ตัดไฟยื่นตีความอำนาจ'กมธ.'


   

    ฟัดกันไม่หยุด! "เสรีพิศุทธ์" อ้าง รธน.-พ.ร.บ.คำสั่งเรียกฯ บี้นายกฯ แจง กมธ.ตั้ง 16 คำถามสุดเว่อร์ ขณะที่ กมธ.ป.ป.ช.ซีกรัฐบาลยื่นหนังสือถึง “ชวน” ฟันเสรีฯ ทำผิดข้อบังคับสภา บังคับคนมาชี้แจง "สิระ" ลั่นเดินหน้าโหวตปลดแน่ จ่อฟ้องข้อหาหมิ่น ส.ส.สวะ ที่ปรึกษาประธานสภาฯ ยันในอดีตเคยเปลี่ยน ปธ.กมธ.มาแล้ว "นิพิฏฐ์" มีคำตอบในใจใครจะติดคุก ผู้ตรวจการฯ มีมติส่งศาล รธน.วินิจฉัย พ.ร.บ.คำสั่งเรียกฯ เหตุ รธน.60 ให้อำนาจเพียงเรียก ไม่ได้ให้ออกคำสั่งและไม่มีบทลงโทษ "ปารีณา" หนาว! ป.ป.ช.ลงตรวจพื้นที่ "ธรรมนัส" สั่งสแกน สปก. 4 จว. 
    เมื่อวันศุกร์ มีรายงานจากรัฐสภาว่า ภายหลังคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ที่มี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เป็นประธาน มีมติ 6 ต่อ 3 เมื่อวันที่ 13 พ.ย. เพื่อเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มาชี้แจงแถลงข้อเท็จจริงต่อคณะ กมธ. ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 14 พ.ย.พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ได้ลงนามในหนังสือด่วนที่สุด ที่ สผ.0019.05/945 เรื่องขอเชิญมาแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นต่อคณะ กมธ.ป.ป.ช.
    ทั้งนี้ เนื้อหาในหนังสือระบุว่า อาศัยอำนาจตามมาตรา 129 วรรคสี่ ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ประกอบมาตรา 6 แห่ง พ.ร.บ.คำสั่งเรียกของ กมธ. ของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ.2554 กมธ.จึงมีมติกราบเรียนเชิญท่านมาแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นต่อ กมธ.ด้วยตนเอง พร้อมเอกสารที่ท่านใช้กล่าวถ้อยคำนำคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ เมื่อวันที่ 16 ก.ค.2562 และหนังสือถึงประธานสภาฯ นำส่งร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 รวมทั้งเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง 2 ชุด (ถ้ามี) ในวันพุธที่ 20 พ.ย.2562 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุม หมายเลข 409 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา (เกียกกาย) ในประเด็นข้อซักถาม ดังนี้
    1.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เสนอชื่อท่านเป็นนายกรัฐมนตรี 2.การเลือกประธานและรองประธานสภาฯ 3.การเลือกนายกฯ 4.การแต่งตั้ง ครม. 5.การถวายสัตย์ต่อพระมหากษัตริย์ 6.คำสั่งศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องที่ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องให้วินิจฉัย 7.การตอบข้อซักถามของฝ่ายค้านตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 8.การเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ต่อสภา 9.เหตุที่ไม่ถอนร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ออกไปแล้วถวายสัตย์ฯ ให้ถูกต้อง 10.เคยมีอดีตรัฐมนตรีหลายคนถูกศาลพิพากษาจำคุกข้อหาทุจริตงบประมาณแผ่นดิน 11.ถ้าหากสภาผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ จะมีวิธีการป้องกันอย่างไรไม่ให้รัฐมนตรีทุจริต 12.ถ้ารัฐมนตรีทุจริตท่านจะรับผิดชอบอย่างไร 13.