"ทอน-บุตร" ประเทศกูมี


   

                ยิ่งกว่าวันนั้นของเดือน...........

                "เอ๋-ปารีณา" เธอพูดถึง คุณเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส น่ะ

                ก็นะ....

                ไม่เคยเห็นมาก่อนว่า กรรมาธิการสภาผู้แทนฯ จะแบ่งข้างแยกขั้วซัดกันเละขนาดนี้  เน้นสนองตัณหาตัวเอง ไม่สนใจว่าประชาชนจะได้อะไร

                ว่ากันตามหลักการ น่าจะมี  "ผู้ใหญ่" ลงไปดูซะหน่อย

                ไม่อยากเห็น พวกหัวร้อน ควักปืนยิงกันกลางสภาฯ

                มันสยอง!

                ทำเป็นเล่นไป....อะไรที่ไม่เคยเกิดมันก็เกิดไปแล้ว

                ยิงกลางศาลนั่นไง

                ถ้าจะยิงกันกลางสภาฯ ก็คงจะไม่แปลกแล้วล่ะ

                เล่นการเมืองมากไปผลมันก็ออกมาแบบนี้

                เสื่อม!

                ประชาชนเบื่อนักการเมือง เบื่อสภาผู้แทนฯ นี่....อันตราย

                ในอดีตก็เห็นกันแล้วว่า เมื่อประชาชนเซ็งนักการเมืองจะเป็นไง

                หันไปหาทหาร!

                แล้วจะโทษใคร?

                มันเป็นหน้าที่ของนักการเมือง ต้องสร้างศรัทธาให้เกิดกับการเมืองไทย นั่นคือวิธีการป้องกันการรัฐประหารได้ดีที่สุด

                แต่...ไม่เคยสำนึก

                มีอำนาจแค่หางอึ่ง เบ่งกล้ามราวกับมีอำนาจล้นฟ้า

                งานสภาฯ มันจะเดินไปได้อย่างไร

                "ชวน หลีกภัย" คงเริ่มจะเห็นปัญหา วานนี้ (๑๔ พฤศจิกายน) ถึงได้ออกมาปรามๆ

                “....ผมขอความร่วมมือจากสมาชิก ให้เคารพและปฏิบัติตามข้อบังคับ เพื่อให้สภานิติบัญญัติมีความน่าเชื่อถือ

                สภาฯ ไม่ใช่ที่เรียกร้องผลประโยชน์ หรือสถานที่ขัดแย้ง

                เพราะสภาฯ คือสถานที่ที่เป็นปากเสียงของประชาชน

                สภาฯ ในฐานะผู้ออกกฎหมาย ต้องเป็นตัวอย่างผู้เคารพกฎหมาย

                อย่าให้สภาท้องถิ่นวิจารณ์ว่า สภาท้องถิ่นทะเลาะกันได้ เพราะสภาผู้แทนฯ ยังทะเลาะ...”

                ก็ต้องกลับไปพิจารณาตัวเอง โดยเฉพาะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) เลิกทำตัวเป็นจำอวดกันซะที

                ถ้าคุณเสรีพิศุทธ์ไม่ยอมหยุดเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณตน ก็ให้ระวัง จะไม่มีที่ยืนในรัฐสภา

                เพราะอะไร

                เอาล่ะแม้จะอ้างว่าคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่คำวินิจฉัย ไม่และผูกพันองค์กรใดๆ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๑

                แต่คำสั่งนี้มีข้อความระบุเอาไว้ชัดเจน และต้องหยิบยกมาอีกครั้งเพื่อความชัดเจน      "....การกระทำของรัฐบาล" และมาตรา ๔๖ วรรคสาม บัญญัติว่า "... ถ้าศาลเห็นว่า เป็นกรณีต้องห้ามตามมาตรา ๔๗ ให้ศาลสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณา" เห็นว่า การถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์เป็นการกระทำทางการเมือง (Political Issue) ของคณะรัฐมนตรีในฐานะที่เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญฝ่ายบริหารในความสัมพันธ์เฉพาะกับพระมหากษัตริย์ อันอยู่ในความหมายของการกระทำของรัฐบาล (Act of Government) ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๖๑ มาตรา ๔๗ (๑)

                ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญไม่อาจรับคำร้องไว้พิจารณาได้ ตามมาตรา 46 วรรคสาม ประกอบกับเมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๒ เวลา ๑๗.๔๕ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรี ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณ ก่อนเข้ารับหน้าที่ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต หลังจากนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณจบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชดำรัส เพื่อให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีได้น้อมนำไปเป็นแนวทางในการบริหารราชการแผ่นดิน

                และต่อมาเมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๒ เวลา ๐๙.๐๐ น. นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะรัฐมนตรีได้เข้ารับพระราชดำรัสในโอกาสเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ซึ่งพระราชทานเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมทั้งทรงลงพระปรมาภิไธยโดยเข้ารับต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ณ ห้องรับรอง ชั้น ๕ ตึกบัญชาการ  ทำเนียบรัฐบาล การถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ดังกล่าวจึงไม่อยู่ในอำนาจการตรวจสอบขององค์กรตามรัฐธรรมนูญใด.........."

                เมื่อคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญบอกว่า "ไม่อยู่ในอำนาจการตรวจสอบขององค์กรตามรัฐธรรมนูญใด" ก็หมายความว่า องค์กรตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๑ ประกอบด้วย

                ๑.รัฐสภา

                ๒.คณะรัฐมนตรี

                ๓.ศาล

                ๔.องค์กรอิสระ

                และ ๕.หน่วยงานของรัฐ

                ล้วนไม่มีอำนาจตรวจสอบกรณีดังกล่าว

                คุณเสรีพิศุทธ์ และกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ คือส่วนหนึ่งของรัฐสภาใช่หรือไม่

                หรือเป็นองค์กรอิสระนอกรัฐธรรมนูญ

                คำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่การสั่งขี้มูก ที่ใครก็ตามไม่ต้องปฏิบัติ

                แต่เป็นส่วนหนึ่งของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๖๑

                มาตรา ๗๗ บัญญัติว่า....

                ....คําสั่งไม่รับคําร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยหรือจําหน่ายคดี ต้องประกอบด้วยความเป็นมาโดยย่อของคดี เหตุผลในการมีคําสั่ง ความเห็นประกอบ และบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่ยกขึ้นอ้างอิง....

                กฎหมายเขาเขียนไว้แบบนั้น

                ทีนี้มาดูว่า "กรรมาธิการ" คืออะไร ทำหน้าที่อะไร

                กรรมาธิการ คือ บุคคลที่สภาฯ แต่งตั้งจากผู้ที่มีความรู้ความสามารถเหมาะสมในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ประกอบเป็นคณะกรรมาธิการเพื่อทำหน้าที่พิจารณาร่างกฎหมาย กระทำกิจการ พิจารณาสอบสวนหรือศึกษาเรื่องใดๆ ที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของสภาฯ เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระหน้าที่ของสภาฯ บุคคลเหล่านี้อาจจะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรืออาจเป็นบุคคลธรรมดาทั่วไปที่มิได้เป็นสมาชิกสภาฯ ก็ได้

                กรรมาธิการนี้จะทำงานกันเป็นคณะ ประกอบด้วยบุคคลตามจำนวนที่สภาฯ กำหนดและเมื่อคณะกรรมาธิการดำเนินการตามที่ได้รับมอบหมายเสร็จแล้ว ต้องรายงานต่อสภาฯ เพื่อทราบหรือเพื่อมีมติตามกฎหมายต่อไป

                หมายความว่า หาก "บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม" ไปชี้แจงกรรมาธิการ จากนั้นยังไงต่อ

