สแกน กรรมการสิทธิฯชุดที่ 4 ทำไม? คลอดยากคลอดเย็น


เพิ่มเพื่อน    

    กว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ชุดที่ 4 จะก่อกำเนิดเป็นตัวเป็นตน ช่างยากเย็นแสนเข็ญอะไรเช่นนี้!
    สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงดาบฟันฉับ ด้วยบทเฉพาะกาลของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิฯ (พรป.กสม.) พ.ศ.2560 ให้ กสม.ชุดที่ 3 ที่มีนายวัส ติงสมิตร เป็นประธานพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันที่ พรป.กสม.ใช้บังคับ หรือที่เรียกกันว่าเซตซีโร 
    แต่ด้วยกระบวนการสรรหาและคัดเลือกเป็นไปอย่างล่าช้า ทำให้กาลเวลาล่วงผ่านมาจะครบ 2 ปีก็ยังไม่ได้ กสม.ชุดใหม่ 7 คนเข้ามาปฏิบัติหน้าที่
    ความคืบหน้าล่าสุด วุฒิสภาเพิ่งประชุมเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ 15 คนไปตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมผู้ที่ผ่านการสรรหาเป็น กสม. 5 คน
    คณะกรรมาธิการฯ มีอาทิ พล.อ.อู๊ด เบื้องบน, พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ, นายวันชัย สอนศิริ, นายตวง อันทะไชย เป็นต้น
    ผู้ที่ผ่านมาการสรรหาเป็น กสม. 5 คน ได้แก่ นายสุชาติ เศรษฐมาลินี, นายวิชัย ศรีรัตน์, นายบุญเลิศ คชายุทธเดช,   นางสาวลม้าย มานะการ และนางปรีดา คงแป้น
    คณะกรรมาธิการฯ จะเชิญให้ทั้ง 5 คนมาตอบข้อซักถามต่างๆ จากนั้นก็ทำรายงานเสนอให้วุฒิสภาประชุมลับเพื่ออภิปรายและลงมติว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่
    ทั้งนี้ การให้ความเห็นชอบ จะต้องได้คะแนนจาก ส.ว.เกินกว่ากึ่งหนึ่ง นั่นคือต้องได้ถึง 126 เสียง
    เหตุที่ ส.ว.คัดเลือก 5 คน ทั้งๆ ที่ กสม.มีทั้งสิ้น 7 คน ก็เพราะก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 27 ธันวาคมปีที่แล้ว สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ลงมติให้ความเห็นชอบไว้แล้ว 2 คน คือ     นางสาวปิติกาญจน์ สิทธิเดช และนางพรประไพ กาญจนรินทร์
    ส่วนอีก 5 คนที่คณะกรรมการสรรหาส่งชื่อไป ซึ่งเป็นเอ็นจีโอ ได้คะแนนจากที่ประชุม สนช.ไม่ถึงกึ่งหนึ่ง 
    โดยคณะกรรมาธิการฯ ของ สนช.ใช้เวลาตรวจสอบประวัติผู้ผ่านการสรรหา 7 คน นานถึง 90 วัน
    ทั้งนี้ เริ่มมีการเปิดรับสมัครเพื่อสรรหากันใหม่ (ครั้งที่ 2) มีขึ้นในเดือนมกราคม 2562 
    กว่าจะได้ผู้ผ่านการสรรหา 5 คน มาให้คณะกรรมาธิการวิสามัญของวุฒิสภา 15 คนมาตรวจสอบประวัติ เพื่อให้ ส.ว. 250 คน ลงมติใช้เวลาเป็นปี 
    เส้นทางวิบากสู่ กสม. ต้องบันทึกไว้ว่า 
    คณะกรรมการสรรหา 10 คน ต้องเปิดรับสมัครและคัดสรรถึง 4 ครั้ง เหตุผลเพราะเมื่อคณะกรรมการสรรหาลงคะแนนถึง 3 ครั้ง ผู้สมัครก็ยังได้คะแนนจากกรรมการไม่ถึง 2 ใน 3 กล่าวคือ ไม่ถึง 7 ใน 10 คน ทำให้ต้องล้มการสรรหาครั้งนั้นแล้วเปิดรับสมัครกันใหม่