ต่างชาติก็ทราบว่า ครม.ถวายสัตย์ฯ ไม่ถูกต้องจึงรับหน้าที่ไม่ได้ และไม่ยอมทำสัญญาหรือโครงการใดๆ กับรัฐบาล ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ 14.ประธานวุฒิสภาท่านปัจจุบันเคยดำรงตำแหน่งประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อครบวาระก็ได้รับการสรรหาเป็นวุฒิสภาและประธานวุฒิสภา 15.รัฐสภา ครม. ต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ การถวายสัตย์ฯ ไม่ครบถ้วนเป็นการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 3 วรรคสองหรือไม่ 16.การถวายสัตย์ฯ ไม่ถูกต้องครบถ้วนตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 161 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ครม.จึงไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ การที่ท่านและ ครม.แถลงนโยบาย ประชุม ครม. แต่งตั้งข้าราชการอนุมัติโครงการต่างๆ แม้กระทั่งการจัดทำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ให้สภาพิจารณา จึงเป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 5 
    นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก กรณีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ระบุว่าการปลดพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์จากตำแหน่งประธาน กมธ. อยู่ที่ กมธ. ว่า กมธ.และตำแหน่งประธาน กมธ.วิสามัญแต่ละคณะเป็นสิทธิของพรรคการเมืองที่ได้มาตามจำนวน ส.ส. ถือเป็นโควตาของแต่ละพรรค ที่ไม่ใช่ได้มาจากการลงมติในสภา ส.ส.หรือ กมธ. จึงไม่มีสิทธิ์ที่จะใช้เสียงข้างมากเพื่อเปลี่ยนแปลง กมธ.ที่พรรคใดพรรคหนึ่งได้สิทธิไปแล้ว และไม่มีสิทธิ์จะใช้เสียงข้างมากเพื่อลงมติเปลี่ยนแปลงประธาน เพราะเป็นตำแหน่งที่ได้มาพร้อมกับ กมธ.สามัญตามสัดส่วน ส.ส.ของแต่ละพรรค ต่างจากตำแหน่งนายกฯ หรือตำแหน่งประธานสภาฯ ที่ได้มาโดยการลงมติด้วยเสียงข้างมากของ ส.ส. 
ในอดีตเคยเปลี่ยน ปธ.กมธ.
    นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาสภาผู้แทนราษฎร แถลงข่าวกรณีที่มีสื่อมวลชนนำเสนอข่าวว่า นายชวน หลีกภัย ชี้ช่องให้ปลด พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ประธานคณะ กมธ.ป.ป.ช. ออกจากตำแหน่ง ส่งผลให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดว่านายชวนแทรกแซงการทำงานของคณะ กมธ. โดยข้อเท็จจริงนั้น เป็นการตอบคำถามสื่อมวลชนที่ได้สอบถามว่าหากมีการเสนอให้ปลด พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ จะสามารถทำได้หรือไม่ ซึ่งนายชวนก็ได้ตอบว่าสามารถทำได้ แต่ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะ กมธ.ในชุดนั้นๆ ซึ่งเป็นคำพูดที่เป็นกลาง ไม่ได้ชี้ช่อง
    "การแต่งตั้งคณะ กมธ.สามัญเป็นการแต่งตั้งโดยสภาผู้แทนราษฎร ส่วนการเลือกประธานและรองประธานเป็นเรื่องภายในคณะ กมธ. ดังนั้น หากจะมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งใดๆ ก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ภายในคณะ กมธ. ส่วนกรณีที่นายวัฒนา เมืองสุข ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กว่าไม่สามารถเปลี่ยนประธาน กมธ.ได้นั้น เป็นการกล่าวที่เกินจริง เพราะในอดีตเคยมีเหตุการณ์เปลี่ยนประธาน กมธ.มาแล้ว เมื่อประธาน กมธ.ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี" นพ.สุกิจระบุ 
