในแกนนำ
มีอะไรเสนอนอกจาก 'แบน'?
จากสภาสู่ 'พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์'