    การสรรหาครั้งที่ 3 ต้นเดือนสิงหาคม ได้เปลี่ยนองค์ประกอบกรรมการสรรหาโดยประธานสภานิติบัญญัติฯ (นายพรเพชร วิชิตชลชัย) พ้นตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร (นายชวน หลีกภัย) และผู้นำฝ่ายค้าน (นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์) เข้ามาเป็นกรรมการสรรหาแทน
    การสรรหาครั้งที่ 4 ประธานกรรมการสรรหาที่เป็นประธานศาลฎีกา เปลี่ยนจากนายชีพ จุลมนต์ ซึ่งเกษียณอายุราชการ เป็นนายไสลเกษ วัฒนพันธุ์
    ระหว่างที่ กสม.ชุดใหม่ไม่เกิด กสม.ชุดที่ถูกเซตซีโรเหลือแค่ 3 คน คือ นายวัส ติงสมิตร, นางประกายรัตน์ ต้นธีรวงศ์ และนางฉัตรสุดา จันทร์ดียิ่ง ก็ปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ เพราะไม่ครบองค์ประชุม เนื่องจากนางเตือนใจ ดีเทศน์, นางอังคณา ลีนะไพจิตร ได้พร้อมใจกันลาออกเนื่องจากอึดอัดใจในการทำงาน เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2562
    ก่อนหน้านั้น น.พ.สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย ก็ประเดิมลาออกเป็นรายแรก และต่อมานายชาติชาย สุทธิกลม ก็ลาออกอีก
    ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมเป็นต้นมา กสม.ตกในสภาพ “แพแตก” 
    ประเทศไม่มีองค์กรอิสระมาทำหน้าที่ส่งเสริม และคุ้มครองสิทธิมนุษยชน
    คำร้องของผู้ที่ถูกละเมิดสิทธิคั่งค้างเป็นจำนวนมาก ภาพลักษณ์ของไทยในสายตาองค์กรสิทธิมนุษยชนระดับโลกตกต่ำลง ฯลฯ นี่คือผลกระทบในทางเสียหายที่เกิดขึ้น
    กระทั่งเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ประธานศาลฎีกาและประธานศาลปกครองสูงสุดได้ออกคำสั่งแต่งตั้งบุคคลมาปฏิบัติหน้าที่เป็น กสม.ชั่วคราวอีก 4 คน เพื่อให้ครบ 7 คนตามจำนวน กสม.ที่พึงมี ซึ่งเป็นไปตาม พรป.กสม.
    ทั้ง 4 คน ได้แก่ นายสมณ์ พรหมรส, นางสาอารีวรรณ จตุทอง, นางภิรมย์ ศรีประเสริฐ และนายสุวัฒน์ เทพอารักษ์
    ทั้ง 7 คนได้ประชุมกันครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ตกลงกันว่าจะนัดประชุมสัปดาห์ละ 1 ครั้ง พร้อมกับมอบหมายให้แต่ละคนลงพื้นที่ขับเคลื่อนงานด้านคุ้มครอง ตรวจสอบและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนใน 6 ภูมิภาค 
    เท่ากับว่า 4 เดือนครึ่ง (1 สิงหาคม-12 พฤศจิกายน) ประเทศไทยไม่มี กสม.ปฏิบัติหน้าที่
    แล้วเมื่อไร กสม.ชุดใหม่จะเข้ามารับงานอย่างเป็นทางการ วุฒิสภาจะต้องคำถามนี้จะเร่งคัดเลือก กสม.ให้เสร็จเร็วในเดือนธันวาคมก็สามารถทำได้
    หรือจะลากยาวไปถึงเดือนมกราคม กุมภาพันธ์ปีหน้าก็ทำได้
    จะให้ความเห็นชอบทั้ง 5 คนไปเติมเต็มกับ 2 คน ได้ กสม.ครบ 7 คน หรือจะคว่ำบางคน หรือหลายคนทำให้ได้ กสม.ไม่ครบ 7 คน
    ก็ขึ้นกับ ส.ว.ส่วนใหญ่
    แต่ถ้ามีใครถูกคว่ำก็ต้องไปเริ่มต้นนับหนึ่ง ให้คณะกรรมการสรรหาเปิดรับสมัครเป็นครั้งที่ 5 กว่าจะได้ครบ 7 คน อาจทอดยาวไปถึงกลางปีหรือปลายปีหน้า
    ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ถือว่าเป็นกรรมของประเทศก็แล้วกัน.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"