    ขณะเดียวกัน กมธ.ป.ป.ช.ฝ่ายรัฐบาล ได้แก่ นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กรุงเทพมหานคร, น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ, นายภานุ ศรีบุศยกาญจน์ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์, นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ส.ส.ศรีสะเกษ, นายรังสิกร ทิมาตฤกะ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ผ่านเจ้าหน้าที่สำนักเลขาธิการสภาฯ ขอให้ทบทวนมติ กมธ.ป.ป.ช. ที่ส่อขัดต่อข้อบังคับการประชุมสภาฯ หรือไม่
    โดยนายสิระกล่าวว่า ในฐานะกรรมาธิการ ได้ทำหนังสือยื่นถึงประธานสภาฯ เพื่อขอให้พิจารณาว่ามติที่ประชุมของกรรมาธิการป.ป.ช. ที่ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ มิชอบมาชี้แจง กมธ.ด้วยตนเองมิชอบหรือไม่ และขัดกับข้อบังคับสภาผู้แทนราษฎร ข้อที่ 90 หรือไม่ 
    “ผมมีความไม่สบายใจการทำงานของประธานกรรมาธิการฯ แทนที่จะปราบปรามการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐที่โกงประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ แต่ผ่านมา 4 สัปดาห์แล้วที่ยังใช้เวลาอันมีค่าของประชาชนทำเรื่องส่วนตัวชำระแค้นกันหรือไม่ จึงอยากให้ประชาชนช่วยตัดสินใจว่าเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณของนายกฯได้พิจารณาในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ในช่วงที่ผ่านมาผู้ที่ถูกเชิญมาชี้แจงได้ทำเอกสารและส่งตัวแทนมาชี้แจงหมดแล้วด้วย จึงเห็นว่าประธานกรรมาธิการ ป.ป.ช.มีความไม่เหมาะสมในการทำหน้าที่หรือไม่ สัปดาห์หน้าผมจะเดินหน้า เสนอให้เปลี่ยนตัวประธาน มั่นใจว่ามีเสียงพอเพียง" นายสิระกล่าว
    นายสิระกล่าวด้วยว่า วันที่ 19 พ.ย.นี้ จะไปฟ้องศาลอาญาดำเนินคดีอาญากับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ฐานหมิ่นประมาทกล่าวหาว่าตนซื้อเสียงและเป็น ส.ส. “เศษสวะ” ตนเป็น ส.ส.ที่เป็นตัวแทนและได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ไม่ควรดูหมิ่นคนอื่น รวมทั้งกรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ชี้หน้า น.ส.ปารีณาซึ่งเป็นสุภาพสตรี ถือเป็นการหมิ่น ทั้งยังชอบพูดจาดูถูกคนอื่นว่าโง่ พูดไม่รู้เรื่อง 
เชื่อต้องมีคนติดคุก
     นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า กมธ.ป.ป.ช.ในส่วนพรรคร่วมรัฐบาลหลายคนรู้สึกอึดอัดใจในการทำหน้าที่ของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ และเห็นว่าเมื่อสภาแต่งตั้งไปแล้วก็เป็นหน้าที่ของ กมธ.ในแต่ละคณะ การที่จะออกหนังสือเรียกหรือหนังสือเชิญใครมาชี้แจง ต้องเป็นไปตามข้อบังคับและข้อกฎหมาย หากใครทำไม่ถูกต้องตามขั้นตอน ก็เป็นเรื่องของ กมธ.ทั้ง 15 คนที่จะพิจารณา แม้จะเป็นโควตาของพรรคการเมืองก็ตาม
    นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายสิระเสนอให้เปลี่ยนตัว พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ว่า เป็นเรื่องของสภา ตนตอบไม่ถูก เพราะไม่ได้เกี่ยวข้อง ส่วนในอดีตมีหรือไม่นั้น ไม่ทราบ อาจจะเคยเปลี่ยนแต่เราไม่รู้ เช่น กรณีประธาน กมธ.ลาออก แต่การลงมติเอาประธานออกไม่แน่ใจ ไม่เคยเห็น
