เจ้าคุณอลงกตรับ รางวัลสิทธิมนุษยชน


   


    "เจ้าคุณอลงกต” เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ได้รับรางวัลดีเด่นด้านสิทธิมนุษยชนประจำปี 62 จากผลงานอุปการะช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเอดส์กว่า 20 ปี
    มีรายงานจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ว่า ในคราวประชุม กสม. ด้านบริหาร ครั้งที่ 24/2562 เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 มีมติเห็นชอบรายชื่อบุคคลและองค์กรที่สมควรได้รับรางวัลบุคคลและองค์กรที่มีผลงานดีเด่นด้านการส่งเสริม ปกป้อง และคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2562 เพื่อเป็นการยกย่อง เชิดชู และประกาศเกียรติคุณบุคคลและองค์กรที่อุทิศตนปฏิบัติงานเพื่อส่งเสริม ปกป้อง และคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ให้สังคมได้รับรู้และถือเป็นแบบอย่าง โดยมีบุคคลและองค์กรที่สมควรได้รับรางวัลทั้งสิ้น จำนวน 7 ราย แบ่งตามประเภทรางวัล 7 ด้าน ดังรายชื่อต่อไปนี้
    ด้านที่ 1 สิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ได้แก่ พระราชวิสุทธิประชานาถ (อลงกต ติกฺขปญฺโญ) หรือ เจ้าคุณอลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จังหวัดลพบุรี พระของชุมชนผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่สังคมในการอุปการะช่วยเหลือผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยโรคเอดส์มายาวนานกว่า 20 ปี  
    ด้านที่ 2 สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ได้แก่ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อการพัฒนาสังคม แผนกยุติธรรมและสันติ องค์กรศาสนาภายใต้สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย ซึ่งมีบทบาทการเคลื่อนไหวทางสังคมในประเด็นความยุติธรรมและสันติ และผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาตั้งแต่ระดับชุมชน โรงเรียน และสังคมมาเป็นเวลากว่า 42 ปี  
    ด้านที่ 3 สิทธิเด็ก จำนวน 2 ราย ได้แก่ 1) นางสาววาสนา เก้านพรัตน์ ผู้อำนวยการมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก และประธานเครือข่ายสิทธิเด็กประเทศไทย ผู้ให้ความช่วยเหลือเด็กที่ถูกกระทำความรุนแรงและถูกแสวงหาผลประโยชน์จากการค้ามนุษย์ ทั้งในรูปแบบถูกบังคับค้าประเวณี และถูกบังคับใช้แรงงานมากว่า 28 ปี และ 2) สำนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัว จังหวัดระยอง หน่วยงานในสังกัดสำนักงานอัยการสูงสุด จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2526 มีภารกิจในด้านการอำนวยความยุติธรรมทางอาญา โดยได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือและคุ้มครองเด็กและสตรีที่ถูกกระทำรุนแรงในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง
    ด้านที่ 4 การขจัดการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งความแตกต่างทางเพศ ได้แก่ มูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ ก่อตั้งเมื่อปี 2555 โดยเริ่มต้นจาก “กลุ่มเสาร์ชาวเอ็ด” ซึ่งเป็นกลุ่มนักกิจกรรมด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศที่รวมตัวกันในการรณรงค์เพื่อให้สังคมเคารพความหลากหลายทางเพศในสังคมไทย จนเกิดความก้าวหน้าทั้งในระดับชุมชนและระดับนโยบาย  