                กรรมาธิการก็ต้องสรุปเรื่องส่งสภาใหญ่ไปดำเนินต่อ

                แล้วสภาฯ จะดำเนินการอย่างไร

                มันก็ย้อนกลับไปหาคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ

                "ไม่อยู่ในอำนาจการตรวจสอบขององค์กรตามรัฐธรรมนูญใด"

                แล้วไง

                เปลืองน้ำเปลืองไฟสภาฯ เปล่าๆ

                คุณเสรีพิศุทธ์เอาเวลาไปสอบเล้าไก่ เอ๋-ปารีณา ยังจะเป็นประโยชน์กว่า

                ที่สำนักนายกรัฐมนตรีแทงหนังสือไปยังคุณเสรีพิศุทธ์น่ะถูกต้องแล้ว

                สภาผู้แทนราษฎร และคณะกรรมาธิการ ซึ่งเป็นองค์กรตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๑๒๙ ไม่อาจตรวจสอบในเรื่องนี้

                คราวหน้าหากยังดื้อเรียกอีก ฟ้องเลยตามพระราชบัญญัติคําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา มาตรา ๑๒ กรรมาธิการผู้ใดปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

                เสาร์ที่ ๑๖ พฤศจิกายนนี้ นอกจากหวยออกแล้ว พรรคอนาคตใหม่ยังนัดรวมพลลูกฟ้าของพ่อทอน ที่ JJ Mall ชั้น ๖ ห้องกำแพงเพชร

                ตั้งแต่ ๑๒.๐๐-๑๗.๐๐ น.

                เชิญ ฟ้าแท้ ฟ้าเทียม พบกับการปราศรัย ที่พรรคอนาคตใหม่ ตีปี๊บว่าเป็นหัวข้อที่ “พลาดไม่ได้”

                และมินิคอนเสิร์ตโดย Rap Against Dictatorship

                แร็พประเทศกูมีนั่นแหละ

                สรุปแล้วน่าจะครบทีมชังชาติ

                "ทอน-บุตร" ประเทศกูมี

                มีคนถามว่า ส้มหวานจะทำอะไรในวันที่ ๑๖ พฤศจิกายนนี้

                จะมีอะไรล่ะ ก็ก่อหวอดจุดเชื้อไว้เผื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดวินิจฉัยคดีหุ้นวี-ลัค มีเดีย ของ "พ่อทอน"

                ยุบพรรค ตัดสิทธิ์ จบเห่เลยนะ

                มันถึงต้องปลุกกระแสประเทศกูมีอีกรอบ

                แต่...."ทอน" ก่อนเลือกตั้ง กับ "ทอน" หลังเลือกตั้ง มันคนละ "ทอน" กันแล้ว

                ก่อนนี้ความดีไม่มี ความชั่วไม่ปรากฏ

                ตอนนี้ ดี-ชั่ว เท่าที่เห็น ก็คิดเอาเอง

                เจียะป้าบ่อสื่อ ทำตัวเองทั้งนั้น

                มีคนถอดเสื้อสีส้มทิ้งกันรายวัน

                เพราะรู้แล้ว...."ทอน" เป็นทองเก๊

                สนิมทองแดง!.

      ผักกาดหอม

 

 


ทำไม......... "พรรคอนาคตใหม่" จึงรณรงค์เรื่อง "ยกเลิกเกณฑ์ทหาร" ชนิดเอาเป็น-เอาตาย? ไม่ใช่เพราะ พล.ท.พงศกร สอบไม่ผ่านเข้าโรงเรียนเสธฯ หรอกนะ

ความเมืองเรื่อง "กล้วยและไข่"
เพื่อไทย 'หลอกแก้ผ้า' น้องใหม่
'ความลับทางทหารที่จำแม่น'
พรรคร่วม 'หลวม' ในแกนนำ
มีอะไรเสนอนอกจาก 'แบน'?
จากสภาสู่ 'พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์'