     ผู้สื่อข่าวถามว่า เคยมีการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ไม่ไปชี้แจงกับ กมธ.หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า เข้าใจว่าคงไม่เคยมีการบังคับใช้ตาม พ.ร.บ.คำสั่งเรียก พ.ศ.2554 มาก่อน การสั่งของ กมธ.เป็นได้ทั้งการขอความร่วมมือตามรัฐธรรมนูญมาตรา 129 และข้อบังคับการประชุมหรือสั่งให้มาตาม พ.ร.บ.คำสั่งเรียก และถ้าไม่ไปถือว่าขัดคำสั่ง ที่ผ่านมาไม่เคยเห็นหนังสือที่เขาส่งมาให้นายกฯ ในส่วนของนายกฯ ได้พยายามทำตามรัฐธรรมนูญมาตรา 129 และข้อบังคับที่สุดแล้ว แต่เมื่อ กมธ.เห็นว่ายังไม่จบ ก็เป็นเรื่องของ กมธ.ตนคงไปตอบแทนใครไม่ได้
    นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ถ้าเป็นการทำสงคราม ตอนนี้นายกรัฐมนตรีและประธานกรรมาธิการ ป.ป.ช.เข้าอยู่ในเขตพื้นที่สังหาร (Killing Zone) เรียบร้อยแล้ว หากไม่มีฝ่ายใดถอย ต้องมีผู้พ่ายแพ้แน่นอน ไม่มีทางเสมอ หาก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์และ กมธ.มีคำสั่งเรียกนายกฯ อีกครั้งหนึ่ง และหากครั้งนี้นายกฯ ปฏิเสธไม่ไปอีก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ก็ต้องดำเนินการตามมาตรา 16 โดยต้องดำเนินการด้วยการแจ้งความกล่าวโทษนายกฯ ต่อพนักงานสอบสวน ซึ่งหากผิดนายกฯ ก็มีโทษตามมาตรา 13 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน แต่ฝ่ายนายกฯ เองก็ต้องต่อสู้ว่าเหตุที่ไม่ไปเพราะคำสั่งเรียกไม่ชอบด้วยกฎหมาย และหากเป็นเช่นนั้น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ก็อาจมีโทษตาม ม.12 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี
     "ใครถือข้างฝ่ายไหนก็เลือกเชียร์กันเอาเอง แต่ถ้าไม่มีใครถอย งานนี้ไม่มีการเสมอแน่นอน แต่จะมีคนติดคุก ในใจผมมีคำตอบอยู่แล้วว่าคนติดคุกน่าจะเป็นใคร การออกคำสั่งเรียกตาม ม.8 นั้น คณะกรรมาธิการฯ ต้องมีมติด้วยเสียงเกินกึ่งหนึ่ง จึงจะออกคำสั่งเรียกได้ ว่าก็ว่าเถอะ คงจะมีกรรมาธิการบางท่านไม่อยากเอาตัวไปลองกฎหมาย ผมว่าวันนั้นอาจมีกรรมาธิการไม่มาประชุม หรือมาสาย หรือลาป่วยก็มี คอยดู!!" นายนิพิฏฐ์ระบุ
ผู้ตรวจฯ ส่งศาล รธน.วินิจฉัย
    นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน  แถลงว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า พ.ร.บ.คำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ. 2554 มาตรา 5 มาตรา 8 และมาตรา 13 มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 129 และให้เสนอเรื่องพร้อมความเห็นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามมาตรา 231 (1) ของรัฐธรรมนูญ 2560 ประกอบมาตรา 23 (1) พ.ร.ป.ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ.2560 เนื่องจากเห็นว่า พ.ร.บ.ดังกล่าวเป็นกฎหมายที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 135 ซึ่งบัญญัติให้ กมธ.ของทั้งสองสภามีอำนาจออกคำสั่งเรียกเอกสารจากบุคคลใด หรือเรียกบุคคลใด มีผลบังคับตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ม.13 ก็ได้บัญญัติว่าผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเรียก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือนหรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