    ด้านที่ 5 การขจัดการเลือกปฏิบัติทางชาติพันธุ์และสถานะบุคคล ได้แก่ นายวีนัส สีสุข ผู้อำนวยการสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในการช่วยเหลือและขจัดปัญหาคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติ ให้ได้รับการรับรองและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนมาเป็นเวลา 30 ปี
    ด้านที่ 6 การต่อต้านการทรมานและการปฏิบัติหรือลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไม่มีผู้ได้รับรางวัล เนื่องจากไม่มีผู้สมัครและได้รับการเสนอชื่อ และด้านที่ 7 สิทธิคนพิการหรือสิทธิผู้สูงวัย ผู้ได้รับรางวัล ได้แก่ นายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน ที่ปรึกษาอาวุโส สถาบันพัฒนาการคุ้มครองการวิจัยในมนุษย์ (สคม.) ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการสร้างหลักประกันสุขภาพแห่งชาติของไทยให้ผู้สูงอายุได้เข้าถึงสิทธิที่จำเป็น และมีผลงานในการส่งเสริมการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนมากว่า 10 ปี
    ทั้งนี้ กสม.จะจัดให้มีพิธีมอบรางวัลบุคคลและองค์กรที่มีผลงานดีเด่นด้านการส่งเสริม ปกป้อง และคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2562 ในงานวันสิทธิมนุษยชนสากล 10 ธันวาคม ประจำปี 2562 ต่อไป 
    สำหรับ พระราชวิสุทธิประชานาถ (อลงกต ติกฺขปญฺโญ) เกิดวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ.2496 ที่อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี บิดาของท่านเป็นข้าราชการกรมทางหลวง ส่วนมารดาได้จากไปเมื่อท่านมีอายุเพียง 3 ขวบ จากนั้นท่านได้รับการดูแลจากคุณย่า โดยใช้ชีวิตอย่างมีระเบียบวินัยเคร่งครัด ร่วมกับพี่น้องอีก 5 คน
    เริ่มเข้าเรียนที่โรงเรียนโพธารามคุณารักษ์วิทยาคาร มัธยมศึกษาจากโรงเรียนเทพศิรินทร์ ก่อนที่จะได้รับทุนการศึกษาต่อในระดับชั้นปริญญาโทสาขาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย และอุปสมบทที่วัดบวรนิเวศราชวรวิหารเมื่อเข้าสู่วัย 25 ปี และเดินทางมาฝึกสมาธิที่ถ้ำเขาเขียวในเขตวัดพระบาทน้ำพุรูปเดียวเป็นระยะเวลาประมาณ 6-7 ปี กระทั่งพระผู้ใหญ่ขอให้ลงมาดูแลวัด และแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาส
    พ.ศ.2534 เริ่มมีผู้ได้รับโรคเอชไอวีกันมากขึ้น ท่านจึงรับมาดูแล ทั้งป้อนอาหาร ซักเสื้อผ้า เช็ดตัวผู้ป่วย และให้กำลังใจเรื่อยมา ท่ามกลางกระแสการคัดค้านในเบื้องต้น มีการร้องเรียนให้ย้ายโครงการไปที่อื่น บ้างก็ประท้วงด้วยการไม่ใส่บาตร แต่ต่อมาท่านได้พยายามชี้แจงให้ผู้คนเข้าใจ จนเริ่มมีอาสาสมัครคอยให้การช่วยเหลือในหลายๆ ด้าน
    จากการเสียสละอย่างไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อยของท่าน จึงได้ส่งผลให้ท่านได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากสถาบันอุดมศึกษาหลายแห่ง ดังต่อไปนี้ ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาปรัชญา มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการบริหารศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี.


โง่แล้วโทษ "กล้วย"! อย่างนี้ต้องให้ "เพื่อไทย-อนาคตใหม่" กินไข่แทนกล้วย เยื่อหุ้มสมองจะได้แข็งแรง คิดอะไรได้มากกว่าเอะอะ "วอล์กเอาต์"

เพื่อไทย 'หลอกแก้ผ้า' น้องใหม่
'ความลับทางทหารที่จำแม่น'
พรรคร่วม 'หลวม' ในแกนนำ
มีอะไรเสนอนอกจาก 'แบน'?
จากสภาสู่ 'พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์'
สภา "ปลาน้ำลึก-ปลาน้ำตื้น"