    ต่อมาได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2560 ก็ได้กำหนดกลไกการดำเนินกิจการของทั้งสองสภาไว้ในมาตรา 129 ให้ กมธ.ทั้งสองสภามีอำนาจเรียกฯ โดยไม่ได้มีการกำหนดบทลงโทษทางอาญาต่อบุคคลที่ไม่ปฏิบัติตามการเรียกของ กมธ. จึงเห็นว่ารัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 129 ให้ กมธ.มีอำนาจเพียง “เรียก” มิได้ให้อำนาจในการ “ออกคำสั่งเรียก” เหมือนมาตรา 135 ของรัฐธรรมนูญ 2550 จึงถือว่า พ.ร.บ.คำสั่งเรียกของ กมธ.ของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ.2554 มาตรา 5 มาตรา 8 และมาตรา 13 มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 129
    "ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาตามข้อกฎหมายตามอำนาจหน้าที่ ไม่ได้เกี่ยวกับการที่ กมธ.ป.ป.ช.ของสภาจะออกคำสั่งเรียกนายกฯ กรณีถวายสัตย์ฯ ไม่ครบถ้วน และเมื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้ว เป็นดุลยพินิจของประธาน กมธ.ที่จะพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรกับคำสั่งเรียกเอกสารหรือบุคคลที่ได้มีมาก่อนหน้านี้ เพราะผู้ตรวจไม่ได้มีอำนาจที่จะกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวระงับคำสั่งเรียกดังกล่าวได้ รวมทั้งเป็นดุลยพินิจของผู้ที่ถูกเรียกว่าจะไปให้ข้อมูลหรือรอการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ" นายรักษเกชาระบุ
    นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ยื่นขอให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี ครอบครองที่ดิน ภทบ.5 กว่า 1,700 ไร่ ในพื้นที่หมู่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ว่า ป.ป.ช.มีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องและความมีอยู่จริง หลังจากที่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินมาแล้ว ส่วนประเด็นที่มาที่ไป ได้มาชอบหรือมิชอบนั้น จะเป็นหน้าที่ของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง กรณีของ น.ส.ปารีณา ถือเป็นประเด็นที่จะตรวจดูว่า เกี่ยวข้องกับการทุจริตประพฤติมิชอบหรือไม่ ถ้าใช่ถึงจะอยู่ในอำนาจของ ป.ป.ช. ต้องดูเพื่อให้เข้ากับข้อกฎหมายของเราด้วย
ลุยสอบที่ดิน"ปารีณา"
    นายยุทธกร ช่อไม้ทอง ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบทรัพย์สินภาคการเมือง กล่าวว่า ได้ทำรายละเอียดเรื่องที่มีผู้ร้องเรียน น.ส.ปารีณา และเพิ่งนำเรียนต่อเลขาธิการ ป.ป.ช.ไปเมื่อวันที่ 15 พ.ย. อย่างไรก็ตาม ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักตรวจสอบทรัพย์สินประสานงานไปยัง น.ส.ปารีณา เพื่อติดต่อขอไปตรวจสอบพื้นที่จริง เบื้องต้นนัดหมายจะไปลงพื้นที่ จ.ราชบุรี ในวันที่ 29 พ.ย.นี้
     นายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย กล่าวว่า การครอบครอง ภบท.5 ไม่ต้องสอบสวน ไม่ต้องรออะไรแล้ว ใครมีชื่อครอบครอง ภบท.5 ก็ส่งพนักงานสอบสวนได้เลย สมัยเป็นป่าไม้ตนจับมาเป็นร้อยๆ คดีก็ ภบท.5 ตนไม่รู้ว่า น.ส.ปารีณา ครอบครองอะไรอย่างไร แต่พูดในภาพรวมจากข่าวมีทั้งเกี่ยวข้องกับ ส.ป.ก.และพื้นที่ป่าสงวนบางส่วน ซึ่งในส่วนของ ส.ป.ก.หากไม่มีคุณสมบัติก็ต้องยึดคืน แต่หากเป็นพื้นที่ป่าไม้ ก็ต้องมีความผิดตามกฎหมายและมีบทลงโทษ เช่น ถ้าเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 มาตรา 55 ผู้ใดครอบครองรายสุดท้ายถือเป็นผู้บุกรุก ถ้าเกิน 25 ไร่ก็หนัก คุก 2-15 ปี ไม่มีข้อยกเว้นอะไรทั้งสิ้น ซึ่งถ้าเป็นที่ดินตามมติ ครม. 30 เม.ย.2541 ผ่อนผันการจับกุมก็ต้องมีชื่อเป็นราษฎรยากจนไปยื่นขอผ่อนผันการจับกุมไว้
     “ถ้าเป็นความผิดตามกฎหมายป่าไม้ การบุกรุกป่า ไม่มีใครช่วยได้ก็แล้วกัน เพราะมันเป็นกฎหมายตายตัวขอบเขตชัดเจน จะดัดแปลงอะไรไม่ได้ทั้งสิ้น จะไปบอกทำกินมาก่อนปี 2489 ก็ไม่ได้ ถ้าไม่มี ส.ค.1 และถ้ามี ส.ค.1 ก็ต้องแจ้งการครอบครอง พิสูจน์ภาพถ่ายทางอากาศ มันไม่ได้ง่าย" นายดำรงค์กล่าว
    ส่วนกรณีที่เกรงว่าเป็นกรณีของ ส.ส.ฝั่งรัฐบาลจะมีการช่วยเหลือกันหรือไม่ นายดำรงค์กล่าวว่า ในข้อกฎหมาย ใครก็ช่วยไม่ได้ หากมีการช่วยเหลือกันโดยไม่เป็นไปตามกฎหมาย แม้เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ตนเป็นพรรครักษ์ผืนป่าฯ จะออกมาแถลง 
    ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณีนายสมัชชา เอ่งฉ้วน อดีตผู้สมัคร ส.ส.กระบี่ พรรคพลังประชารัฐ ได้รับสิทธิ์ครอบครองที่ดิน ส.ป.ก. เนื้อที่ 16 ไร่ 2 งาน 80 ตารางวา บนพื้นที่หมู่ 1 ต.ทับปริก อ.เมืองฯ จ.กระบี่ ว่าเป็นเรื่องที่ทำต่อเนื่องมาตั้งแต่สมัยที่ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ เป็น รมว.เกษตรฯ  ซึ่งการส่งมอบพื้นที่ ส.ป.ก.ให้กับนายสมัชชา ในช่วงที่ตนมาเป็น รมช.เกษตรฯ ที่กำกับดูแล ส.ป.ก.พอดี 
    แหล่งข่าวจากสำนักงาน ส.ป.ก.จ.กระบี่ ระบุว่า กรณีที่ส.ป.ก.จ.กระบี่ ของนายสมัชชา เทียบเคียงกรณี น.ส.ปารีณา อยู่ในที่ดิน ส.ป.ก.จ.ราชบุรี ทั้งสองกรณีอยู่มาก่อนตั้งแต่เป็นพื้นที่ป่าแต่ครอบครัวนายสมัชชาได้ให้ ส.ป.ก.เข้ารังวัดแปลงกระจายสิทธิแล้ว และถือครองไม่เกิน 50 ไร่ต่อราย เพื่อทำการเกษตร ส่วนที่ส.ป.ก.ของ น.ส.ปารีณา ที่ผ่านมาพื้นที่กว่า 80 แปลง ยังไม่ยอมเข้ากระบวนการจัดสรรสิทธิ จึงถือว่าถือครองที่ดิน ส.ป.ก.โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัสสั่งให้ ส.ป.ก.จ.ราชบุรี เข้าตรวจวัดพื้นที่ทั้งหมดของ น.ส.ปารีณา ในวันศุกร์นี้ และเร่งสรุปมาช่วงบ่ายให้เกิดความชัดเจนว่ามีกี่ไร่ ให้สั่งสแกนการถือครองพื้นที่ส.ป.ก.อย่างละเอียดใน 4 จังหวัด มีนักการเมืองถือครองผิดกฎหมายหรือไม่ คือ เพชรบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ตามที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ยื่นต่อ กมธ.ป.ป.ช. ให้สอบสวนกรณีนักการเมือง ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลถือครองที่ดินรัฐ.


ทำไม......... "พรรคอนาคตใหม่" จึงรณรงค์เรื่อง "ยกเลิกเกณฑ์ทหาร" ชนิดเอาเป็น-เอาตาย? ไม่ใช่เพราะ พล.ท.พงศกร สอบไม่ผ่านเข้าโรงเรียนเสธฯ หรอกนะ

ความเมืองเรื่อง "กล้วยและไข่"
เพื่อไทย 'หลอกแก้ผ้า' น้องใหม่
'ความลับทางทหารที่จำแม่น'
พรรคร่วม 'หลวม' ในแกนนำ
มีอะไรเสนอนอกจาก 'แบน'?
จากสภาสู่ 'พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์'